เที่ยวกลับเราจึงมีเวลามาก เลยตัดสินใจชวนกันลงเดินเที่ยวในตลาดสด.ในนี้มีของขายคล้ายกับตลาดสดทั่วๆไป ผัก ปลา อาหารแห้งต่างๆ.พ่อค้าเป็นผู้ชายทั้งหมด.ในตลาดออกจะมืดเล็กน้อยเพราะไฟฟ้าสว่างไม่มากนัก. หลายคน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย.พากันมองมาที่ทีมของเราเพราะแปลกตานั่นเอง !แน่นอนครับเราได้แต่เดินดูเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าซื้อไปก็ไม่รู้ว่าจะทำกินกันอย่างไร ?พ่อค้าหลายคนคงรู้ว่าพวกเราคงไม่ซื้อของเป็นแน่ จึงไม่มีใครเรียกหรือชวนให้ซื้อแต่อย่างใด ? ได้เวลาพอสมควรแล้วเราจึงถือโอกาสเดินเล่นมาจนถึงโรงแรม แล้วค่อยแยกย้าย..ห้องใครห้องมัน. ที่โรงแรมนี้ถือว่ายังเจริญพอสมควรเพราะมีโทรศัพท์ ซึ่งสามารถโทรทางไกลได้ ผมถือโอกาสเขียนจดหมายมาที่บ้านแล้วบอกเบอร์พร้อมกับนัดเวลาให้ นางจิ๋ว..โทรมาคุยเพื่อจะได้ทราบข่าวคราวกันบ้าง
๕๒. ผู้เขียน และช่างเชื่อมไทยเช่ารถสามล้อเที่ยวในวันหยุด. - ไปเที่ยวนอกเมือง.
เราจะเห็นกันตามข่าวเสมอๆว่า ชาวบังคลาเทศนี้นิยมการเดินขบวนกันเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การขอขึ้นค่าแรงต่างๆที่บ้านเราเองก็ไม่น้อยหน้า ดูสิครับประท้วงทีไรเสียหายเป็นล้านๆบาทภาษีประชาชนทั้งนั้น. แถมยังมีหลายมาตรฐานอีกต่างหาก.เศร้าใจจริงๆครับ.ดังนั้นเกือบทุกวันศุกร์ประชาชนนับร้อยจะพากันเดินขบวนไปรอบๆเมือง เพื่อเรียกร้องตามที่พวกเขาต้องการ ดีสิครับเพราะการเรียกร้องของพวกเขา ทำให้พวกเราสบายตามไปด้วยเพราะไม่ต้องทำงานแต่ได้รับเงิน ตามปกติครับ. วันหยุดนั้นเราถือโอกาสทัวร์รอบๆเมืองนี้เสียเลย โดยแจ้งจนท.ติดต่อให้มารับยังที่พักแล้วเช่ารถสามล้อนั่งไปเที่ยวพร้อมๆกันสามคัน สนุกดีครับ. คนขับสามล้อพาเรานั่งข้ามสะพานออกไปนอกเมือง ดีครับได้สูดอากาศท้องทุ่งกันบ้าง ระหว่างที่มองลงมายังแม่น้ำด้านล่างนั้นพบว่ากระแสน้ำไหลแรงและเชี่ยวมาก มองดูแล้วน่ากลัวและสงสารผู้คนริมน้ำขึ้นมาทันที. พอมาถึงท้องนาผมลองขี่ดูบ้าง เจ้าของรถยินยอม. แต่ผมดันขี่แหกโค้งไปเสียก่อน ทั้งๆที่ไปได้ ยังไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร. ดีน๊ะครับที่ไม่ทำรถเขาพังไปด้วย มิฉะนั้นต้องเสียเงิน โดยใช่เหตุเป็นแน่. ทีมเราใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกับการทัวร์รอบเมือง พอกลับเข้าเมืองปรากฏว่าการประท้วงของชาวบ้านนั้นยังดำเนินต่อไป เราจึงมาหยุดดูขบวนดังกล่าว เพราะช่วงนั้นรถยังไม่สามารถผ่านไปได้ พอกลับถึงโรงแรมก็พักกันตามสบาย เพราะได้หยุดพักหนึ่งวัน.
๕๓. ในพื้นที่ขุดเจาะบริเวณตีนเขา. - นอกเมืองสีมังโกล. ภาพโดยโตนี่-ฟาง. ปี ๒๕๔๐.

เช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่เรากำลังเตรียมตัวเพื่อไปทำงานนั้น ได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นจนเกือบจะต้องเสียชีวิตกันทั้งโรงแรม. ดีที่ผมได้มาอยู่บริเวณนั้นด้วยมิฉะนั้น..ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสมาเขียนเรื่องนี้ให้ท่านได้อ่านกันหรือไม่ ? เหตุเกิดจากนายทองสุก ช่างเชื่อมไทย.อยากจะกินมาม่าก่อนไปทำงาน เอาสายไฟที่ไม่มีปลั๊กมาเสียบเพื่อจะต้มน้ำใส่มาม่า. ผมยืนอยู่ในห้องด้วยครับและได้ยินเสียงไฟช๊อตดังพรึบ ! ผมมองไปที่สายไฟดังกล่าวปรากฏว่าไฟลุก ติดสายไฟและกำลังลามอย่างรวดเร็ว. ควันโขมงเต็มห้องพัก แถมยังลอย เข้าไปในห้องน้ำอีกด้วย.นายตุ๋ยช่างเชื่อมไทยตัวเล็กที่สุดในทีม. กำลังอาบน้ำอยู่และตะโกนออกมาจากห้องน้ำด้วยเสียงอันดังว่าเฮ้ย ! ควันอะไรว๊ะเต็มไปหมด ? ส่วนผู้ก่อเหตุกำลังวิ่งหนีออกจากห้องโดยมิได้สนใจอะไรทั้งสิ้น พี่แกกลัวตายขึ้นมาทันที. แม้ว่าผมจะไม่เคยเข้ารับการอบรมเรื่องการดับไฟมาก่อน แต่ผมก็ยังมีสติครับ..ผมได้ตะโกนออกไปดังๆว่า.เฮ้ย !มึงจะวิ่งหนีทำไม ? หาผ้ามาจับสายไฟแล้วกระชากปลั๊กออก..ได้ผลครับ. นายทองสุกหยุดวิ่งแล้วหันไปหยิบผ้าบนเตียงมาจับสายไฟ ทั้งที่กำลังลุกไหม้อยู่. กระชากแบบที่ว่าถ้าไม่หลุดก็ให้มันรู้ไป..ได้ผลสิครับไฟดับทันที หลังจากรอดตายมาได้พี่แกหัวเราะกันใหญ่.ไม่สนใจกับความตายที่ได้แวะมาเยือนเมื่อชั่วครู่.ดีที่ไม่ได้เป็นข่าวหน้าหนึ่ง มิฉะนั้นคงจะดังแน่ๆ เพราะเราเป็นคนไทยชุดแรกที่ไปเผาเมืองแขก. เท่านั้นยังไม่พอน๊ะครับ ! นายทองสุก..ยังไปสร้างวีรกรรมในการหนีเที่ยวกลางคืนอีกครับ.
๕๔. มือเพลิงคือไอ้หมวกเหลือง. - ไม่เกี่ยวกับเสื้อเหลืองเพราะปีนั้นยังไม่มีเสื้อสีใดใด ?

ขณะที่ผมกำลังหลับอยู่..หมอฮุสเซ็นต์มาเรียกและถามว่า..มีพนักงานของคุณแอบไปเที่ยวข้างนอกหรือไม่ ? เออพูดกันก็ไม่รู้เรื่อง ยังจะไปกับเขาอีกน๊ะ ! ผมไม่ทราบเรื่องใดใดเลย และบอกไปว่า นอกเวลางานแล้วไม่อยากไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา แต่จะไม่ยุ่งเลยก็ไม่ได้เพราะถ้าแขกหลอกไปฆ่าทิ้งจะทำอย่างไร ?ในที่สุดผมบอกว่ารอให้เขากลับมาก่อนดีกว่า อาจจะไม่ร้ายแรงแบบที่คิดก็ได้. หมอจึงได้กลับไปแบบไม่สบอารมณ์นัก ผมตื่นมาตอนเช้าก็พบว่าเขากลับมาครบอาการสามสิบสอง แต่ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว..ทีหลังอย่าทำอีกน๊ะ.เพราะทำให้คนอื่นๆและผมต้องเดือดร้อนไปด้วย. อีก ๑๕วันต่อมาพอเลิกงานแล้วผมมารอโทรศัพท์จากเมืองไทยที่โรงแรมนี้ ตามที่ได้นัดกัน ในจดหมาย. ผมจึงได้คุยกันกับนางสาวจิ๋วเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ได้เดินทางมาบังคลาเทศ. ปีพ.ศ.นั้นน่ะเหรอ ? อย่าไปพูดเรื่องมือถือเลยครับ. แต่ที่กำลังฮิตกันมากก็น่าจะเป็นรุ่นกระดูกหมานั่นแหละ ! วันรุ่งขึ้นเราไปทำงานกันตามปกติพอใกล้เที่ยงทางจนท.ติดต่อได้แจ้งว่ามื้อเที่ยงนี้ จะพาเราไปใช้บริการที่ร้านอาหารตามสั่ง ร้านที่เรามาใช้บริการ ในมื้อเย็นนั่นเอง ! ช่วงที่เดินทางมานั้นเราได้สวนทางกับรถขนาดใหญ่ ที่ใช้เป็นฐานหรือแท่นขุดเจาะบนบก รูปร่างคล้ายกับรถเจาะน้ำบาดาล ในบ้านเรานั่นแหละครับ. ตัวรถนั้นสีแดง คล้ายๆสีอิฐ. เขียนอะไรไว้ข้างรถก็ไม่ทราบเพราะเป็นภาษาเยอรมัน.รถคันนี้สามารถดัดแปลงเป็นแท่นเจาะน้ำมันบนบกได้ด้วยการกางขาตั้งออก แล้วนำท่อทางต่างๆมาติดตั้งเพื่อดำเนินการขุดเจาะ ก่อนมาจากเมืองไทยรถคันนี้จอดอยู่ที่ใต้ต้นสนที่ยาร์ดของบริษัทดอยแท๊คฯ สาขาย่อยที่บ้านกิโลสิบ พลูตาหลวง สัตหีบ.
๕๕. รถแท่นเจาะเอนกประสงค์. - ที่เมืองโมลิบาซ่าร์. ปี ๒๕๔๐

นายมัมเฝรด หน.ช่างชาวเยอรมัน ได้ขับจากยาร์ดแล้วไปลงเรือที่ภูเก็ต โดยมีปลายทางที่ท่าเรือจิตตะกอง ห่างจากเมืองที่ทีมเราอาศัยอยู่ ประมาณสองร้อยกม. เรือใช้เวลาเดินทางจริงๆประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่ที่ล่าช้านั้นเป็นเพราะต้องรอให้สินค้า เต็มระวางเสียก่อน. ช่วงสายวันเดียวกันนี้นายมัมเฝรดคนเดิม ได้ไปขับมาด้วยตัวเองจากท่าเรือจิตตะกอง Jittakong Habour. แล้วจึงนำไปจอดที่แค๊มป์ใหญ่เพื่อรอติดตั้งและใช้งานจริง. พอทีมเรามานั่งในร้านได้ไม่นานนักปรากฏว่าหัวหน้าใหญ่และทีมงานได้มานั่งที่โต๊ะใกล้ๆเราที่สำคัญยังได้อาหารมากินก่อนพวกเราเสียอีก จนท.สโตร์ชาวบังคลาเทศ รีบอธิบายให้ฟังว่า ผมสั่งก่อนทางโทรศัพท์ I ordered by phone. รสชาดของอาหารก็ยังคงอร่อยเหมือเดิมครับ ที่สำคัญหัวหน้าใหญ่ของดอยแท๊คฯเป็นผู้จ่ายเงินครับ ผมมิได้ดีใจหรอกน๊ะ!ใครจ่ายก็เหมือนกัน เพราะทีมเราต้องกินฟรีอยู่ดี. ต่อมาพอย้ายอุปกรณ์ไปเกือบหมดแล้วยาร์ดนี้จึงได้ปิดตัวเองลง. ทีมของเราก็ได้รับแจ้งให้ย้ายไปนอนในแค๊มป์ด้วย ที่เมืองสีมังโกล.ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา. พื้นที่ของแค๊มป์นี้ใหญ่พอสมควร ด้านหน้าติดถนน. ด้านหลังติดเนินเขา อากาศเย็นสบาย แต่มีบ่อยครั้ง ที่ผมรู้สึกว่าหนาวครับ.
๕๖.รถแท่นเจาะเอนกประสงค์ - หลังจากกางล้อ. ภาพโดยโตนี่-ฟาง.เมืองสีมังโกล. ปี ๒๕๔๐

พอเดินเข้าประตูแค๊มป์มา ทุกคนจะต้องพบกับยามหรือรปภ.แขก เขาจะตรวจบัตรผ่านเราทุกครั้งที่ผ่านเข้า-ออก.ถ้าเดินเลยมาอีกนิดก็จะพบตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้เป็นตู้นอน และห้องซักผ้าบ้าง ห้องพยาบาลบ้าง วางตั้งฉากกับถนนหนึ่งตู้. โดยวางอยู่ด้านซ้ายมือขนานถนนในแค๊มป์-ซึ่งมีช่างเชื่อมไทยอาศัยอยู่ในตู้นี้สามคน เป็นเตียงสองชั้นสองเตียง มีนายคำพร ,นายทองสุก และนายตุ๋ย. อีกหนึ่งตู้เป็นสำนักงานเซฟตี้ประจำแค๊มป์ ใครมาที่นี่ครั้งแรกจะต้องมาทำบัตรผ่านที่นี่ก่อน เพื่อความสะดวก ในการผ่านเข้า- ออก.