" มันเป็นหยังจั่งกินบ่ได้ "

     สวัสดีวันครอบครัว วันหยุดสบายๆสำหรับหลายๆท่านนะคะ นานแล้วที่ดิฉันไม่ได้นำเสนอข้อมูลข่าวสารเลย เนื่องจากติดขัดหลายประการค่ะ วันนี้เสร็จสิ้นภาระกิจบางส่วนแล้วก็เลยถือโอกาสแวะมาทักทายญาติพี่น้องชาวโกทูโน หวังว่าทุกๆท่านคงสบายดี มีความสุขรับปีใหม่กันถ้วนหน้าแล้วนะคะ

 

      ช่วงนี้ถือว่ายังอยู่ในช่วง เทศกาลปีใหม่ วันเด็ก วันครู อยู่นะคะ ดิฉันก็ขอนำเรื่องเบาๆ น่ารักๆของเด็กน้อยสองพี่น้องที่มารับบริการที่โรงพยาบาลบรบือมาเล่าให้ฟังค่ะ 

 

    เนื่องจากดิฉันเป็นคนที่ชอบรับประทานกล้วยมากๆ ในบรรดาผลไม้ทั้งหลายไม่ว่าผลไม้ไทยหรือต่างประเทศ จะอร่อยหรือราคาแพงแค่ไหนก็แล้วแต่ ไม่มีอะไรมาแทนที่กล้วยได้เลย ชอบมากจนต้องแบ่งปันให้ผู้อื่นรับประทานด้วยค่ะ

 

     ทุกๆวันดิฉันจะหอบหิ้วกล้วยไปที่ทำงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นในห้อง นอกห้องก็จะมีกล้วยวางไว้ตลอด ต้นไม้ประดับห้องทำงานก็เป็นกล้วยค่ะ เวลาเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ทำงานหิว พวกเค๊าก็จะแวะมาหยิบไปคนละลูก สองลูก ที่สำคัญผู้มารับบริการที่มารอผลเลือด หรือเอกซ์เรย์ มานั่งเล่นหรืออ่านหนังสืออยู่หน้าห้อง ก็ได้รับประทานกล้วยไปด้วย ผู้รับอิ่ม ผู้ให้ก็มีความสุขค่ะ เป็นความสุขเล็กๆที่หาซื้อไม่ได้ตามเซเว่นฯ

 

        บางคนนั่งลงอันดับแรกก็หยิบกล้วยปลอมมาดูแล้วก็ยิ้ม ปกติก็จะเป็นอยู่แบบนี้ แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเหตุการณ์ไม่ปกติค่ะ เพราะมีการโต้เถียงกันขึ้นระหว่างสองพี่น้องที่มาเป็นแขกของดิฉัน แรกๆก็คุยกันเบาๆ แล้วก็เริ่มดังขึ้นๆๆ จนดิฉันต้องวางมือจากงานและสังเกตพฤติกรรมโดยไม่ให้พวกเค๊ารู้ตัว

 

    จากการพูดคุยกันมีดังนี้

   พี่สาว  "กินกล้วยเนาะเอื้อยสิเอาให่" พูดแล้วก็เดินไปแบ่งเอากล้วจากเครือโดยมีน้องชายยืนดูอยู่ใกล้ๆ พี่สาวใช้เวลานานกว่าจะแกะกล้วยออกจากหวีได้ น้องชายก็เลยเดินมาทีโต๊ะข้างๆซึ่งมีต้นกล้วยปลอมตั้งอยู่ พร้อมกับพูดว่า

   น้องชาย  " สิกินอั่นนี่ "

   พี่สาว " มันกินบ่ได้ "

   น้องชาย " มันเป็นหยังจั่งกินบ่ได้ กะคนอยากกินแม๊ะ"

   พี่สาว  พูดด้วยความใจเย็นว่า "กินบ่ได้ "

 

    น้องชายก็เลยกระทืบเท้าทำหน้าคล้ายจะร้องไห้

   " อยากกินแม๊ะ" พร้อมกับดึงกล้วยออกมาจากต้น พี่สาวยังคงใจเย็นและพูดกับน้องว่า

 

     พี่สาว " มันเป็นของปอม"

 

      น้องชายทำหน้างงๆ มือท้าวสะเอวถามพี่ว่า

" ปอมจั่งได๋ "

 

    พี่สาว  " กะมันบ่แมนของจิง กัดเบิ่งตี๊ล่ะ"

 

     น้องชายหยิบกล้วยมา 1 ผล พร้อมกับกัด โดยมีพี่สาวยืนดูยิ้มๆ และพูดว่า

 

    " บอกวากินบ่ได้กะบ่เซือ เป็นจั่งได๋ล่ะ"

 

     น้องชายทำหน้าแหยๆแต่ยังไม่หายสงสัย มองหน้าพี่พร้อมกับถามขึ้นว่า

 

   " มันคืกินบ่ได้"

 

     พี่สาวยังไม่ได้พูดอะไรก็หันมาเจอดิฉันยืนดูอยู่ข้างหลังทั้งสองคนก็เขินและกลับไปนั่งที่เดิมโดยปล่อยกล้วยปริศนาไว้ข้างๆต้นอย่างที่เห็นค่ะ ดิฉันต้องทำหน้าที่อธิบายให้น้องชายขี้สงสัยฟังและแบ่งกล้วยให้กินทั้งสองคน เหตุการณ์จึงสงบลงได้ด้วยดี แต่แววตาของเจ้าตัวเล็กยังไม่หายสงสัยค่ะ ขณะที่นั่งกินกล้วยสายตายังจ้องอยู่ที่กล้วยปลอมที่ตัวเองแกะออกอยู่บ่อยๆ จนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบว่าหายสงสัยแล้วหรือยัง?เพราะยังไม่เจอกันอีกเลย

                         ภายในห้องห้องทำงานค่ะ

 

 กล้วยจริงและกล้วยปลอม(สภาพปกติ)ที่โต๊ะหน้าห้องทำงานในแต่ละวัน

 

                  เจ้าหน้าที่ของเรามานั่งพักผ่อนค่ะ

 

บางส่วนของผู้ที่มารับบริการแวะพักผ่อนหน้าห้องทำงานคุณยายค่ะ

 

       นี่คือบุคคลสำคัญของเรื่องวันนี้ค่ะ จุดเริ่มต้นอยู่ตรงนี้

 

                 แล้วก็มาเป็นแบบนี้

 

       นี่คือพี่สาวที่ใจดีและใจเย็นสุดๆ กับน้องชายขี้สงสัยค่ะ น่ารักมั๊ยคะ