ผู้เขียนได้พยายามสอนภาษาอังกฤษโดยให้นิสิตเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่สอดคล้องกับชีวิตจริงและเรียนภาษาอังกฤษโดยการให้นิสิตมานำเสนอเรื่องที่เรียนกับเพื่อนๆร่วมชั้น แต่ก่อนที่จะนำเสนอนิสิตต้องนำเรื่องเหล่านั้นมาให้ดูก่อนว่า จะนำเสนออะไร นำเสนออย่างไร โดยมีหัวข้อคือ
1. Title
2.Vocabulary
3. Grammar
4.Excercise
5. Test
นิสิตจะต้องเตรียมเนื้อหาจากบทเรียนมานำเสนอเพื่อนร่วมชั้น ตามหัวข้อดังกล่าว โดยเพิ่ม Exercise และทำข้อสอบ(Test)เพื่อนๆลองทำด้วย
เนื่องจากหลักสูตรภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยบังคับด้วยเนื้อหาตามที่นิสิตต้องเรียน (วิชาแกน เช่น การอ่าน การเขียนภาษาอังกฤษ) นิสิตได้เรียนรู้เรื่องทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทักษะแห่งอนาคตใหม่ หรือที่เราเรียกว่า 21stcentury skills เพิ่มเข้าไปด้วยคือ
1.ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
2.การคิดวิพากษ์และการแก้ปัญหา
3.การสื่อสารและการร่วมมือทำงาน
ในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมนั้น นิสิตได้ออกแบบ power point เพื่อการนำเสนอ ส่วนในเรื่องของการคิดวิพากษ์และการแก้ปัญหา นิสิตมีการถามการตอบ การแก้ปัญหาของงานที่จะนำเสนอ ในประเด็นของการสื่อสารและการร่วมมือนั้นนิสิตได้นำเสนอทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีการแบ่งงานกันทำ การวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ
ตอนอ่านหนังสือ ทักษะแห่งอนาคตใหม่ การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21 ใหม่ ตอนแรกคิดอยู่นานว่า จะทำอย่างไรให้นิสิตได้เรียนรู้มากๆจากบริบทในชีวิตประจำวัน ทำอย่างไรจะให้นิสิตเรียนรู้ให้มากขึ้น แต่สอนให้น้อยลง ตอนแรกยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า จะเป็นไปได้อย่างไรดูขัดแย้งกันเหลือเกินว่า สอนให้น้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น(Teach less learn more)
ขอบคุณอาจารย์จันทวรรณมากครับ ที่มอบดอกไม้ให้ ไปงาน HA ใช่ไหมครับ
น่าสนใจมากเลยค่ะ กับคำประโยคที่ว่า "สอนให้น้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น"
ขอบคุณครูดาธานมากครับ สอนไม่ได้ลดเวลาหรือเนื้อหานะครับ แต่สอนแบบมีคุณภาพ นิสิตได้ค้นคว้า เรียนรู้และสอนกันเองครับ
ขอบคุณคุณหมอป. อาจารย์นุ ที่มาให้ดอกไม้ ขอบคุณพี่ paew ที่มากด like ครับ
* ดีจังค่ะที่เริ่มขับเคลื่อน 21st century skills ในหลักสูตรนี่้
* อยากเห็น ตัวอย่าง pp. ของนิสิตที่ครูขจิตบอกว่าได้เรียนรู้
ขอบคุณพี่ใหญ่มากครับ power point ของนิสิตสวยมาก ทันทีที่ว่างจะเอา power point แนบไปในบันทึกนะครับ ตอนนี้กำลังเตรียมตัวไปสิงห์บุรีกันครับพี่ใหญ่ รถออกแต่เช้าเลย...
ขอบคุณอาจารย์แม่มากครับ ที่กดมอบดอกไม้ให้
ขอบคุณค่ะ ประโยคนี้ละค่ะ น่าสนใจที่สุด จะทำอย่างไร ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสอนกันเองได้ เคยอ่านบทความเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทย ว่าครูส่วนมากสอนหนังสือ ให้เด็กเป็นไปตามที่ตนเองหล่อหลอม เหมือนเบ้าเตาเผาที่หลอมเตาออกมาตามแบบ ไม่ได้สอนให้เด็กเกิดการเรียนรู้ กลับมามองตัวเองว่าเป็นอย่างนั้นรึเปล่า ก็ชักจะเห็นด้วย ก็เลยพยายามปรับเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ค่ะ ดีใจค่ะที่ได้มีโอกาสมาเจอครูที่มีวิธีการสอนที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงนำความรู้ไปสอนเพื่อนได้อีก สุดยอดค่ะ
ว้าว อินเทรนด์ค่ะ ส่งกำลังใจ เดินทางปลอดภัย สุขใจกับการเรียนรู้นะคะท่านพี่ ฯ :)
ดูนักศึกษาแล้ว เห็นแววว่าวิธีสอนนี้ได้ผลเป็นบวกแน่นอน ขอเป็นกำลังใจครับ
+ สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
+ นานมากไม่ได้คุยกัน....ด้วยความคิดถึงค่ะ
+ ชอบจังค่ะ...สอนให้น้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น(Teach less learn more)
+ เป็นโจทย์ใหญ่ค่ะ...แต่ดูจะเป็นอะไรที่ท้าทายครูอย่างเรามากทีเดียวค่ะ
+ อย่างน้อย อ.ขจิต ก็เป็นแบบยืนยันว่า...ทำได้...
น่ากลับไปเรียนภาษาอีกครั้งจัง.....
I like this:
1. Title 2. Vocabulary 3. Grammar 4. Excercise 5. Test
it is a plain, simple, straight and practical routine. Though, we can make it more sophisticated like:
1. Aim 2. key components 3. structural relations 4. practice 5. test
And we repeat this process over and over with 'changed' title, vocab...;-)
ชอบจัง
สอนให้น้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น(Teach less learn more)
มาใช้ที่ทำงานก็ได้นะคะเนี่ย ไม่งั้นจะเป็นแต่พี่พูดมากอยู่คนเดียว
น้อง ๆ ขยันพูด แสดงการเรียนรู้ให้เห็น....การเรียนรู้ผ่านการทำงาน ก็เพิ่มพูน ๆ
อิ อิ นิสิตหน้าตาสดใสสดชื่น ห้องเรียนอาจารย์น่าจะฮาก๊าก มาก ๆ เลยนะคะ
ผมอยากไปเรียนด้วยคนจังครับ
หนูขอเป็น teach less learn less ก็แล้วกันค่ะ จะได้มีเวลาเข้าgotoknowกับเขาบ้าง
อาจารย์ครับ สุดยอดครับ ขออนุญาตลิงค์ไปไว้ใน เฟซบุ๊ค Thai Teacher Forum นะครับ
เจริญพรโยมอาจารย์
อาตมาได้รับแบบสัมภาษณ์แล้ว
ขอบคุณครับ...