ผมสงสัยว่าพระไตรปิฎกลงสู่ Internet ได้อย่างไร..?

เมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านไปแล้วมีสายฝนตกลงมาพอให้เย็นชื่นฉ่ำใจนอนสบาย ๆ เพลิน ๆ ชวนให้ขี้เกียจที่จะลุกขึ้นมาทำอะไร ๆ  ที่จะก่อเกิดประโยชน์ตนประโยชน์ท่านมีดวงจิตที่คัดค้านและมีดวงจิตที่สนับสนุนในการตัดสินใจเลือกทั้งฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดีในตนเอง

        แต่หน้าที่การงานก็เป็นตัวกำหนดให้ต้องลงมือกระทำการ  เพราะทุกอย่างอยู่ที่จิตใจเป็นผู้นำการกระทำ  เมื่อตั้งใจทำงานตามหน้าที่แล้วแม้จะมีดวงจิตคัดค้านก็ทานพลังบวกไม่ไหวเหมือนคนทำความดีประเภทปิดทองหลังพระก็มีถมไป 

 

 ทำไมละเรื่องนี้เกิดขึ้นในเขตเมืองหาดใหญ่นะครับ  เพราะผมเห็นอย่างตอนตีห้ากว่า ๆ ขณะผมออกไปวิ่งรับลมชมวิวเห็นพระจีน ( สายมหายาน ) ออกมาบิณฑบาตมีรถเก๋งมาจอดแล้วลงไปตักบาตรทำบุญ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่สว่างแต่อาศัยแสงไฟหน้ารถเก๋งนั้นเอง 

 

พออีกวันหนึ่งในเวลาใกล้เคียงกันคือก่อนหัวรุ่งก็เห็นทำนองนี้แต่เป็นพระสงฆ์ฝ่ายเถรวาทกำลังเดินบิณฑบาตก็เห็นชายวัยกลางคนลงจากจักรยานแล้วนั่งถวายข้าวอาหารที่นำมาแล้วพนมมือรับศีลรับพร  ถ้าพูดจาภาษาชาวบ้านก็ว่าจะมีใครกี่คนที่แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาทำความดีอย่างนี้ 

 

 เขาทำความดีคือทำบุญแม้ไม่มีใครเห็นก็ตาม ( แต่ผมเห็น  ผมรู้  อิ อิ อิ ) คนทำดีเดี๋ยวนี้ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำซะแล้ว หรือว่าโลกมันกลับตาลปัตรกันแล้วเดี๋ยวนี้ใช่ไม่ใช่..? โปรดอย่าเชื่อผมเพราะอาจผิดได้นะ...

        วันนี้ผมหยิบหนังสือที่ท่าน รศ. ดร. สุจิตรา  อ่อนค้อม ( พี่ใหญ่ใจดีของผม ) ฝากมาให้ถึงมือผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วชื่อ นักวิชาการ  เทศ – ไทย  หาความรู้ให้แน่  ใช่แค่คิดเอา  โดย... พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์  ( ป. อ.  ปยุตฺโต )  อ่านแล้วสะกิดใจหายสงสัยเลยเรื่องนี้ 

 

 คือผมสงสัยว่าพระไตรปิฎกลงสู่ Internet ได้อย่างไร..? โดยพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์  ( ป. อ.  ปยุตฺโต )  อธิบายเล่าไว้แจ้งชัดทำให้ผมรู้อย่างนี้ว่า...แสงวาบแห่งความคิดแรกในเรื่องนี้ที่เป็นนามธรรมชัดเจนมากเกิดขึ้นที่มูลนิธิธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงเทพมีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น  และเจ้าของมุมคิดนั้นมาจาก ท่านอาจารย์เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์   

 

 และผู้นำแนวคิดทำให้เกิดเรื่องนี้ต่อมาอย่างเป็นรูปธรรมคือท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ราษฎรอาวุโส นัก วิชาการด้านสาธารณสุขและการศึกษาชาวไทย ที่เสนอต่อในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดลครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2530

 

แล้วหัวหน้าทำงานที่ก่อให้เกิดเป็นรูปธรรมจริง ๆ คือ ท่านศาสตราจารย์  นายแพทย์ณัฐ  ภมรประวัติ  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (สมัยนั้น ) เป็นเจ้าของโครงการเรื่องนี้

 

  แล้วผู้ปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้คือทีมงานมีหัวหน้าคือ ท่านผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์  มหาวิทยาลัยมหิดลชื่อ ดร. ศุภชัย  ตั้งวงศ์ศานต์  ลงมือทำสำเร็จออกมา...โดยมีพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์  ( ป.อ. ปยุตฺโต ) เป็นที่ปรึกษาในโครงการนี้...นี่คือการเป็นพระไตรปิฎกฯ ฉบับคอมพิวเตอร์ ( BUDSIR ) ที่ว่าเป็นฉบับแรกของโลกขึ้นมา...( พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ. ปยุตฺโต ) .( 2554 : 16 )

 

จากข้อความที่ได้อ่านทำให้หายสงสัยและเคารพยกย่องชื่นชมด้วยกุศลเจตนาอย่างแท้จริงต่อท่านที่เอ่ยนามมานี้  เพราะทำให้เกิดการเผยแผ่หลักพุทธธรรมที่สำคัญยิ่งสู่โลกไร้พรมแดนในยุค  ITและที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นพระคัมภีร์พระไตรปิฎกของพระพุทธศาสนา  ด้วยเหตุนี้เองจึงมีคำกล่าวว่า...รู้แล้วบอกต่อ...อิ อิ อิ.

.............................................

บรรณานุกรม

พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ. ปยุตฺโต ) . 2554 . นักวิชาการ  เทศ – ไทย  หาความรู้ให้แน่  ใช่แค่คิดเอา . พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพฯ : เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.