อย่างที่เคยคุยกับอาจารย์ ดร พจนา พวกครูบาอาจารย์ในบล๊อคนี้เขียนบันทึกกันอย่างเงียบๆ เรียบร้อย ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่ดุ ไม่ว่า  เห็นๆอยู่ก็ชมกันตลอด

ผมเคยเขียนบันทึกแล้วเรียกภรรยาว่า แม่บ้าน

โดนเพื่อนฝูงต่อว่าเป็นการใหญ่ว่าไม่ให้เกียรติภรรยา  

มีภรรยาก็ต้องเรียกว่าภรรยา เพราะตอนไปจดทะเบียนสมรส(ที่อเมริกา) จำไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่ถามว่าอย่างไร แต่คำตอบคือ I do. เมื่อ Do แล้วก็ต้องเคารพกฏเกณฑ์ของกฏหมาย ห้ามเรียกภรรยาว่าเป็นอย่างอื่น

คุณลองสังเกตุดูหรือถามตัวคุณเองก็ได้ว่าคุณเรียกสามีภรรยาว่าอย่างไร

ส่วนมากจะพูดเลี่ยงๆเรียกว่า คนข้างกายบ้าง สาวน้อยบ้าง  แม่บ้านบ้าง 


บางคนยิ่งกว่านั้นไม่ยอมพูดถึงเลย หลีกๆเลี่ยงๆ ทำให้คนอ่านเข้าใจผิดๆนึกว่ายังโสดอยู่ก็มี


มีรุ่นพี่ผมคนหนึ่งเวลากลับเมืองไทย ต้องเอารูปภรรยาและลูกๆติดตัวไว้ในกระเป๋าสตางค์เสมอๆ

เวลาใครถาม เอารูปออกโชว์เลย หมดปัญหา

แต่รุ่นพี่คนนั้นบอกผมว่า  ถูกเพื่อนๆห้าม เพราะกลัวว่ามีครอบครัวแล้วจะไปจีบสาวอื่นไม่ได้ เป็นเสียอย่างนี้คนไทย

ต้องขอชมคุณวานิช จรุงกิจอนันต์  เวลาเขียนถึงภรรยา คุณวานิชเรียกภรรยาว่า เมียผม ไม่ใช่ภรรยาผม ฟังแล้วมันเบิกบานใจ  

ตอนเวลาคุณวานิชจะตาย เรียกเมียมาใกล้ๆบอกเมียว่า ไม่อยากทำอะไรแล้ว แค่อยากเป็นขวัญกำลังใจให้กับลูกเมียเท่านั้น

(อยากเป็นขวัญกำลังใจให้กับลูกเมีย ไม่ใช่ อยากเป็นขวัญกำลังใจให้กับลูกคนข้างกาย)

คุณทอรุ้งเล่าว่า ตอนนี้เขามีความสุขมากแล้ว ดิฉันบอกว่า รักเขามาก เขาตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ ว่า

I love you;   I really love you.


ครับ มีเมียก็ต้องเรียกว่าเมียเห็นด้วยกับคุณวานิชครับ