ตำราเพาะเมล็ดผักหวานป่าจากอุฑยานผักหวานป่า'๔๔ ความสำคัญของขั้นตอน-วิธีการเก็บ,ล้าง,เพาะเมล็ดผักหวานป่า

 

     ปลายเดือนมกราคมต้นผักหวานป่าเริ่มแทงช่อดอกออกมาให้เห็นบ้างแล้ว หลายพื้นที่คงจะมียอดผักหวานให้ได้รับประทานกันบ้างแล้วแต่ที่อุฑยานผักหวานป่าปีนี้ผักหวานกลับออกดอกก่อนออกยอด(ปกติจะออกพร้อมๆกัน) สำหรับคนรักผักหวานหลายพื้นที่คงมีการปลูกต้นตะขบไว้แล้วหรือกำลังตามล่าหาต้นกล้าตะขบก็มีเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปลูกผักหวานป่าในฤดูกาลใหม่ปี2555 ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

     เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศกลิ่นอายผักหวานป่าในช่วงนี้ข้าพเจ้าจึงขอนำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการเก็บเมล็ดผักหวานป่าลงมาจากต้นไปจนถึงขั้นตอนการเพาะต้นกล้าผักหวานป่าด้วยเมล็ด มาเผยแพร่นำเรียนกับทุกๆท่านในวันนี้ ตามรายระเอียดดังต่อไปนี้...

 

     1.วิธีการและความสำคัญของการเก็บผลสุกผักหวานป่าจากต้น

              

              

1.1 เมล็ดผักหวานป่าสามารถเก็บไว้ได้7-10วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เอื้อต่อการงอกของเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะมากที่สุดหลังจาก10-14วันไปแล้วอัตราการงอกจะลดต่ำลงเรื่อยๆจนไม่งอก (เริ่มนับวันที่1นับจากเก็บผลสุกของผักหวานป่าลงจากต้น).

1.2 ผลสุกของผักหวานป่าจะเริ่มสุกปลายเดือนเมษายนไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน(ปลายฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน) ยางและเนื้อของผลสุกผักหวานป่าทำปฏิกิริยาต่อกันทำให้เกิดอุณหภูมิความร้อน(แก็ส)ขึ้นในตัวเมื่อเก็บผลสุกมาเก็บไว้ปริมาณมากภายในภาชนะบรรจุหรือถุงเดียวกัน.

1.3ความร้อน(แก็ส)ที่เกิดขึ้นกับผลสุกของผักหวานป่าหลังจากเก็บลงมาจากต้นหากภาชนะหรือถุงที่เก็บผลสุกผักหวานป่าเอาไว้ปิดทึบอากาศไม่ถ่ายเท จะทำให้เมล็ดผักหวานป่าตายนึ่ง(เนื้อที่อยู่ข้างในเมล็ดเน่า)เพาะไม่งอก.

1.4 ถุงหรือภาชนะสำหรับเก็บผลสุกของผักหวานป่าหลังจากที่เก็บลงจากต้นต้องเป็นถุงตาข่าย,เข่งหรือตระกร้า ที่อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บผลสุกของผักหวานป่าใส่ในถุงปุ๋ยหรือถุงพลาสติกที่ปิดมิดชิด.

1.5 ในการเก็บผลสุกของผักหวานป่าลงมาจากต้นควรเก็บมาทั้งก้านขั้วผลเพื่อไม่ให้เมล็ดของผักหวานติดกันจนแน่นในถุงช่วยเพิ่มช่องว่างระบายอากาศให้กับเมล็ดผักหวานป่า.

1.6ช่วงเวลาการเดินทางของเมล็ดผักหวานป่าจากต้นสู่สถานที่ล้าง(แปลงเพาะ)หากสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแดดร้อนจัด หากระยะทางไกลๆควรเดินทางในหัวค่ำเข้าสู่กลางคืน(การรักษาอุณภูมิให้กับเมล็ดผักหวานป่ามีความสำคัญมากหากพลาดในส่วนนี้ไปแล้วเท่ากับเสียเวลาเปล่ากับการรอมาทั้งปี).

              

เมล็ดผักหวานป่ามีส่วนที่ประกอบด้วยเปลือกภายนอก-เนื้อหุ้มเมล็ดภายนอกที่มีสีเหลือง ในภาพเป็นเปลือกที่หุ้มเนื้อในของเมล็ดผักหวานซึ่งเป็นส่วนที่งอกเป็นต้นกล้า(ในภาพเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะไม่งอกจากอาการตายนึ่งสาเหตุจากเนื้อข้างในที่อยู่ภายใต้เปลือกเน่า).

1.7 เมื่อนำผลสุกของผักหวานป่ากลับมาถึงสถานที่เพาะควรเทเมล็ดผักหวานป่าออกจากถุงไว้ภายใต้ร่มไม้และใช้น้ำราดหลายๆรอบเพื่อล้างยาง-เนื่อของเมล็ดผักหวานป่าเพื่อช่วยระบายความร้อนหากเก็บไว้ในเข่งสามารถนำไปตั้งไว้ภายใต้ร่มไม้แล้วใช้น้ำราดได้เลยหรือแช่เมล็ดผักหวานป่าไว้ในน้ำ.

1.8 หากนำเมล็ดผักหวานป่าแช่ไว้ในน้ำต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆและทำการล้างนำลงเพาะ-ปลูกในดินภายใน3วัน ไม่เช่นนั้นเมล็ดผักหวานป่าจะอมน้ำและเน่าทำให้เพาะไม่งอก.

 

     2.ขั้นตอน-วิธีการล้างผลสุกของผักหวานป่า

    ก่อนที่จะทำการพาะเมล็ดผักหวานป่า(ก่อนนำผลสุกมาจากต้น)สิ่งที่ผู้เพาะต้องเตรียมไ้ว้ก่อนล่วงหน้าคือการกรอกดินใส่ถุงสำหรับเพาะต้นกล้าผักหวานป่า. ถุงสำหรับเพาะต้นกล้าผักหวานป่าควรใช้ขนาด3.5x8นิ้ว ส่วนดินที่ใช้สำหรับเพาะเป็นดินที่อยู่ภายใต้ร่มไม้หรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ถุงเพาะชำที่กรอกดินให้นำไปวางไว้ใต้ร่มไม้หรือภายใต่ร่มชายคาที่ไม่ถูกฝนโดยตรง(จะทำให้เมล็ดผักหวานป่าที่เพาะงอกเร็วขึ้น).

  

2.1 ทำการคัดแยกเมล็ดสุกของผักหวานป่าออกจากก้านขั้วผลและเมล็ดอ่อน(ผลสุกของผักหวานป่าที่สามารถนำมาเพาะได้ตั้งแต่ผลสุกที่แก่อยู่ในระยะมันปู(สีเขียวอมเหลือง)ไปจนถึงสุกงอม(แก่จัด)สีเหลือง.หากเมล็ดสุกของผักหวานป่ามีจำนวนมาก ล้างไม่ทันควรคัดเมล็ดที่สุกงอมมาทำการล้าง-เพาะก่อน.

  

          (เมล็ดสุกของผักหวานป่าที่ผ่านการคัดแยกแล้วเตรียมทำการล้าง)

2.2 แช่ผลสุกของผักหวานป่าไว้ในน้ำและทำการล้างเอาเปลือกนอกที่หุ้มเมล็ดออก ในขณะล้างควรสวมถุงมือเพื่อไม่ให้ยาง-เนื้อของเมล็ดผักหวานป่ากัดมือ(นำจุลินทรีย์EMใส่ในน้ำแช่เมล็ดผักหวานป่าจะช่วยให้เปลือกนิ่มและทำให้ส่วนที่เป็นยาง เกาะกันช่วยให้ล้างง่ายขึ้น).

(ในการล้างเมล็ดสุกของผักหวานป่าควรล้างด้วยมือไม่ควรใช่เท้าเหยียบย่ำเพราะจะทำให้เปลือกที่อยู่ภายในแตกเสียหาย ทำให้เพาะไม่ค่อยงอก).

2.3 นำเมล็ดผักหวานป่าที่ผ่านการล้างเอาเปลือกนอกออกแล้วแช่ในน้ำอีกรอบ และทำการคัดแยกเอาเมล็ดที่ลอยน้ำออกทิ้ง(เมล็ดที่ลอยน้ำส่วนมากจะเพาะไม่ค่อยงอกเนื่องจากเป็นเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์(ไม่ต่ง)หรือเป็นเมล็ดที่แห้งจากบนต้น

   (เมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเอาเปลือกนอกออกแล้วแต่ยังเหลือเนื้อที่หุ้มเมล็ด)

  

      (*ภาพจากเว็บไซต์* เมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเอาเปลือกชั้นนอกออกแล้ว)

2.4 นำเมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเปลือกนอกออกและผ่านการคัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำออกแล้วมาทำการล้างเอาเนื้อที่หุ้มเมล็ดออกอีกครั้ง ล้างเอาเนื้อหุ้มเมล็ดออกโดยการขัดถูเมล็ดผักหวานป่ากับตระกร้าพลาสติก.

  

(*ภาพจากเว็บไซต์* ล้างเนื้อของผักหวานป่าออกโดยขัดถูกัยตระกร้าพลาสติก)

2.5 อีกวิธีการที่ได้จากธรรมชาติช่วยสอน ในการนำเนื้อที่หุ้มเมล็ดผักหวานป่าออกโดยการนำทรายแห้งชนิดใดก็ได้มาคลุกเคล้ากับเมล็ดผักหวานแล้วผึ่งเมล็ดผักหวานให้พอหมาด(ไม่เปียกหรือแห้งจนเกินไป)ทรายจะช่วยดูดซับน้ำและเนื้อของเมล็ดผักหวานป่าเมื่อขยี้ทรายออกเบาๆก็จะได้เมล็ดผักหวานที่พร้อมสำหรับเพาะโดยที่ไม่ต้องขัดถูเอาเนื้อออกใก้เหนื่อย.

 

       (เมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเอาเนื้อออกแล้ว พร้อมสำหรับนำไปเพาะ-ปลูก)

     หากเมล็ดผักหวานป่าที่นำมาล้างสำหรับเพาะหรือปลูก มีปริมาณน้อยสามารถนำลงเพาะในถุงเพาะที่กรอกดินใส่ถุงเตรียมไว้แล้ว หรือนำไปหยอด(ปลูก)ในสูตรปลูกด้วยวิธีหยอดเมล็ดภายใต้ร่มเงาของต้นตะขบที่ปลูกไว้แล้ว โดยที่ไม่ต้องทำการผึ่งเมล็ดให้แห้ง หากเมล็ดผักหวานป่ามีจำนวนมากให้ผึ่งเมล็ดผักหวานป่าที่ล้างแล้วไว้ในร่มโดยเกลี่ยเมล็ดผักหวานป่าออกจากกันไม่ให้ทับกันจนหนาเกินไปและต้องคอยกลับพลิกเมล็ดอยู่บ่อยๆดีที่สุดคือการรีบนำลงเพาะหรือปลูกให้แล้วเสร็จภายใน1-3วันหากผึ่งหรือตากเมล็ดผักหวานป่าไว้จนแห้งจะทำให้เมล็ดผักหวานป่าตายแห้งเพาะไม่งอก(ตายแห้ง:เกษรที่อยู่ข้างในสุดของเมล็ดฝ่อทำให้ตารากไม่งอก)ลักษณะของเกษรคล้ายๆกับเกษรด้านในเมล็ดของดอกบัวที่มีสีเขียวๆรสขมๆ.

  

   3.วิธีการเพาะต้นกล้าผักหวานป่า

3.1 ก่อนนำเมล็ดผักหวานป่ามาเพาะในถุงเพาะชำควรทำการรดน้ำให้ดินในถุงเพาะชำนิ่มเมื่อหยอดเมล็ดผักหวานป่าลงไปดินโคลนจะช่วยล็อกเมล็ดผักหวานป่าไว้ไม่ให้พลิก.

3.2 ในการเพาะให้นำเมล็ดผักหวานป่ามาทำการหยอดลงในถุงเพาะเลยโดยการหยอด2-3เมล็ดในหนึ่งถุงเพาะ วางเมล็ดในแนวนอน หันทางด้านขั้วผลเข้าหากัน(รากต้นกล้าจะแทงออกด้านขั้วผลและอยู่ตรงกลางของถุงเพาะเมื่อหยั่งรากลงดินในถุงเพาะ)  กดเมล็ดผักหวานป่าให้จมลงดินในถุงเพาะความลึกประมาณ1-1.5เซนติเมตร.

3.3 ในการรดน้ำให้กับเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะประมาณ7-10วันต่อครั้ง(ไม่ควรรดน้ำทุกวัน)เนื่องจากช่วงเพาะต้นกล้าผักหวานป่าเข้าสู่ฤดูฝนความชื้นในอากาศมีมาก หากปีใหนฝนตกชุกอาศัยความชื้นที่มีในอากาศก็สามารถทำให้เมล็ดผักหวานป่างอกได้ แต่ต้องคอยสำรวจไม่ให้มีน้ำขังในถุงเพาะ.

3.4 เมล็ดผักหวานป่าที่เพาะจะเริ่มแทงรากงอกลงดินภายใน15-30วัน ต้นกล้าเมล็ดผักหวานป่าสามารถนำไปปลูกได้นับจากงอกแทงรากลงดินในถุงในระยะถั่วงอกโดยที่ไม่ต้องรอให้แตกยอดไปจนถึงอายุต้นกล้าไม่เกิน10เดือน.

***ผักหวานป่าพืชวิถีพุทธ* ในขณะที่ทำการหยอดเมล็ดในถุงเพาะหรือปลูกในสูตรหยอดเมล็ดนั้น หากภายจิตใจของเราสงบนิ่งไม่วุ่นวายไม่พูดคุยกัน(มีสมาธิจดจ่ออยู่กับผักหวาน)ทำให้ผักหวานป่าที่เพาะงอกถึง99%และต้นกล้าที่งอกขึ้นมาจะแข็งแรงและเจริญเติบโตดีกว่าปกติ(แรกๆข้าพเจ้าก็ไม่เชื่อแต่หลังจากที่ทดลองด้วยตัวเองและเปรียบเทียบในข้อมูลที่จดบันทึกและติดตามการงอกของต้นกล้าผักหวานป่าที่ปลูก บอกได้ว่าไม่น่าเชื่อจริงๆค่ะ) อยากรู้ต้องทำดู.

***ไม่ควรนำผลสุกของผักหวานป่าเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะจะทำให้เมล็ดผักหวานป่าน็อค(สภาพอากาศภายในตู้เย็นกับภายนอกตู้เย็นแตกต่างกัน)และตายแห้งทำให้อัตราการงอกลดต่ำลง.

***ไม่ควรนำเมล็ดผักหวานป่าลวกในน้ำร้อน.

***ไม่ควรนำฟูราดาน,สารกันเชื้อราหรือสารเคมีชนิดใดๆเข้ามาใช้ร่วมในขั้นตอนกระบวนการล้าง-เพาะเมล็ดผักหวานป่า(สารเคมีทำให้เกิดความร้อนกับเมล็ดผักหวานป่าทำให้ตายนึ่ง.

***ไม่ควรใช้ถุงที่มีความยาว2x8,2x14นิ้ว เพาะต้นกล้าผักหวานป่าเนื่องจากในการขุดหลุมปลูกต้องขุดหลุมลึกทำให้น้ำขังในหลุมปลูกส่งผลให้รากต้นกล้าเน่า.

***ในการกล้าเมล็ดผักหวานป่าให้แทงรากออกมาก่อนแล้วค่อยย้ายมาชำในถุงเพาะหรือนำไปปลูก วิธีการดังกล่าวทำให้ตารากฝอยตาย(รากหาอาหาร)ขณะย้ายจากดินเพาะ ส่งผลให้ต้นกล้าผักหวานป่าที่ชำในถุงเพาะปรือปลูกลงดินมีเพียงรากแก้วไม่มีรากหาอาหารจึงทำให้ต้นกล้าผักหวานป่าที่ปลูกหยุดการเจริญเติบโต(ไม่ตายแต่ไม่โต)หรือเจริญเติบโตช้ามาก.

     ข้าพเจ้าหวังว่าข้อมูลความรู้ที่นำมาฝากท่านผู้อ่านในวันนี้คงต่อประโยชน์ให้กับทุกๆท่านได้ในการเพาะปลูกผักหวานป่านะคะ เกร็ดข้อมูลความรู้ในแต่ละหัวข้อที่กล่าวมาในเบื้องต้นนั้นมาจากการทดสอบทดลองในแต่ละปีในเวลา10กว่าปีที่ผ่านมา สำหรับข้าพเจ้าคือตำราชีวิตกับผักหวานเพราะต้องรอเมล็ดสุกปีแล้วปีเล่าจนซาบซึ้งกับคำว่ารอคอย.เกี่ยวกับระบบราก เกี่ยวกับวิธีปลูกต้นกล้าผักหวานป่าจะได้นำเรียนท่านผู้อ่านในโอกาสต่อๆไปค่ะ ข้าพเจ้าขอฝากถึงท่านผู้อ่านที่ปลูกต้นกล้าผักหวานป่าอยู่แล้วให้หมั่นทำการดูแลรดน้ำปุ๋ยให้กับผักหวานป่าที่มีในพื้นที่เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการเจริญเติบโตของต้นผักหวานป่าที่ปลูกมาก ...สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าคงขอจบบันทึกแต่เพียงเท่านี้ ขอทุกท่านโชคดีและสวัสดีค่ะ...