ตำราเพาะเมล็ดผักหวานป่าจากอุฑยานผักหวานป่า'๔๔ ความสำคัญของขั้นตอน-วิธีการเก็บ,ล้าง,เพาะเมล็ดผักหวานป่า
ปลายเดือนมกราคมต้นผักหวานป่าเริ่มแทงช่อดอกออกมาให้เห็นบ้างแล้ว หลายพื้นที่คงจะมียอดผักหวานให้ได้รับประทานกันบ้างแล้วแต่ที่อุฑยานผักหวานป่าปีนี้ผักหวานกลับออกดอกก่อนออกยอด(ปกติจะออกพร้อมๆกัน) สำหรับคนรักผักหวานหลายพื้นที่คงมีการปลูกต้นตะขบไว้แล้วหรือกำลังตามล่าหาต้นกล้าตะขบก็มีเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปลูกผักหวานป่าในฤดูกาลใหม่ปี2555 ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศกลิ่นอายผักหวานป่าในช่วงนี้ข้าพเจ้าจึงขอนำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการเก็บเมล็ดผักหวานป่าลงมาจากต้นไปจนถึงขั้นตอนการเพาะต้นกล้าผักหวานป่าด้วยเมล็ด มาเผยแพร่นำเรียนกับทุกๆท่านในวันนี้ ตามรายระเอียดดังต่อไปนี้...
1.วิธีการและความสำคัญของการเก็บผลสุกผักหวานป่าจากต้น
1.1 เมล็ดผักหวานป่าสามารถเก็บไว้ได้7-10วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เอื้อต่อการงอกของเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะมากที่สุดหลังจาก10-14วันไปแล้วอัตราการงอกจะลดต่ำลงเรื่อยๆจนไม่งอก (เริ่มนับวันที่1นับจากเก็บผลสุกของผักหวานป่าลงจากต้น).
1.2 ผลสุกของผักหวานป่าจะเริ่มสุกปลายเดือนเมษายนไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน(ปลายฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน) ยางและเนื้อของผลสุกผักหวานป่าทำปฏิกิริยาต่อกันทำให้เกิดอุณหภูมิความร้อน(แก็ส)ขึ้นในตัวเมื่อเก็บผลสุกมาเก็บไว้ปริมาณมากภายในภาชนะบรรจุหรือถุงเดียวกัน.
1.3ความร้อน(แก็ส)ที่เกิดขึ้นกับผลสุกของผักหวานป่าหลังจากเก็บลงมาจากต้นหากภาชนะหรือถุงที่เก็บผลสุกผักหวานป่าเอาไว้ปิดทึบอากาศไม่ถ่ายเท จะทำให้เมล็ดผักหวานป่าตายนึ่ง(เนื้อที่อยู่ข้างในเมล็ดเน่า)เพาะไม่งอก.
1.4 ถุงหรือภาชนะสำหรับเก็บผลสุกของผักหวานป่าหลังจากที่เก็บลงจากต้นต้องเป็นถุงตาข่าย,เข่งหรือตระกร้า ที่อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บผลสุกของผักหวานป่าใส่ในถุงปุ๋ยหรือถุงพลาสติกที่ปิดมิดชิด.
1.5 ในการเก็บผลสุกของผักหวานป่าลงมาจากต้นควรเก็บมาทั้งก้านขั้วผลเพื่อไม่ให้เมล็ดของผักหวานติดกันจนแน่นในถุงช่วยเพิ่มช่องว่างระบายอากาศให้กับเมล็ดผักหวานป่า.
1.6ช่วงเวลาการเดินทางของเมล็ดผักหวานป่าจากต้นสู่สถานที่ล้าง(แปลงเพาะ)หากสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแดดร้อนจัด หากระยะทางไกลๆควรเดินทางในหัวค่ำเข้าสู่กลางคืน(การรักษาอุณภูมิให้กับเมล็ดผักหวานป่ามีความสำคัญมากหากพลาดในส่วนนี้ไปแล้วเท่ากับเสียเวลาเปล่ากับการรอมาทั้งปี).
เมล็ดผักหวานป่ามีส่วนที่ประกอบด้วยเปลือกภายนอก-เนื้อหุ้มเมล็ดภายนอกที่มีสีเหลือง ในภาพเป็นเปลือกที่หุ้มเนื้อในของเมล็ดผักหวานซึ่งเป็นส่วนที่งอกเป็นต้นกล้า(ในภาพเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะไม่งอกจากอาการตายนึ่งสาเหตุจากเนื้อข้างในที่อยู่ภายใต้เปลือกเน่า).
1.7 เมื่อนำผลสุกของผักหวานป่ากลับมาถึงสถานที่เพาะควรเทเมล็ดผักหวานป่าออกจากถุงไว้ภายใต้ร่มไม้และใช้น้ำราดหลายๆรอบเพื่อล้างยาง-เนื่อของเมล็ดผักหวานป่าเพื่อช่วยระบายความร้อนหากเก็บไว้ในเข่งสามารถนำไปตั้งไว้ภายใต้ร่มไม้แล้วใช้น้ำราดได้เลยหรือแช่เมล็ดผักหวานป่าไว้ในน้ำ.
1.8 หากนำเมล็ดผักหวานป่าแช่ไว้ในน้ำต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆและทำการล้างนำลงเพาะ-ปลูกในดินภายใน3วัน ไม่เช่นนั้นเมล็ดผักหวานป่าจะอมน้ำและเน่าทำให้เพาะไม่งอก.
2.ขั้นตอน-วิธีการล้างผลสุกของผักหวานป่า
ก่อนที่จะทำการพาะเมล็ดผักหวานป่า(ก่อนนำผลสุกมาจากต้น)สิ่งที่ผู้เพาะต้องเตรียมไ้ว้ก่อนล่วงหน้าคือการกรอกดินใส่ถุงสำหรับเพาะต้นกล้าผักหวานป่า. ถุงสำหรับเพาะต้นกล้าผักหวานป่าควรใช้ขนาด3.5x8นิ้ว ส่วนดินที่ใช้สำหรับเพาะเป็นดินที่อยู่ภายใต้ร่มไม้หรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ถุงเพาะชำที่กรอกดินให้นำไปวางไว้ใต้ร่มไม้หรือภายใต่ร่มชายคาที่ไม่ถูกฝนโดยตรง(จะทำให้เมล็ดผักหวานป่าที่เพาะงอกเร็วขึ้น).
2.1 ทำการคัดแยกเมล็ดสุกของผักหวานป่าออกจากก้านขั้วผลและเมล็ดอ่อน(ผลสุกของผักหวานป่าที่สามารถนำมาเพาะได้ตั้งแต่ผลสุกที่แก่อยู่ในระยะมันปู(สีเขียวอมเหลือง)ไปจนถึงสุกงอม(แก่จัด)สีเหลือง.หากเมล็ดสุกของผักหวานป่ามีจำนวนมาก ล้างไม่ทันควรคัดเมล็ดที่สุกงอมมาทำการล้าง-เพาะก่อน.

(เมล็ดสุกของผักหวานป่าที่ผ่านการคัดแยกแล้วเตรียมทำการล้าง)
2.2
แช่ผลสุกของผักหวานป่าไว้ในน้ำและทำการล้างเอาเปลือกนอกที่หุ้มเมล็ดออก
ในขณะล้างควรสวมถุงมือเพื่อไม่ให้ยาง-เนื้อของเมล็ดผักหวานป่ากัดมือ(นำจุลินทรีย์EMใส่ในน้ำแช่เมล็ดผักหวานป่าจะช่วยให้เปลือกนิ่มและทำให้ส่วนที่เป็นยาง
เกาะกันช่วยให้ล้างง่ายขึ้น).
(ในการล้างเมล็ดสุกของผักหวานป่าควรล้างด้วยมือไม่ควรใช่เท้าเหยียบย่ำเพราะจะทำให้เปลือกที่อยู่ภายในแตกเสียหาย ทำให้เพาะไม่ค่อยงอก).
2.3 นำเมล็ดผักหวานป่าที่ผ่านการล้างเอาเปลือกนอกออกแล้วแช่ในน้ำอีกรอบ และทำการคัดแยกเอาเมล็ดที่ลอยน้ำออกทิ้ง(เมล็ดที่ลอยน้ำส่วนมากจะเพาะไม่ค่อยงอกเนื่องจากเป็นเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์(ไม่ต่ง)หรือเป็นเมล็ดที่แห้งจากบนต้น

(เมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเอาเปลือกนอกออกแล้วแต่ยังเหลือเนื้อที่หุ้มเมล็ด)
(*ภาพจากเว็บไซต์* เมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเอาเปลือกชั้นนอกออกแล้ว)
2.4 นำเมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเปลือกนอกออกและผ่านการคัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำออกแล้วมาทำการล้างเอาเนื้อที่หุ้มเมล็ดออกอีกครั้ง ล้างเอาเนื้อหุ้มเมล็ดออกโดยการขัดถูเมล็ดผักหวานป่ากับตระกร้าพลาสติก.
(*ภาพจากเว็บไซต์* ล้างเนื้อของผักหวานป่าออกโดยขัดถูกัยตระกร้าพลาสติก)
2.5 อีกวิธีการที่ได้จากธรรมชาติช่วยสอน ในการนำเนื้อที่หุ้มเมล็ดผักหวานป่าออกโดยการนำทรายแห้งชนิดใดก็ได้มาคลุกเคล้ากับเมล็ดผักหวานแล้วผึ่งเมล็ดผักหวานให้พอหมาด(ไม่เปียกหรือแห้งจนเกินไป)ทรายจะช่วยดูดซับน้ำและเนื้อของเมล็ดผักหวานป่าเมื่อขยี้ทรายออกเบาๆก็จะได้เมล็ดผักหวานที่พร้อมสำหรับเพาะโดยที่ไม่ต้องขัดถูเอาเนื้อออกใก้เหนื่อย.
(เมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเอาเนื้อออกแล้ว พร้อมสำหรับนำไปเพาะ-ปลูก)
หากเมล็ดผักหวานป่าที่นำมาล้างสำหรับเพาะหรือปลูก มีปริมาณน้อยสามารถนำลงเพาะในถุงเพาะที่กรอกดินใส่ถุงเตรียมไว้แล้ว หรือนำไปหยอด(ปลูก)ในสูตรปลูกด้วยวิธีหยอดเมล็ดภายใต้ร่มเงาของต้นตะขบที่ปลูกไว้แล้ว โดยที่ไม่ต้องทำการผึ่งเมล็ดให้แห้ง หากเมล็ดผักหวานป่ามีจำนวนมากให้ผึ่งเมล็ดผักหวานป่าที่ล้างแล้วไว้ในร่มโดยเกลี่ยเมล็ดผักหวานป่าออกจากกันไม่ให้ทับกันจนหนาเกินไปและต้องคอยกลับพลิกเมล็ดอยู่บ่อยๆดีที่สุดคือการรีบนำลงเพาะหรือปลูกให้แล้วเสร็จภายใน1-3วันหากผึ่งหรือตากเมล็ดผักหวานป่าไว้จนแห้งจะทำให้เมล็ดผักหวานป่าตายแห้งเพาะไม่งอก(ตายแห้ง:เกษรที่อยู่ข้างในสุดของเมล็ดฝ่อทำให้ตารากไม่งอก)ลักษณะของเกษรคล้ายๆกับเกษรด้านในเมล็ดของดอกบัวที่มีสีเขียวๆรสขมๆ.
3.วิธีการเพาะต้นกล้าผักหวานป่า
3.1 ก่อนนำเมล็ดผักหวานป่ามาเพาะในถุงเพาะชำควรทำการรดน้ำให้ดินในถุงเพาะชำนิ่มเมื่อหยอดเมล็ดผักหวานป่าลงไปดินโคลนจะช่วยล็อกเมล็ดผักหวานป่าไว้ไม่ให้พลิก.
3.2 ในการเพาะให้นำเมล็ดผักหวานป่ามาทำการหยอดลงในถุงเพาะเลยโดยการหยอด2-3เมล็ดในหนึ่งถุงเพาะ วางเมล็ดในแนวนอน หันทางด้านขั้วผลเข้าหากัน(รากต้นกล้าจะแทงออกด้านขั้วผลและอยู่ตรงกลางของถุงเพาะเมื่อหยั่งรากลงดินในถุงเพาะ) กดเมล็ดผักหวานป่าให้จมลงดินในถุงเพาะความลึกประมาณ1-1.5เซนติเมตร.
3.3 ในการรดน้ำให้กับเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะประมาณ7-10วันต่อครั้ง(ไม่ควรรดน้ำทุกวัน)เนื่องจากช่วงเพาะต้นกล้าผักหวานป่าเข้าสู่ฤดูฝนความชื้นในอากาศมีมาก หากปีใหนฝนตกชุกอาศัยความชื้นที่มีในอากาศก็สามารถทำให้เมล็ดผักหวานป่างอกได้ แต่ต้องคอยสำรวจไม่ให้มีน้ำขังในถุงเพาะ.
3.4 เมล็ดผักหวานป่าที่เพาะจะเริ่มแทงรากงอกลงดินภายใน15-30วัน ต้นกล้าเมล็ดผักหวานป่าสามารถนำไปปลูกได้นับจากงอกแทงรากลงดินในถุงในระยะถั่วงอกโดยที่ไม่ต้องรอให้แตกยอดไปจนถึงอายุต้นกล้าไม่เกิน10เดือน.
***ผักหวานป่าพืชวิถีพุทธ* ในขณะที่ทำการหยอดเมล็ดในถุงเพาะหรือปลูกในสูตรหยอดเมล็ดนั้น หากภายจิตใจของเราสงบนิ่งไม่วุ่นวายไม่พูดคุยกัน(มีสมาธิจดจ่ออยู่กับผักหวาน)ทำให้ผักหวานป่าที่เพาะงอกถึง99%และต้นกล้าที่งอกขึ้นมาจะแข็งแรงและเจริญเติบโตดีกว่าปกติ(แรกๆข้าพเจ้าก็ไม่เชื่อแต่หลังจากที่ทดลองด้วยตัวเองและเปรียบเทียบในข้อมูลที่จดบันทึกและติดตามการงอกของต้นกล้าผักหวานป่าที่ปลูก บอกได้ว่าไม่น่าเชื่อจริงๆค่ะ) อยากรู้ต้องทำดู.
***ไม่ควรนำผลสุกของผักหวานป่าเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะจะทำให้เมล็ดผักหวานป่าน็อค(สภาพอากาศภายในตู้เย็นกับภายนอกตู้เย็นแตกต่างกัน)และตายแห้งทำให้อัตราการงอกลดต่ำลง.
***ไม่ควรนำเมล็ดผักหวานป่าลวกในน้ำร้อน.
***ไม่ควรนำฟูราดาน,สารกันเชื้อราหรือสารเคมีชนิดใดๆเข้ามาใช้ร่วมในขั้นตอนกระบวนการล้าง-เพาะเมล็ดผักหวานป่า(สารเคมีทำให้เกิดความร้อนกับเมล็ดผักหวานป่าทำให้ตายนึ่ง.
***ไม่ควรใช้ถุงที่มีความยาว2x8,2x14นิ้ว เพาะต้นกล้าผักหวานป่าเนื่องจากในการขุดหลุมปลูกต้องขุดหลุมลึกทำให้น้ำขังในหลุมปลูกส่งผลให้รากต้นกล้าเน่า.
***ในการกล้าเมล็ดผักหวานป่าให้แทงรากออกมาก่อนแล้วค่อยย้ายมาชำในถุงเพาะหรือนำไปปลูก วิธีการดังกล่าวทำให้ตารากฝอยตาย(รากหาอาหาร)ขณะย้ายจากดินเพาะ ส่งผลให้ต้นกล้าผักหวานป่าที่ชำในถุงเพาะปรือปลูกลงดินมีเพียงรากแก้วไม่มีรากหาอาหารจึงทำให้ต้นกล้าผักหวานป่าที่ปลูกหยุดการเจริญเติบโต(ไม่ตายแต่ไม่โต)หรือเจริญเติบโตช้ามาก.
ข้าพเจ้าหวังว่าข้อมูลความรู้ที่นำมาฝากท่านผู้อ่านในวันนี้คงต่อประโยชน์ให้กับทุกๆท่านได้ในการเพาะปลูกผักหวานป่านะคะ เกร็ดข้อมูลความรู้ในแต่ละหัวข้อที่กล่าวมาในเบื้องต้นนั้นมาจากการทดสอบทดลองในแต่ละปีในเวลา10กว่าปีที่ผ่านมา สำหรับข้าพเจ้าคือตำราชีวิตกับผักหวานเพราะต้องรอเมล็ดสุกปีแล้วปีเล่าจนซาบซึ้งกับคำว่ารอคอย.เกี่ยวกับระบบราก เกี่ยวกับวิธีปลูกต้นกล้าผักหวานป่าจะได้นำเรียนท่านผู้อ่านในโอกาสต่อๆไปค่ะ ข้าพเจ้าขอฝากถึงท่านผู้อ่านที่ปลูกต้นกล้าผักหวานป่าอยู่แล้วให้หมั่นทำการดูแลรดน้ำปุ๋ยให้กับผักหวานป่าที่มีในพื้นที่เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการเจริญเติบโตของต้นผักหวานป่าที่ปลูกมาก ...สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าคงขอจบบันทึกแต่เพียงเท่านี้ ขอทุกท่านโชคดีและสวัสดีค่ะ...
จริญพรคุณโยมน้อยเ น้ำพอง
ปลูกไว้สองสามต้น แต่มันไม่โตสักทีนึง ส่วนต้นตะขบตอนซื้อบังเอิญติดมากับต้นหมากเหลือง ยังไม่ได้ลงดินเลย
คิดถึงแพนด้าค่ะ บลูทอเรีย เตื้ยหวาน ตาดำ หนูผี.พวกเค้าเป็นยังไงกันมั่ง ซุกซน กันมั้ย ใคร ดื้อสุดคะ :)
กราบนมัสการพระคุณเจ้า ท่านพระมหาแล อาสโย ขำสุข ค่ะ.
...ข้อมูลในบันทึกอุฑยานผักหวานป่า'๔๔ คุณโอภาส ไชยจันทร์ดีและข้าพเจ้าอนุญาตและมีความยินดีที่ท่านสนใจนำไปศึกษา เพื่อเกิดประโยชน์กับส่วนรวมและเผยแพร่ความรู้ปลูกผักหวานป่าสร้างป่าค่ะ.
...ทรัพย์สินทางปัญญาสูตรปลูกผักหวานป่ากับต้นตะขบที่มีก็เพียงเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองทางด้านกฎหมายเท่านั้น.
...ความรู้"วิทยาทาน"ที่มอบให้สังคมนั้นยินดีมอบให้คนไทยทุกๆคนนำไปปลูก เพื่อสร้างอาชีพ อาหาร อากาศ ให้ตัวเองและลูกหลานที่เติบใหญ่ตามมาค่ะ ในแนวทางเกษตรไร้สารและวิถีชีวิตพอเพียง ตามคำสอนพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยค่ะ.
สวัสดีค่ะคุณNopparat.
...ต้นตะขบที่ได้มานำปลูกเป็นร่มเงาให้ผักหวานที่ปลูกได้เลยค่ะให้ห่างจากโคนผักหวานประมาณ 1เมตร.
...ช่วงนี้ให้ปุ๋ยน้ำกับผักหวานด้วยนะคะ หิวแย่แล้ว!
...ส่วนเจ้าห้าตัวตอนนี้กำลังซนมาก ไว้อาบน้ำสวยๆหล่อๆจะพามาทักทายนะคะ.
กราบขอบพระคุณสำหรับดอกไม้เมตตาจิตจากทุกท่านค่ะ...
ขอบคุณที่แนะนำนะคุณ น้อย น้ำพอง วันอาทิตย์ ว่าจะเอาลงดิน
ซนมากเลยเหรอ อิอิ เข้ามาบล็อกคุณทีไร ก็เข้าไปดูตอนที่นอนสุมหัวกันทุกที (ก็มันน่ารักน่ะ.)
ปกเอกสารเย็บเล่ม : สูตรปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ..ดูขนาดของลำต้นแล้วสูงพอสมควร ต้องวางแผนจัดการเรื่องพื้นที่ปลูกด้วยนะคะ..
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระมหาแล อาสโย ขำสุข ค่ะ.
...ดิฉันขอกราบขอบพระคุณ ที่ท่านเมตตาช่วยเผยแพร่สูตรปลูกผักหวานป่าของอุฑยานผักหวานป่า'๔๔ค่ะ
...ดิฉันเชื่อในธรรมมะแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดิฉันเชื่อในศีลอันบริสุทธิ์ของสงฆ์ในการเผยแพร่คุณธรรมความดีและเป็นแบบสำหรับปุถุชนได้เดินตามรอยผ้าเหลืองค่ะ.
...เมล็ดผักหวานป่าแถวพิษณุโลก สุโขทัย ตาก ตามภูเขายังมีอยู่ค่ะ หวังว่าข้อมูลความรู้ในบันทึกคงเป็นประโยชน์กับการอนุรักษ์ผักหวานป่าตามธรรมชาติให้ต้นพ่อแม่พันธุ์คงอยู่มากขึ้น.
...ขอกราบอนุโมทนาสาธุ ค่ะ...
ขอบพระคุณค่ะคุณนงนาท.
...ต้นผักหวานป่าเป็นพืชยืนต้นแต่รับประทานได้ตั้งแต่ยอดไปจนถึงผล ความสูง5-10เมตร.
...ที่เห็นในภาพตั้งใจปล่อยให้มีคามสูงเพื่อต้องการให้เป็นต้นพ่อแม่พันธุ์ค่ะเพราะช่อดอกแทงออกตามลำต้น.
...หากปลูกเพื่อเก็บยอดสามารถควบคุมความสูงได้โดยการเก็บยอดตั้งแต่อายุต้น2-3ปีค่ะ ลำต้นจะไม่สูงชลูดแต่จะแตกทรงพุ่ม.
...อีกทางหนึ่งคือการสะกิดรากให้แตกต้นใหม่ขึ้นจากราก เค้าจะไม่สูงแต่จะแตกพุ่มเตี้ยๆเองตามธรรมชาติของผักหวานป่าค่ะ.
ขอขอบคุณในน้ำใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่สังคมไทยของคุณน้อย น้ำพอง อย่างมากครับ
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์อย่างมากจากวิทยาทานเรื่อง การปลูกผักหวานป่าอย่างประหยัดที่สุด
ของคุณน้อย เพราะทำให้ผมมีกำลังใจเกิดความเชื่อมั่นในแนวทางของคุณน้อย หลังจากที่ผมล้มเหลวมาแล้ว
หลายครั้งหลายรอบ จนไม่สนใจผักหวานป่าเลยในหลายปีที่ผ่านมา
วันนี้ผมเก็บลูกตะขบมาเพาะไว้แล้วจำนวนหนึ่ง เคยเพาะเล่นเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ไม่เคยคิดมาก่อน
ว่าวันนี้จะต้องมาเพาะอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อใช้ประโยชน์เป็นไม้ให้ร่มเงาที่ดีที่สุดแก่ผักหวานป่าได้
คงจะทันฤดูกาลปลูกผักหวานป่าของปีนี้นะครับ
ความคิดเห็นของคุณน้อยทั้งหมดที่ผมติดตามมา ทำให้ความคิดที่อยากจะสร้างป่าในที่ดินของผม
ชัดเจนและเห็นแนวทางมากขึ้น ขอบคุณ คุณน้อย น้ำพอง อีกครั้งครับ
...ดิฉันและคุณโอภาส(อุฑยานผักหวานป่า'๔๔)มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แนวทางการปลูกผักหวานป่าสร้างป่า สามารถเป็นแสงไฟดวงเล็กๆที่ต่อเติมพลังใจให้บุคคลที่รักษ์ป่าได้มีพลังความหวังอีกครั้งกับผักหวานป่า.
...ช่วงนี้ผักหวานพึ่งจะติดลูกเล็กๆท่านยังพอมีเวลาปลูกต้นตะขบค่ะ ขอให้ท่านจงสำเร็จในการปลูกผักหวานป่าสร้างป่านะคะ หากท่านมีคำถามใดเกี่ยวกับผักหวานป่ายินดีรับใช้ค่ะ.
คุณน้อย ปี2556 จะมีเม็ดผักหวานขายไหมครับ อยากได้ครับเลยต้องถามแต่เนิ่นๆครับ ถ้ามีคุณน้อยขายเม็ดละกี่บาทครับ จะได้จองไว้แต่เนิ่นๆครับ
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณคนบ้านนอกคอกนา...
ปี2556 เมล็ดผักหวานป่าที่สวนยังตอบแบบชัดเจนไม่ได้ค่ะเพราะยังไม่ออกดอกต้องรอช่วงกลางเดือน-ปลายเดือนมกราคมให้เห็นดอกซะก่อน(ตอนนี้ตาดอกพึ่งตื่นเป็นบางต้น อากาศเย็นทำให้ออกดอกช้า)แต่ก็มีหลายท่านสั่งจองเมล็ดไว้บ้าง
ยังไงรบกวนสอบถามข้อมูลได้ทาง E-Mail:[email protected] หรือโทรศัพท์ 086-0258940(คุณโอภาส) 081-0618299(น้อย)
...ขอบคุณค่ะ...
สนใจเมล็ดผักหวานไม่ทราบว่าในปี 2565 ยังมีมั้ยครับ