แนวโน้มทางการศึกษาจะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ ความฉลาดทางอารมณ์และระบบการคิดของผู้เรียนมากขึ้นและในอนาคตมีแนวโน้มว่าโรงเรียนจะมีจำนวนน้อยลงเนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้นักเรียนไม่จำเป็นที่จะต้องมาโรงเรียน

          เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้เข้าร่วมการสัมมนาเรื่องTrends in Education ที่ รศ.ดร.สมศักดิ์  ภู่วิภาดาวรรธน์  ได้จัดขึ้นโดยมี ผศ.ดร.ผจงกาญจน์  ภู่วิภาดาวรรธน์  เป็นวิทยากร  ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวโน้มใหม่ทางการศึกษา  พบว่า  แนวโน้มทางการศึกษาจะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้  ความฉลาดทางอารมณ์และระบบการคิดของผู้เรียนมากขึ้นและในอนาคตมีแนวโน้มว่าโรงเรียนจะมีจำนวนน้อยลงเนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้นักเรียนไม่จำเป็นที่จะต้องมาโรงเรียน  ดังนั้น  ครูควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้น  เพราะเป็นแนวโน้มใหม่ที่มาแรง  มีเพื่อนของผมคนหนึ่งก็กำลังจะทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ Web-based Learningอยู่ถ้าใครสนใจสามารถมาแลกเปลี่ยน(Share)ความรู้กันได้นะครับ          เรื่องที่มาแรงทางการศึกษาอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ การจัดการความรู้ (Knowledge Management)หรือเรียกย่อว่า KM หลายคนคิดว่าการจัดการความรู้ คือ การจัดเก็บความรู้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อจะได้นำเอามาใช้ได้สะดวก  อันนี้ก็ถูกครับแต่ยังไม่หมด  การจัดการความรู้ยังหมายถึง  การเปลี่ยนความรู้แฝง(Tacit knowledge)ซึ่งเป็นความรู้ความสามารถที่ซ่อนอยู่ในแต่ละคนให้กลายเป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง(Explicit knowledge) มีการพูดคุย  แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์  และมีการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์  หรือนำไปแก้ปัญหาที่พบได้  การจัดการความรู้ (KM)จะช่วยให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้  และเกิดชุมชนนักวิจัยที่ยั่งยืน…………