เลขที่คำสั่งต้องเรียงลำดับตามวันที่ออกคำสั่ง, ขั้นตอนการโอนไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครหรือทำ ครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์, หลักเกณฑ์การสอนเสริม, พา นศ.ไปเข้าค่าย เบิกค่าอะไรได้บ้าง
สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6 เรื่อง ดังนี้
1. วันที่ 26 ม.ค.55 นายนาวี ครูผู้ช่วย กศน.เขตป้อมปราบฯ ถามในเฟซบุ๊คผม ว่า การออกเลขคำสั่งสามารถออกย้อนหลังได้ไหม ถ้าออกได้ไม่เกินกี่วัน
ผมตอบว่า การออกคำสั่ง ( เลขที่ วันที่ ) ให้ออกในวันที่ผู้ออกคำสั่งลงนามในคำสั่ง ไม่มีระเบียบให้ออกย้อนหลัง
ในทางปฏิบัติ ถ้าจำเป็นต้องออกย้อนหลังก็ต้องไม่ย้อนหลังไปก่อนวันที่ของคำสั่งเก่าที่เคยออกไปก่อนนั้น เช่น คำสั่งฉบับก่อนของหน่วยงานนั้นคือ เลขที่ 101 ออกเมื่อวันที่ 15 ม.ค.55 ส่วนตอนนี้วันที่ 26 ม.ค.55 แล้ว จะออกคำสั่งฉบับใหม่ย้อนหลัง เป็นคำสั่งเลขที่ 102 ก็จะย้อนหลังไปออกก่อนวันที่ 15 ม.ค.55 ไม่ได้ ( เลขที่คำสั่งต้องเรียงลำดับตามวันที่ออกคำสั่ง คือ คำสั่งเลขที่หลัง จะลงวันที่ก่อนคำสั่งเลขที่ก่อน ไม่ได้ วันเดียวกันได้ )
ถ้าจะย้อนหลังไปก่อนนั้น ต้องแก้ทะเบียนคำสั่งและเลขที่คำสั่งเก่าด้วย ( ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูก ถ้าเป็นเรื่องทุจริตและมีผู้ร้องเรียนตรวจสอบพบ ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ )
2. วันที่ 27 ม.ค.55 ผมไปเป็นวิทยากรการอบรมบุคลากร กศน.อ.อุทัย เรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างง่าย ๆ สำหรับครู กศน. ( วิจัยหน้าเดียว ) โดยเป็นวิทยากรคนเดียวทั้งวัน
3. วันที่ 30 ม.ค.55 คุณนาวี ครูผู้ช่วย กศน.เขตป้อมปราบฯ ถามผมทางเฟซบุ๊คอีก เรื่อง หลักเกณฑ์ ของ กคศ.ในการเปลี่ยนวิทยาฐานะ จากครู เป็นครูชำนาญการ และจากครูชำนาญจะเป็นครูชำนาญการพิเศษ หรือเกณฑ์การเปลี่ยนเป็นสายผู้บริหาร หรือศึกษานิเทศก์ มีหลักเกณฑ์ยังไงบ้าง ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร
ผมตอบว่า ถามหลายประเด็นจัง มันมีรายละเอียดมาก ถ้าจะตอบจริง ๆ จะหลายหน้ากระดาษ ขอตอบเพียงคร่าว ๆ ( ที่จริงก็เคยตอบในบล็อกผมแล้ว แต่นำมารวมไว้อีกก็ดี )
3.1 สายงานการสอน ( ตั้งแต่ 1 ต.ค.52 เป็นต้นมา ตอนยื่นขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ หรือครูชำนาญการพิเศษ ไม่ได้กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ และไม่ได้กำหนดเดือนที่ให้ยื่น คุณสมบัติครบวันไหนก็ยื่นได้ตลอด )
3.1.1 ครูชำนาญการ
ผู้ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องมีคุณสมบัติ ต่อไปนี้
1) ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า
- 6 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี
- 4 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาโททางการศึกษาหรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนด
- 2 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาเอกทางการศึกษาหรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนด นับถึงวันที่ยื่นคำขอ
( ครูผู้ช่วยที่บรรจุหลังวันที่ 20 ก.พ.51 ไม่นับรวมช่วงเวลาการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี นับเฉพาะช่วงเป็นครู คศ.1 ) ( ถ้าอยู่ในทุกอำเภอของจังหวัด นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กับอีก 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ให้ลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง เพราะนับอายุราชการทวีคูณ )
หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า คือ
- ตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 6 กี่ปีก็ได้
- ตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 5 ไม่น้อยกว่า 8 ปี ( ไม่รวมตำแหน่งครู )
- ตำแหน่งอาจารย์ 1 ที่ต่ำกว่าระดับ 6 รวมกับตำแหน่งครู ครบ 8 ปี ( กรณีนี้ต้องขออนุมัติ ก.ค.ศ.เฉพาะราย )
- กรณีเทียบประสบการณ์ ( มีชั่วโมงสอนไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ ) ต้องเป็นครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และเมื่อรวมกับเคยเป็นอาจารย์ 1 ระดับใดก็ได้ รวมเป็น 6 ปี สำหรับปริญญาตรี 4 ปี สำหรับปริญญาโท 2 ปี สำหรับปริญญาเอก
2) มีภาระงานสอนไม่ต่ำกว่าภาระงานขั้นต่ำตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ. ( สำหรับ กศน. คือ มีชั่วโมงสอนตามตารางสอน+ภาะระงานที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอน+ภาระงาน การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยเฉพาะชั่วโมงสอนตามตารางสอนไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง/สัปดาห์ )
3) ได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้ เรียนย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ
3.1.2 ครูชำนาญการพิเศษ
ผู้ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องมีคุณสมบัติ ต่อไปนี้
1) ดำรงตำแหน่งครูที่มีวิทยฐานะครูชำนาญการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอ
2) มีภาระงานสอนไม่ต่ำกว่าภาระงานขั้นต่ำตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ.
3) ได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการเรียนการสอน และ การพัฒนาผู้เรียนย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ
ถ้าจะเปลี่ยนเป็นสายงานบริหารการศึกษา หรือสายงานนิเทศการศึกษา ต้องสอบครับ
3.2 สายงานบริหารการศึกษา ( เป็นแค่ครูชำนาญการ ยังไม่ต้องเป็นครูชำนาญการพิเศษ ก็มีสิทธิ์สมัครเป็นผู้บริหาร )
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ ผอ.กศน.อำเภอ ( ผอ.สถานศึกษา ) คือ
1) ปัจจุบันเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2) วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้
3) ดำรงตำแหน่งรอง ผอ.มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือตำแหน่งครูชำนาญการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่า ( ตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่าคือ อ.2 ระดับ 7 หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่ม มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี )
4) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหาร หรือหนังสือรับรองสิทธิผู้ประสงค์จะประกอบวิชาชีพผู้บริหาร
คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา คือ
- มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
- มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางบริหารการศึกษา เช่น ปริญญาตรีสาขาวิชาบริหารการศึกษา ป.บัณฑิตทางบริหารการศึกษา ปริญญาโท/เอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
- มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้าหมวด หรือหัวหน้าฝ่าย หรือหัวหน้างาน หรือตำแหน่งบริหารอื่น ๆ ในสถานศึกษามาแล้ว รวมไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง (คุณสมบัติข้อนี้ได้รับการยกเว้นให้เข้าอบรมภายใน 2 ปี นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา)
3.3 สายงานนิเทศการศึกษา
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบศึกษานิเทศก์ คือ
1) ต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนี้
3) ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี และ 2 ปีสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาโทขึ้นไป หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่า
4) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น (ศึกษานิเทศก์)
คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ คือ
- มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
- มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี หรือมีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนและประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถาน ศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษารวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี
5) ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ( คุณสมบัติข้อนี้ได้รับการยกเว้นให้ผ่านการพัฒนาฯหลังการสอบ )
4. วันที่ 31 ม.ค.55 คุณวรรดี บรรณารักษ์ กศน.อ.บ้านไร่ ถามผมผ่านเฟซบุ๊คว่า “หนูทำเรื่องโอนไปเทศบาล ทางเทศบาลมีหนังสือยินดีรับโอนส่งไปที่ สนง กศน เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปต้องดำเนินการต่อยังไง”
ผมได้ถาม อ.มณฑา กจ. กศน. ได้รับแจ้งว่า ได้รับหนังสือ "ยินดีรับโอน" ( พร้อมมติ ก.ท.จ. ) จากทางเทศบาลแล้ว แต่ไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่ กจ.ต้องการคือ หนังสือทาบทามการโอน ว่าจะขอรับโอนไปลงตำแหน่งอะไรที่ไหน เลขที่ตำแหน่ง เงินเดือนเท่าไร ฯลฯ ไม่ใช่แค่บอกว่ายินดีรับโอน ถ้า กจ.ได้รับหนังสือที่ถูกต้อง ก็จะตรวจสอบข้อมูลแล้วทำหนังสือมาถามที่ สนง.กศน.จ.ว่าขัดข้องหรือมีความเห็นอย่างไร เพื่อดำเนินการต่อไป
สิ่งที่จะต้องทำคือ
- ไปติดต่อทางเทศบาลให้เขาทำหนังสือทาบทามการโอนใหม่ให้มีเนื้อหาตามที่บอก แล้วให้เขาส่งตรงไปที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือเลขาธิการ กศน. ก็ได้
- ติดต่อประสานงานให้ สนง.กศน.จ. ทำหนังสือแจ้งความเห็น/ไม่ขัดข้องที่จะให้โอน ส่งไป กจ.กศน.ไว้ก่อนเลย กจ.จะได้ไม่ต้องทำหนังสือถามมาอีก เพื่อเร็วขึ้น
ขั้นตอนฝ่ายผู้ขอโอน ( กศน. )
1) เจ้าตัวผู้จะขอโอนไปติดต่อหน่วยงานที่มีความประสงค์จะโอนไป ว่ามีตำแหน่งว่างจะรับโอนหรือไม่ ( พร้อมทั้งนำ หลักฐานวุฒิการศึกษา และสำ เนา ก.พ.7 ไปประกอบการพิจารณาด้วย )
2) ถ้าหนว่ยงานนั้น มีตำแหนง่ว่างที่จะรับโอน และยินดีรับโอน ก็ทำหนังสือทาบทามขอรับโอนมายัง กศน.
3) เมื่อ กศน. ได้รับเรื่องทาบทามแล้ว ก็จะแจ้งให้ต้นสังกัดของข้าราชการผู้ขอโอนพิจารณาในเบื้องต้น ว่าจะขัดข้องหรือไม่ พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบทางวินัย และภาระผูกพันเกี่ยวกับหนี้ทุนการศึกษา
4) ถ้าต้นสังกัดไม่ขัดข้อง และ กศน.ได้พิจารณาแล้ว จะมีหนังสือตอบไปยังหน่วยงานที่รับโอน
5) หน่วยงานที่รับโอนดำเนินการออกคำสั่งรับโอน
6) กศน. ( สนง.ปลัดกระทรวง ศธ. ) ออกคำสั่งให้โอนไป และมีหนังสือแจ้ง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด
7) ผอ.สนง.กศน.จังหวัด มีหนังสือส่งตัวข้าราชการผู้ขอโอนไป
ขั้นตอนฝ่ายรับโอน ( อปท. : องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น )
1) รับคำขอโอนจากข้าราชการผู้ขอโอน
2) ตรวจสอบตำแหน่งว่าง (ชื่อตำแหน่ง ตำแหน่งเลขที่ สังกัด) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้โอน
3) ทำหนังสือทาบทามการโอนไปยังต้นสังกัดของข้าราชการ
4) รับหนังสือตอบข้อขัดข้อง / ไม่ขัดข้อง จากต้นสังกัด
5) จัดทำคำสั่งรับโอน กรณีตอบไม่ขัดข้อง ( กรณีตำแหน่งว่างเป็นตำแหน่ง ว ต่างๆ ผู้ขอโอนต้องจัดทำผลงานเข้ารับการประเมินเข้าสู่ตำแหน่ง เมื่อผลงานผ่านการประเมินจากคณะกรรมการฯแล้ว จึงจัดทำคำสั่งรับโอน) กรณีรับโอนตามกฎหมายอื่น ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.
6) ส่งคำสั่งรับโอน ไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอโอนเพื่อดำเนินการต่อไป
7) ต้นสังกัดของผู้ขอโอนมีคำสั่งให้โอน และจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของผู้ขอโอนมายัง อปท.
8) แจ้งให้ผู้ขอโอนมารายงานตัว เพื่อบันทึกลงเวลาปฏิบัติราชการ
9) บันทึกคำสั่งให้โอนและรับโอน ลงใน ก.พ. 7
5. วันเดียวกัน ( 31 ม.ค. ) ผู้ใช้ชื่อว่า เด็กรามัญ บ้านฉาง ถามผมทางเฟซบุ๊คว่า “ใน 1 วันสอนเสริมได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง”
เรื่องนี้ ในหนังสือ “คู่มือการดำเนินงานหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551” หน้า 87 กำหนดไว้เพียงสั้น ๆ ว่า “ค่าตอบแทนวิทยากรสอนเสริม ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด”
ส่วน “คู่มือการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544” เดิม กำหนดไว้ในหน้า 50 ว่า “กำหนดให้จัดสอนเสริมได้หมวดวิชาละ 3 ครั้ง ๆ ละไม่เกิน 3 ชั่วโมง โดยจ่ายค่าตอบแทนให้ชั่วโมงละ 150 บาท ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนมาก ที่ กค 0409.7/28861 ลงวันที่ 29 กันยายน 2546 นักศึกษาที่เข้ารับการสอนเสริมแต่ละครั้งต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน หากจำนวนนักศึกษาต่ำกว่า 20 คน ให้คิดค่าตอบแทนโดยหารเฉลี่ยตามจำนวนนักศึกษา”
แต่ คู่มือฉบับปรับปรุง พ.ศ.2549 กำหนดไว้ในหน้า 60 ว่า “กำหนดให้มีการสอนเสริมในการจัดการเรียนรู้วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม ทุกระดับการศึกษา ในหมวดวิชาพื้นฐาน สาระการเรียนรู้ที่ยุ่งยากซับซ้อนต่อการทำความเข้าใจ ได้แก่ หมวดวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ หมวดวิชาละไม่เกิน 12 ชั่วโมง ในแต่ละภาคเรียน สำหรับจำนวนผู้เรียนที่เข้ารับการสอนเสริมแต่ละครั้ง ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับค่าตอบแทนวิทยากรสอนเสริม ให้เบิกจ่ายในอัตราชั่วโมงละ 200 บาท ตามหนังสือสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ที่ ศธ 0210.03/7113 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2548 ( ซึ่งอ้างอิงต่อเนื่องไปยังหนังสือกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ที่ กค 0409.7/15059 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2548 )”
ฉะนั้น ปัจจุบันไม่ได้กำหนดแล้วว่า สอนเสริมได้ไม่เกินวันละกี่ชั่วโมง
6. วันเดียวกัน ( 31 ม.ค. ) ท่าน ผอ.สนง.กศน.จ.นนทบุรี โทร.มาบอกให้ผมนำหนังสือเกี่ยวกับการเบิกเงินค่าเข้าค่าย ขึ้นบล็อก ว่า การพานักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐานไปเข้าค่ายที่ต่างจังหวัด เบิกค่าอะไรได้บ้าง
เรื่องนี้ เบิกได้ตาม คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ ที่ 895/2551 เรื่องหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ที่กำหนดไว้ในข้อ 12. ว่า "ค่าดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และหรือกิจกรรมเสริมหลักสูตร เป็นค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก ค่าเช่าสถานที่ ค่าเช่ายานพาหนะ ให้กับเอกชนหรือส่วนราชการอื่นตามที่เรียกเก็บ"


สุดยอดครับท่านอาจารย์เอกชัย...ขอชมเชย
ขอบคุึณครับอาจารย์...
เยี่ยมมากครับคุณครูเอกชัย ขอเพิ่มเติมนิดนึง (พอดีเคยอ่านเจอมานานมากแล้ว) เลขคำสั่งออกย้อนหลังไม่ได้ แต่เนื้อหาในคำสั่งให้มีผลย้อนหลังได้ ในทางที่เป็นคุณ ยกตัวอย่างเช่นคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นต้น เช่น ออกคำสั่งวันนี้ (1 ก.พ.55) แต่สามารถให้มีผลย้อนหลัง ถึง วันที 1 มกราคม 55 เป็นต้นได้ (ตกเบิกยิ้มแแฉ่งไปตามๆๆกันเลยละ)
ขอบคุณท่านครูผักไห่ที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อความรู้ของงาน กศน.และเป็นช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
มีข้อข้องใจและใจจดใจจ่ออย่างมากกับงบประมาณ 2555 ซึ่งงบค่าจ้างบรรณารักษ์หมดเดือนมกราคมไปแล้วและรอเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่ง อยากจะทราบว่าทางสนง.กศน.จะให้ตกเบิกและให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 7,940 หรือ 8,630 หรือ 9,140 ซึ่งจะเป็นขวัญกำลังใจต่อชาวบรรณารักษ์อัตราจ้างมากเพราะมีอยู่แค่ไม่เกิน800 คน ขอความชี้แจงด้วยคะ่
ขอบคุณมากครับคุณครูภูธร
ส่วนเรื่องงบค่าจ้างบรรณารักษ์ที่ "บรรณารักษ์อัตราจ้าง" ถามนั้น เนื่องจาก พรบ.งบประมาณ 2555 ล่าช้า กลุ่มแผนงาน กศน. จึงจัดสรรเงินเท่าปี 2544 มาให้เบิกจ่ายไปพลางก่อน 4 เดือน เพราะคิดว่างบประมาณ 2555 จะเสร็จก่อนเดือน ก.พ.55 แต่ งบประมาณปี 2555 ก็ยังไม่เรียบร้อย ตอนนี้กลุ่มแผนงานได้จัดสรรเงินเท่าปี 54 มาเพิ่มให้อีก 3 เดือนแล้วครับ ส่วนเมื่องบประมาณ 2555 เรียบร้อยแล้ว เขาจะปรับเป็นเท่าไรนั้นผมไม่แน่ใจ แต่เพิ่มแน่ครับ
ขอบคุณมากรค่ะ อาจารย์เอกชัย ต่อไปจะได้ไม่เบิกถูกเบิกผิด
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ
และทุก ๆ คน