GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สรุปการปรับพฤติกรรมการกินหวานอย่างป็นทางการ

เพื่อสุขภาพที่ดี ทั้งกาย จิต สังคมและจิตวิญญาณ

        สำหรับการปรับพฤติกรรมตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน-กันยายนเป็นเวลา 3 เดือน

   ในขั้นแรกปานก็อยู่ในระยะที่ 1 precontemplation ระยะก่อนคิดก่อนตัดสินใจ คือไม่เคยคิดที่จะปรับพฤติกรรมมาก่อน ปานก็เริ่มด้วยการค้นหาข้อมูลทาง net เกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวานและวิธีหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานแต่สวนใหญ่จะเป็นข้อมูลของคนที่เป็นโรคและวิธีรักษา พอได้อ่านก็รู้สึกว่าไม่ได้การแล้วเราไม่ควรจะปล่อยตัวเองให้เสี่ยงอย่างนี้ อาจเพิ่มโอกาศที่จะเกิดโรคต่อเราได้ ปานจึงตัดสินใจที่เริ่มการปรับพฤติกรรมของตัวเอง  โดยการเตรียมตัวและใจ สำหรับการเตรียมใจนั้นค่อนข้างจะยากซักหน่อยเพราะเคยชินกับพฤติกรรมเดิมๆอยู่  ก็จะขอเขียนการขั้นตอนเป็นข้อๆค่ะ

     อุปสรรค  

1. สำหรับอุปสรรคที่ชัดเจนเลยคือ ทางด้านจิตใจ เพราะในช่วงแรกนั้นทำใจยากอยู่เหมือนกัน ก็หาทางแก้โดยค่อยๆทำใจ และพอดีว่าได้เรียนโยคะด้วยจึงสามารถที่จะมีสมาธิในการหาหตุผลให้กับตนเองและทำได้ดีขึ้นอย่างพอเพียง

2. เพื่อน เนื่องจากเพื่อนนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาเหมือนปานเขาไม่ได้ปรับในเรื่องนี้บางครั้งเขาก็ชวนไปกินเป็นปกติ ปานก็พยายามที่จะกินน้อยๆและจะสั่งพวกน้ำผลไม้แทนขนมต่างๆแต่ตอนหลังเขาก็ไม่ค่อยชวนไปกินแล้วค่ะ  ชวนไปออกกำลังกายแทน

3. แหล่งอาหาร อยู่ใกล้มากๆ ดึกดื่น ตี1 ก้ยังซื้อกินได้  ก็ทำให้พลาดบ่อยในช่วงแรกๆ  อันนี้ก็ต้องพยายามทำใจ แต่ก็ซื้อผลไม้พวกฝรั่งไว้กินแทนค่ะ

4. ภาวะของร่างกายโดยเฉพาะความเครียดซึ่งเมื่อเกิดขึ้นก็ยับยั้งชั่งใจไม่ได้หลายๆเรื่องโดยเฉพาะเรื่องกินสำหรับภาวะนี้แก้ได้ยากมากค่ะ สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนคือการสงบจิตใจและหาทางคลายเครียดและวิธีที่ปานแก้เครียดคือการออกกำลังกายด้วยการวิ่งรอบอ่าง  พยายามที่จะไม่เครียดบ่อยๆ  คือปล่อยๆไปซะบ้าง เมื่อคลายความเครียดได้แล้ว ก็สามารถควบคุมพฤติกรรมได้เหมือนเดิม

5. ฝนฟ้าอากาศ โดยเฉพาะเวลาฝนตก จะมีความอยากกินมากๆยิ่งถ้าอยู่เฉยก็จะมากขึ้นไปอีกดันนั้นปานก็จะไม่อยู่เฉยๆอยางน้อยๆก็หาอะไรทำเช่น  อ่านหนังสือที่ชอบเราจะรู้สึกหมกม่นกับมันจนกว่าจะถึงเวลาอาหาร

   แรงจูงใจ/ปัจจัยส่งเสริม

1. ที่สำคัญที่สุดคือการเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองซึ่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนเช่น ภาวะสุขภาพที่ดีขึ้นรู้สึกแข็งแรงกว่าเมื่อก่อน   ภูมต้านทานก็ดีขึ้นเป็นหวัดก็หายภายใน 2 วัน จากเมื่อก่อนเป็นอาทิตย์

2. ความกลัวในโรคที่เคยเห็นและรู้มาด้วยตังเอง ปานไม่อยากเป็นอย่างนั้นจึงเป็นแรงกระตุ้อย่างดีในการปรับพฤติกรรม

3.เมื่อเราสามารถทำได้ติดต่อกันได้ในระยะหนึ่งจะรู้สึกถึงความเบาของตัวเองน้ำหนักลดลงหนึ่งกิโลกรัม จาก48 เหลือ 47 และคงที่มากกว่าก่อนปรับพฤติกรรม

   ปานก็ผ่านการปรับพฤติกรรมมาระยะนี้ก็อยู่ในระยะ action แต่ก็ค่อนข้างจะคงที่ ก็ต้องรักษาพฤติกรรมเอาไว้ตลอดไป  และก็ไม่ละเลยถึงแม้ว่าจะได้รับการประเมินจากอาจารย์แล้ว   เพราะสิ่งที่เกิดนั้นเป็นประโยชน์แก่ตัวเราทั้งสิ้น และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเราสามารถนำสิ่งที่เกิดกับตัวเองในวันนี้ไปใช้กับการปฏิบัติงานกับผู้ป่วยในเรื่องที่คนเป็นองค์รวม เพราะเราเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ได้ดีขึ้นค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 4746
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(0)