ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้จัดให้มีครูคอยให้การดูแลและช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด อัตราส่วนครู:นักเรียน = 1 : 25

          กิจกรรมยอดนิยมในช่วงเดือนธันวาคมคือ การเตรียมของขวัญเพื่อมอบให้แก่ผู้ใหญ่ ครู หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หากใครเป็นคุณครูอาจจะต้องเตรียมของขวัญอีก 2 ลักษณะคือ ของขวัญเพื่อกิจกรรมแลกของขวัญของชั้นเรียน และของขวัญสำหรับนักเรียนที่สอนและที่ปรึกษา



กล่องแห่งความรู้ และความบันเทิงเพื่อส่งความสุข

"เจอเล่มโปรดของครูเช่นกัน ชวนป่วนการทดลอง"


          ปีนี้ครูนกเตรียมของขวัญเพื่อนักเรียนที่ปรึกษาโดยวางแผนในใจว่าจะซื้อหนังสือ "อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร" ฉบับราชบัณฑิตยสถานแจก เมื่อวานไปถึงร้านหนังสือพบว่าจำนวนหนังสือไม่เพียงพอ ถ้าหากจะให้ครบครูนกต้องไปร้านอื่นอีก แต่ด้วยเวลาจำกัดทำให้เดินทางตะเวณไม่ได้ต้องคิดใหม่ มองไปมองไปสายตาไปหยุดที่หนังสือเล่มเล็กๆ ซึ่งครูนกเคยมีประสบการณ์ในการอ่านมาสมัยเป็นนักศึกษาเพียงครั้งหรือสองครั้ง เป็นหนังสือเกร็ดความรู้ เรื่องน่ารู้ เรื่องชวนคิด เรื่องชวนขำ ที่สำคัญมีแบบบรรจุกล่องๆละ 10 เล่ม ซึ่งกล่องก็น่ารัก น่ามอง มือกับสมองไหวพอกัน ก็ได้ตามจำนวนที่ต้องการ ประเภทที่เลือกก็เลือกแบบคละๆทั้งความรู้ และความบันเทิง  หลังจากนั้นก็ไปเลือกซื้อลูกอมเพื่อแจกนักเรียนที่สอนห้องอื่นๆ อันนี้เป็นกิจกรรมที่เลียนแบบอาจารย์แพทอง ที่สอนเคมีครูนกตอนปี 1 คือ อาจารย์แจกลูกอมพวกเราคนละ 1 เม็ด ยังจำความรู้สึกวันนั่นได้ก็เลยคิดว่า 1 เม็ดอันนี้น่าจะอร่อยสุดๆในความคิดของเด็กๆ
          จากนั้นครูนกก็ทำตัวเลียนแบบดาราดัง เปิดหน้าปกเขียนความเล็กๆ น้อยๆ พร้อมลายมือชื่อ เลือกใช้ปากกาสีฉูดฉาดให้เร้าใจวัยรุ่น ม. 5 โดยเตรียมไว้จำนวน 46 เล่ม เตรียมแจกจ่ายความสุขถึงผู้รับในวันพรุ่งนี้  ส่วนบรรดาลูกอมก็เตรียมหีบห่อละ 50 เม็ดต่อห้อง
           เช้าถัดมาในคาบที่ครูที่ปรึกษากับนักเรียนที่ปรึกษาพบกันในคาบเคมี ครูนกก็ดำเนินการสอนไปตามปกติ จนกระทั่งเราจะลงมือทำการทดลองครูนกก็เลยบอกว่า "วันนี้ก่อนจะทดลอง ครูมีกล่อง 5 ใบ ข้างในเป็นของขวัญปีใหม่ เชิญมาหยิบของขวัญได้เลยจ้า" ก่อนนักเรียนจะออกมาหยิบเขาก็ขอให้ครูนกอวยพรปีใหม่ให้ก่อน ก็เน้้น "สุข สดชื่นและสมหวัง ให้เป็นเด็กดีของพ่อแม่และครู และสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ(ดี)"


"ช่วยเพื่อนก่อนค่ะ อย่ามั่วแต่อ่าน"


           ภาพที่เด็กๆ มารับหนังสือจากกล่องทำให้ครูนกผิดคาดตรงที่ว่า ไม่คิดว่าเขาจะแย่งกันมาแบบเด็กประถมฯ และที่สำคัญมีการเปิดกล่องแล้วพยายามเลือกๆ หาในเล่มโปรดของตนเอง  บางคนถึงขั้นยืนอ่าน (เลียนแบบในร้านหนังสือเลย) มีนักเรียนคนหนึ่งเขามีความสามารถพิเศษด้านการรำมโนราห์ และเล่นหนังตะลุงหันมากบอกครูนกว่า "ครูครับไม่มีหนังตะลุงเลย" และพบว่า บางคนชอบประวัติศาสตร์ สิ่งที่เด็กๆมองหาและอยากได้คือ เกร็ดความรู้ ปรากฏว่า แนวบันเทิงความนิยมไม่ท่วมท้น ปีหน้าครูนกต้องปรับแผนการตลาดใหม่อีก
           ช่วงขณะทำการทดลองครูนกพบว่า มีบางคนยังนั่งเปิดๆ อ่านๆ หนังสือเล่มเล็ก บางก็พยายามทายปัญหาปริศนากันอยู่ ทำให้ครูนกต้องกระตุ้นให้รีบทำการทดลองให้เสร็จก่อน เมื่อเสร็จแล้วก็มีเด็กมานั่งอ่านหนังสือเล่มเล็กกันหลายคน  ครูนกเลยบอกว่า "บรรยากาศนี้ใช่ปีแห่งการอ่านอย่างแท้จริง และแนะนำให้เด็กๆ แลกเปลี่นกันอ่านเพราะอย่างน้อยในห้องเรามีถึง 46 เล่มที่เรื่องไม่ซ้ำกันเลย"
           ส่งท้ายปีเก่าปีนี้ครูนกต้องขอบคุณตนเองที่ตัดสินใจเลือก "หนังสือเล่มเล็ก" เป็นของขวัญให้เด็กๆ ทำให้หลายคนย้อนกลับสู่วัยเยาว์ และมีนักเรียนอีกหลายคนไม่เคยอ่าน และถามครูนกว่า "หนังสือแบบนี้มีมานานหรือยัง" ก็ให้ภาพแห่งความสุขเหล่านี้เป็นกำลังใจให้ทั้งครูและศิษย์ทำหน้าที่กันต่อไป