เมื่อพูดถึงขี้เลื่อย (Sawdust) พี่น้องชาว KM. อย่าพึ่งเข้าใจผิดนะครับ  ว่าขี้เลื่อยที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ เป็นขี้เลื่อยที่อยู่ในสมองของคนหัวขี้เลื่อยอย่างผมครับ แฮ่ๆๆ...  ครับ...แท้ที่จริงแล้วขี้เลื่อยที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้เป็นขี้เลื่อยที่ได้มาจากการแปรรูปไม้ยางพารา (Pararubber) ที่หมดอายุไขของการกรีดยางแล้ว พี่น้องชาวฟาร์มเห็ดก็ไปหาซื้อมาสำหรับกิจกรรมการเพาะเห็ด โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องชาวฟาร์มเห็ดที่เพาะเห็ดในถุงพลาสติก (Inbags cultivations)  ถึงอยู่ไกลแสนไกลขนาดไหนก็ต้องดั้นด้นไปหามาเพื่อใช้ในการเพาะเห็ด เนื่องจากโรงเลื่อยที่ผลิตขี้เลื่อยออกมาดีมีคุณภาพ ไม่มีไม้ชนิดอื่นมาปอมปน อยู่ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี หรือรองลงมาก็อยู่ที่จังหวัดระยองโน่น ไกลไหมละครับถ้าผมอยู่ที่ดินแดนแห่งเมืองดอกบัวงาม ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์นับว่าไกลโขพอควร            

              จากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ จึงทำให้ราคายางแผ่นสูงตามขึ้นไปด้วยเป็นเงาตามตัว ทำลายประวัติศาสตร์ด้านราคาด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงทำให้พี่น้องชาวสวนยางพาราหวงแหนต้นยางยิ่งกว่าอะไรเสียอีก ถึงต้นยางจะแก่ น้ำยางไหลออกมาน้อยก็สารมารถรอได้ จึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงสำหรับพี่น้องชาวฟาร์มเห็ดที่เน้นขี้เลื่อยไม้ยางพาราในการเพาะเห็ด เพราะไม่มีต้นยางเข้าโรงเลื่อย หรือเข้าก็ปริมาณที่น้อยลง จึงทำให้ไม่พอเพียงกับความต้องการ และเมื่อขนส่งขึ้นมาราคาน้ำมันก็เพิ่มจากเดิมเป็น 2.5 เท่า จากราคาเดิมเมื่อต้นปี ซึ่งทำให้พี่น้องชาวฟาร์มเห็ดที่จังหวัดอุบลราชธานีต้องจ่ายเงินซื้อถึงรถสิบล้อละ ประมาณ 25,000 บาท (น้ำหนักประมาณ 13 ตัน)  เมื่อนำมาเพาะเห็ดก็ออกดอกบ้าง ไม่ออกดอกบ้าง ออกดอกมาแล้วเมื่อนำไปจำหน่ายในท้องตลาดก็ได้ราคาเท่าเดิม ไม่ขึ้นตามราคาของขี้เลื่อย แล้วพี่น้องชาวฟาร์มเห็ดก็ต้องมานั่งกลุ้มอีกต่อไป        

     

        ปัญหามาปัญญาเกิด เมื่อพี่น้องเจอปัญหาเรื่องขี้เลื่อยแพงแล้วท่านทำอย่างไร ? เป็นโจทย์ของผมที่โยนถามทางกับพี่น้องชาวฟาร์มเห็ดบ้านนาเมือง ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ พี่น้องเกือบ 20 คน นั่งอึ้งอยู่พักใหญ่มองหน้า แลหลัง และทำตากระปริบๆ จึงทำให้ผมมึนงงตาม แล้วผมก็เลยเอ่ยถามคุณพ่ออ้วน เลขาฯ กลุ่มว่า นี่พ่ออ้วนบ้านเราเพาะเห็ดขอนขาวไม่ใช่หรือ ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าใช่ๆ ...... ผมก็เลยถามต่อว่าในธรรมชาติเห็ดขอนขาวเกิดกับต้นอะไร พี่น้องชาวฟาร์มเห็ดก็ตอบว่า ต้นมะม่วง ต้นเลื่อม ต้นติ้ว เป็นต้น  จากนั้นเราก็เข้าสู่กระบวนการคิดเรื่องการจัดการความรู้ต่อทันที แล้วทำไมเราไม่เอาขี้เลื่อยไม้พวกนี้มาเพาะเห็ดขอนขาวแทนล่ะ ทุกคนก็เออออห่อหมกว่า ใช่แล้วๆๆ....ดีๆ....                          

        

           “ประดิษฐ์เครื่องทำขี้เลื่อย เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าดี จากนั้นก็เริ่มสู่กระบวนการประดิษฐ์เครื่องสับขี้เลื่อย โดยได้ปรึกษากับ รศ.ดร.ณรงค์   หุตานุวัตร ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการทำเครื่อง โดยพ่ออ๊อด ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม ที่มีฝีมือด้านนี้อยู่แล้ว จากนั้นเราก็ได้เครื่องที่สมบูรณ์แบบที่ราคาถูกที่สุดในโลก (เพราะแบบนี้ยังไม่เคยมีใครทำ) แต่ก็ถูกจริงๆ ซึ่งต้นทุนเพียง 16,000. บาทผลิตขี้เลื่อยได้ชั่วโมงละ 50-70 กิโลกรัม  จากนั้นเราจึงได้นำมาเพาะเห็ดของขาว ผลปรากฏว่าให้ผลผลิตเห็ดได้ดีหรืออาจดีกว่าขี้เลื่อยไม้ยางพาราด้วยซ้ำไป(กำลังทดสอบซ้ำ)   จึงต้องขอชมเชยในการตั้งใจจริงสำหรับการแก้ปัญหาของชุมชนคนรักเห็ดบ้านนาเมืองที่มีการจัดการความรู้อย่างเหมาะสม

ขอบคุณครับ

อุทัย   อันพิมพ์

1 กันยายน  2549