กระสอบทรายที่หนูจิ๋วไม่ชอบเลย
หนูกลับบ้านไปช่วยแม่ขัดเรือ (ดูแลรักษาสมบัติของคุณแม่) เห็นบ้านแล้วก็ตกใจโอ้โห เตี่ยเก็บกระสอบมาเยอะเหลือเกิน กระสอบมาจากบันทึกนี้ค่ะ ช่วยโรงพยาบาลห้วยพลูเก็บกระสอบเพราะที่โรงพยาบาลต้องการความสะอาดที่สำคัญคือไม่มีที่เพียงพอเก็บกระสอบด้วย
เตี่ยบอกจะเอาจมน้ำไว้ก้นคลองเผื่อจะชะลอการผุของกระสอบไปได้บ้าง เผื่อน้ำฉุกเฉินมาทางโรงพยาบาลจะได้เอาไปใช้ได้สะดวก(ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ ต้องรอดูต่อไปค่ะ) คราวนี้เกิดปัญหาว่าหนูจิ๋ว (น้องชายของหนู)เขาไม่ชอบเจ้ากระสอบพวกนี้เลยเพราะว่าทำให้บ้านรกมากๆ อีกอย่างคือจิ๋วเป็นห่วงเตี่ยที่ต้องเสียเวลาพักผ่อนไปเก็บและขนกระสอบมาบ้านทำให้เตี่ยต้องอิดโรยไปบ้างเปลี่ยนถุงมือไป 3 คู่แล้วเพราะถูกับกระสอบจนขาดหมด ถ้าไม่ใส่ถุงมือมีหวังมือเลือดออกแน่ค่ะ หนูเคยไปทำวันเดียวบ่นปวดนิ้ว ปวดตัว ปวดหัว ปวดตัว ปวดใจ(อันนี้ไม่น่าจะใช่ 555) แต่เตี่ยสามารถไปเก็บกระสอบได้ทุกวันเพราะใจยังอยากทำ หนูจิ๋วหงุดหงิดๆใส่หนูว่าไปเก็บมาจนรกบ้านไปหมดไม่รู้จะทำไปทำไม
หนูจึงอธิบายให้หนูจิ๋วเข้าใจดังนี้ว่า เตี่ยเราเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต่อไปก็จะตามด้วยโรคหัวใจแน่ๆ เพราะเหตุมาจากเบาหวาน ทางโรงพยาบาลห้วยพลูดูแลเตี่ยเป็นอย่างดี จึงต้องตอบแทนคุณของโรงพยาบาลบ้าง อีกอย่างเราเกิดมาได้ครบ 32 ก็เพราะมีโรงพยาบาลห้วยพลูคอยดูแลนะ บ้านเราไม่มีเงินมากพอที่จะไปบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์แพงๆ มีแต่แรงงานมด แรงงานปลวกเล็กๆน้อยๆ พอช่วยเก็บกระสอบได้บ้าง(ขยะของโรงพยาบาลในตอนนี้)ก็ถือเป็นการทำบุญใหญ่สำหรับเตี่ย เขาทำแล้วสุขใจถึงจะเหนื่อยมากก็ตาม หนูจิ๋วน่าจะเข้าใจและคอยช่วยเตี่ยถึงไม่ชอบทำงานพวกกระสอบก็ยกน้ำให้ดื่มคอยพูดให้กำลังใจก็พอแล้ว ไม่ใช่มัวทำหน้าบึ้งเวลาเตี่ยไปขนกระสอบมา หนูจะพูดต่อน้องบอกเข้าใจนานแล้วแต่ยังทำใจไม่ได้ อ่าวหรอกให้เจ้นึกคำพูดที่มีสาระอยู่ต้องนานเหนื่อยนะเนี้ยะ (ความจริงถนัดเรื่องไร้สาระมากกว่า) ตอนนี้เจ้คิดว่าหนูจิ๋วคงทำใจได้แล้วจะคงกำลังยกน้ำให้เตี่ยกินนะ…

น้องกล้วยไข่ กระสอบ จมอยู่ในน้ำอยู่ได้เป็นปี แต่ถ้าโดนแดด สักสามสี่เดือนก็จะผุพังแล้ว
ขอเป็นกำลังใจให้ เตี่ยที่ขยันเก็บขยะกระสอบ
เตี่ยของคุณน้องกล้วยไข่ คิดแบบเดียวกับผมเลย เก็บมันทุกอย่างที่ขวางหน้า
ลูกๆกับภรรยาจะทิ้งก็ไม่ยอม
คนแก่ก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ
คิดเสียว่ามีงานให้เตี่ยทำก็แล้วกันครับ
ที่จริงเอาไปรีไซเคิลน่าจะดีกว่า เพราะไม่รู้จะต้องเอาใช้อีกปีไหน
อยู่โล่งๆ สบายใจดี
ดีใจที่ลูกสาวเข้าใจพ่อเช่นนี้ค่ะ สำหรับเรื่องอย่างนี้แล้วเป็นกำลังใจได้บุญสูงนะคะ
น้องกล้วยไข่
+บัง วอ เคยอ่านวรรณกรรมเรื่องสั้น ของนิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์
+จำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่จำเนื้อหาได้ ว่า....
+ลูกสาวของชาวบ้านๆมีโอกาสไปเรียน กทม. ได้ทำงาน มีสามีเป็นคนกรุง ต่อมาพ่อเสียชีวิต จึงเอาแม่มาอยู่ด้วย
แม่ไม่อยากมา คิดถึงพ่อ คิดถึงบ้าน แต่ต้องตามใจลูกสาว มากรุงวันๆลูกสาวไม่ได้ทำอะไร ทำงานบ้านอะไรก็ไม่ได้ไม่ถูกใจลูกสาว
เก็บขยะอะไรก็ไม่ได้
+ แต่แม่ก็แอยเก็บไม้เสียบลูกชิ้นแล้วนั่งตัดปลายไม้เสียบลูกชิ้นที่แหลมๆออก ไม่ให้ลูกสาวเห็น.....
+เหตุการณ์ผันผ่านวันนั้นแม่ไม่ได้ออกไปเก็บไม้เสียบลูกชิ้น....หลานสาวที่วิ่งเล่นอยู่หน้าโดนไม้เสียบลูกชิ้นแทงต้องส่งรพ.....เนื้อหาประมาณนี้...
+."อย่าทำให้คนที่ทำงานเกิดความทุกข์"
กล้วยไข่ครับ ครูงงงงว่าพลาดบันทึกนี้นะเนี่ย สงสัยตอนช่วงทำงานวุ่นๆเลยไม่ได้มาอ่าน(ข้ออ้าง) รออ่านอีกครับ
พ่อกล้วยไข่ชอบถอดเสื้อทำงานจริงๆด้วย
• ก๊อกๆๆ หนูกล้วยอยู่ไหมคะ? มาส่งข่าว ก่อนหมดชั่วโมงเน็ตกลางทุ่งเน้อ ^____^
• หลานสาวที่บ้านสองคน จบม.6แล้ว ไม่ได้เรียนต่อ ขายก๊วยเตี๋ยวมะระไก่ตุ๋นอยู่ที่บ้าน กำลังเป็นแควนบันทึกหนูกล้วยกันทั้งบ้านเลยจ้า
• แต่บันทึกห่างไปหน่อยนะ คงยุ่งๆเป็นแน่
• มาชวนหนูกล้วยไปชมสวน สมบัติของแม่ ที่ทางขึ้นเขาพนมรุ้งนะ :)
• ความสุขลึกๆที่รับรู้สึกในบันทึกหนูกล้วย ทำให้มีใจขยายผลแห่งสุขแก่ตนและคนใกล้ๆ
• ขอบคุณมากนะจ๊ะ ที่ช่วยจุดประกายให้อา...พี่แสนฝน มีความสุขในการได้อยู่ดูแลแม่จ้า
ป.ล. อยากให้หนูกล้วยเรียกพี่..แสนฝนเหมือนสาวน้อย น้ำพอง แห่งสวนผักหวานป่านะ ชอบบบ ขอฝากวันวัยไว้ที่สวน สมบัติของแม่สักหลายสิบปี อิอิ
ฝากถึง"หนูจิ๋ว"ด้วยนะคะ
เตี่ยกำลังบำเพ็ญกุศล เป็นสมบัติของครอบครัว... ตระกูลหนูจิ๋วด้วย
ถ้าหนูจิ๋วช่วยคิดหาวิธีที่จะนำกระสอบลงใต้น้ำได้เจ๋งๆ ใช้เวลาน้อย ไม่กินเนื้อที่มากฯลฯ
กุศลยิ่งเพิ่มพูนทบเท่าทวีคูณเลยหละ
สาธุค่ะ
แวะมาเยี่วม สบายดีนะกล้วยไข่
เป็นกำลังใจให้น้องสาวที่น่ารัก ครับ สู้น่ะน้อง (^0^)