เนื่องจาก Emotional Marketing เป็นหลักสูตรที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แอมมี่เลยจะมาสรุปเนื้อหาให้อ่านกัน
การออกแบบหลักสูตรนี้ แอมมี่ใช้วิธีผสมผสานค่ะ จับเนื้อหาที่หนักๆ ยากๆ มาสลับกับเนื้อหาเบาๆ ง่ายๆ แทรกด้วยกิจกรรม เคล็ดลับ และเทคนิคการตลาดและการขายต่างๆ ตามด้วย case study และ workshop เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกสนานไปกับเนื้อหา ไม่เบื่อง่ายๆ (อ้าว ...ก็ต้อง built อารมณ์กันหน่อย ตามชื่อหลักสูตรนะคะ)
แอมมี่เปิดเนื้อหาด้วยภาพรวมเศรษฐกิจโลก ภูมิภาคเอเชีย และประเทศไทยในปี 2012 เพื่อให้พนักงานฝ่ายการตลาดและการขาย ได้เข้าใจถึงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร เป็นการรับรู้หัวใจของผู้ประกอบการปัจจุบัน จะได้เอาไปวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการขายได้ตรงจุดมากขึ้น
จากนั้นเราก็มาทำกิจกรรม " วิเคราะห์วิกฤตโลก " ซึ่งเป็นการปัดฝุ่นวิธีการระดมสมอง โดยใช้ mind map เป็นการฝึกวิเคราะห์การหาสาเหตุและการแก้ปัญหาแบบองค์รวม 360 องศา วิธีนี้ ... หลายๆครั้ง เราจะมองเห็นหนทางการแก้ปัญหา หรือการเชื่อมโยงของปัญหาแต่ละปัญหาในทันที และค้นพบต้นตอของสาเหตุหลักได้ดีกว่าการระดมสมองด้วยวิธีอื่นๆ ค่ะ ...ปัจจุบัน โลกเผชิญวิกฤตอยู่ 9 วิกฤต คือ
- วิกฤตประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น - เมื่อคนมาก (7 พันกว่าล้านคน) ย่อมส่งผลกระทบต่อ
- วิกฤตทรัพยากรธรรมชาติ - ใช้ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบก ทางทะเล และอากาศ (สัตว์ปีก, อากาศบริสุทธิ์, การทำลายชั้นบรรยากาศ ฯลฯ) เพราะมนุษย์ต้องการปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต จึงยิ่งทำให้เกิดการ
- วิกฤตอาหารและน้ำ - ขาดแคลนอาหารและน้ำสะอาดในการอุปโภค บริโภค
- วิกฤตภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ - เมื่อโลกขาดสมดุลจึงเกิดปรากฎการณ์ climate change ทั้ง global warming ในบางพื้นที่และ global cooling ในบางประเทศ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติถี่ขึ้น ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ เช่น เมื่อน้ำท่วมก็ไม่สามารถส่งผลผลิต และสินค้าได้ บางแห่งเจอน้ำท่วมต้องปิดกิจการ ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ภัยธรรมชาติหลายอย่างนำมาซึ่ง
- วิกฤตโรคภัยไข้เจ็บและโรคระบาด - ปัจจุบันเกิดโรคภัยมากขึ้น โรคใหม่ๆ โรคแปลกๆ โรคจากภาวะโลกร้อน รวมทั้ง โรคเครียดและผลต่อเนื่อง (ที่เรียกว่าโรคชุด - ความดันโลหิตสูง หัวใจ อ้วน เบาหวาน ไขข้อ เก๊าต์ เหน็บชา และโรคเสื่อมต่างๆ) สาเหตุอาจจะมาจาก office syndrome ก็มีเช่น เมื่อย กล้ามเนื้อติดขัดจากการไม่ออกกำลังกาย โรคทางสายตา วิตกกังวล มีเรื่อง ergonomic ที่ต้องมาเรียนเพิ่มเติม เพื่อนำไปประยุกต์ ในการป้องกันโรคในที่ทำงาน เช่น การทำ 5ส
- วิกฤตพลังงาน - ที่ใกล้จะหมด ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น นักการตลาดและนักขายต้องตามข่าวอยู่เสมอ เพื่อจะได้วางแผนตั้งราคาสินค้า ค่าโสหุ้ย และอื่นๆ เพื่อวางกลยุทธ์ได้ถูกต้องตามสถานการณ์ ปัจจุบัน ให้อ่านเพิ่มเติมสถานการณ์ความตึงเครียดที่อิหร่านกับสหรัฐและ EU เพราะอาจส่งผลไปสู่สาเหตุการเกิดสงครามนิวเคลียร์ และอาจจะเกี่ยวเนื่องกับการก่อการร้ายในประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้น
- วิกฤตเศรษฐกิจและการเงิน - ติดตามเรื่องสถานการณ์ความล่มสลายทางเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐ และ ยุโรป และผลต่อเนื่องที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เริ่มเศรษฐกิจดีขึ้น ถ้าดี-ตลาดทุนมักจะหลั่งไหลมาลงทุนเอเชียมากขึ้น และหากเป็นบริษํทข้ามชาติ ตอนนี้เราจะถูกกดดันให้เพิ่มยอดขาย ทำตลาดสารพัด ตอนนี้ก็ต้อง create วิธีทำการตลาดต่างๆ และหาเทคนิคการขาย เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้าจากเราให้มากที่สุด
- วิกฤตการเมืองและการก่อการร้าย - การเมืองเปลี่ยนเป็นแบบ ขอประชาชนมีส่วนร่วมทั่วโลก เกิดการประท้วงตามที่ต่างๆ Times Magazine ยกให้ปี 2011 ผู้ประท้วง Protesters ทั่วโลก เป็นบุคคลแห่งปี เพราะสร้างการเปลี่ยนแปลง (การปกครอง) ได้สำเร็จ แต่ถ้ามองให้ลึก กระแสขอมีส่วนร่วม (participatory) ก้าวเข้าสู่การบริหารจัดการด้วย จะเห็นพนักงานชอบมีส่วนร่วมในการบริหารงานมากขึ้น ขอแสดงความคิดเห็นดีดี จนทำให้รูปแบบผังองค์กรต้องเปลี่ยนมาเป็นแบบวงกลม คือ ลูกน้อง-หัวหน้าแทบไม่แตกต่าง หัวหน้าไม่มีห้องทำงานของตัวเองอีกต่อไป แต่เน้นการทำงานเป็นทีม (teamwork) ร่วมกับลูกน้องมากขึ้น งานก็เน้นทำแบบ project เป็นโครงการมากกว่าแบบ routine งานประจำแบบเดิมๆ กระแสก่อการร้ายเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ...ต้องระวัง ประเทศเราอาจจะเป็นแพะ เพราะสหรัฐฯหวังจะคุกคามจีน โดยใช้มหาสมุทรอินเดีย ไทย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ เป็นฐานทัพ เพื่อกดดันจีนที่กำลังขยายอำนาจทางเศรษฐกิจ สหรัฐฯไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจตัวเองได้ ทางเดียวคือ ทำสงครามเพื่อขายอาวุธให้ทุกๆฝ่าย เพื่อนำเงินมาใช้ในประเทศ ... ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนมากๆ หากเราตัดสินใจเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป เราอาจจะลำบาก หรืออาจจะถูกใช้เป็นข้อหาในการเริ่มก่อสงครามในอนาคต
- วิกฤตความเชื่อ, ศาสนา และสังคม - ความเชื่อ เช่น เรื่องของจิตวิญญาณ การกลับมาเกิดใหม่ reincarnate ฝั่งตะวันออกบ้านเรา เชื่อมานานแล้ว วัฒนธรรม ประเพณี อันยาวนาน ก่อสร้างความเชื่อให้แข็งแกร่ง ยากต่อการทำลาย นักการตลาดและการขายต้องเข้าใจให้ลึกซึ้ง เช่น ตะวันออกกลาง ไม่นิยมนักธุรกิจสตรี ไม่ทำธุรกิจด้วย เพราะความเชื่อของเขาคือ ผู้หญิงควรอยู่หลังบ้าน (ไม่เกี่ยวกับความเก่ง คุณภาพสินค้า หรือผลประโยชน์ที่ดีกว่า หรืออะไรเลย) หรือความเชื่อที่เป็น trend ใหม่ๆ ความเชื่อทางศาสนา เช่น บางศาสนาไม่ฆ่าวัว บางศาสนาไม่กินหมู บางศาสนาไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ แต่เชื่อว่าชีวิตนี้มีชาติเดียว จึงใช้ชีวิตแบบเต็มที่ พวกนี้มีผลต่อจิตวิทยาสังคม -- ตัวอย่างที่ชัดเจน เช่นเรื่อง ความเชื่อจากคำทำนายเด็กชายปลาบู่ ซึ่งแม้ไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่คนไทยกลุ่มใหญ่ก็กลัว และไม่ไปเที่ยวในช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา (รวมทั้งทำให้เกิดคำถามเรื่อง ความมั่นคงแข็งแรงของทุกเขื่อนในประเทศด้วย ...ก็ดีเหมื่อนกัน ..ชาวเขื่อนจะได้แสดงศักยภาพ ว่าเขื่อนบ้านเรารับแรงแผ่นดินไหวได้เท่าไหร่)
ในกิจกรรม แอมมี่ให้คิดทั้งเรื่องรายละเอียดปัญหาที่เกิดขึ้นและผลกระทบต่อมนุษย์เรา ลองคิดเล่นๆ ลึกๆ ดูค่ะ ก็จะพบความสัมพันธ์เชื่อมโยง ...แล้วจะเห็นได้เองว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2012 นี้ มีแนวโน้มจะชะลอตัวลงทุกด้าน ด้วยสาเหตุใด
แนวคิดวิกฤตโลกนี้ ก็จะเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดการทำธุรกิจในปัจจุบันด้วยค่ะ ว่าปัจจัยทั้ง 4 ด้านนี้ ส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรม ซึ่งก็ได้แก่
Emotional Marketing (EM)
คือ การขายที่ไม่เน้นการขายคุณสมบัติของสินค้า แต่เน้นไปที่อารมณ์และที่จิตใต้สำนึกมากกว่า แต่ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจใน 3 เรื่องก่อนคือ
1. ใครกันแน่คือกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของเรา
2. สินค้าของคู่แข่งเรา มีข้อดีและข้อด้อยกว่าเราในเรื่องอะไรบ้าง
3. เราจะสามารถยกระดับให้สินค้าของเราหรูหราน่าซื้อกว่าคนอื่นได้อย่างไร?
แอมมี่เปิดคลิปองค์กรที่นำ การตลาดอารมณ์มาใช้ อย่างเช่น Coke ที่เน้นเรื่องอารมณ์มานาน (Open Happiness) เพราะไม่ต้องบอกว่ารสชาดเป็นอย่างไร สินค้าคืออะไรอีกต่อไป
Marketing 3.0
จากนั้น แอมมี่เล่าเรื่อง วิวัฒนาการการตลาดตั้งแต่ 1.0 > 2.0 > 3.0 ว่าเป็นอย่างไร
การตลาด 3.0 ในปัจจุบันนี้ เราเน้นการให้คุณค่าในเรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและสังคม เน้นการทำตลาดแบบ Fair Trade ต้องสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของผู้บริโภคและชุมชน อย่างเช่น ที่ร้านสตาร์บัคส์ทำ คือ การซื้อเมล็ดกาแฟโดยตรง ที่คำนึงถึงการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างทั่วถึงแก่เกษตรกร หรืออย่างสินค้าของร้านโครงการหลวง เพราะการตลาดยุคนี้ เราเน้นการสร้าง 2 คุณค่าคือ Spirit Value & Creative Value ค่ะ
จากนั้นก็เล่าเรื่อง 10 เทรนแห่งอนาคตและการประยุกต์ใช้ให้ฟัง
Emotional Marketing เน้นการตอบสนองจิตวิญญาณและจิตใต้สำนึกของการทำความดี การมีส่วนร่วม และการเป็นคนดีที่ได้ช่วยยกระดับสังคม ซึ่งเน้นไปทั้ง value chain ของสายการผลิต ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ป้อนวัตถุดิบ พนักงาน คู่ค่า ลูกค้า พันธมิตร ช่องทางการจัดจำหน่าย การขนส่ง ตลอดไปจนถึงผู้ถือหุ้น
แอมมี่นำกระแสการตลาดอารมณ์มาประยุกต์กับกระแสแนวโน้ม lifestyle ในอนาคต เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ที่กว้างขึ้นในการวางกลยุทธ์การตลาด จากการอภิปรายเรื่องนี้ค่ะ
10 Trends แห่งอนาคต