GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ถังแตกทำงบขาดดุลซ้ำ-คลังรายได้วูบแสนล้าน

ถังแตกทำงบขาดดุลซ้ำ-คลังรายได้วูบแสนล้าน
ครม. เห็นชอบกรอบงบประมาณปี 50  ตามที่คลังเสนอขาดดุล 76,000 ล้าน ส่วนปี 49 ขาดดุล 24,000 ล้าน รวม 2 ปีรายได้วูบแสนล้าน หนีไม่พ้นต้องกู้เงินชดเชย คาดการณ์จีดีพีปีหน้า 3.9%  ส่วนปีนี้ 4.5% หมอเลี๊ยบเผยแม้วหนุนขาดดุลกระตุ้นเศรษฐกิจ เผยไอเดียกระฉูดแคมเปญประชานิยมชาวกรุง นั่งรถไฟฟ้าราคา 15 บาทตลอดสาย-บ้านเอื้ออาทรคนด้อยโอกาสริมทางรถไฟฟ้า หวังกู้คะแนนเสียง กทม. แถมอ้างเร่งด่วนอัดงบ "30 บาท" อีก 5 พันล้านน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (29 ส.ค.) ว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการจัดทำกรอบงบประมาณปี 2550 และประมาณการรายได้ปี 2551-2553 โดยรัฐบาลได้วางกรอบงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2550 ที่ 1.476 ล้านล้านบาท  โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาด้านการศึกษา และ สาธารณสุขมากขึ้น และประมาณการรายรับจำนวน 1.4 ล้านล้านบาท ทำให้งบประมาณขาดดุล 76,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามประมาณการดังกล่าว กรมสรรพากรยังไม่ได้หักส่วนสูญเสียที่เกิดจากมาตรการเพิ่มจำนวนเงินลดหย่อนค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงขึ้นเป็นร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จากเดิมหักได้ร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท   รวมทั้งมาตรการหักค่าลดหย่อนเบี้ย ประกันสุขภาพของบิดามารดา และมาตรการภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมให้เอกชนเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า และพัฒนา ศักยภาพในการแข่งขันเศรษฐกิจของประเทศสำหรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2549   "ปีนี้กระทรวงการคลังคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวที่ร้อยละ 4.5 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 4.7 โดยรัฐบาลจะ มีรายได้สุทธิในปีงบประมาณ 2549 ที่ 1.335 ล้านล้านบาท ต่ำกว่ากรอบประมาณการรายได้ที่วางไว้ที่ 1.36 ล้านล้านบาท จำนวน 24,177 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.8 แต่สูงกว่างบประมาณปี 2548 จำนวน 70,894 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.6 ส่งผลให้งบประมาณปี 2549 เป็นงบประมาณขาดดุล  ซึ่งผลจากการขาดดุลดังกล่าว กระทรวงการคลังจะกู้เงิน เพื่อชดเชยงบประมาณ" น.พ.สุรพงษ์กล่าวและว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการ นายกรัฐมนตรีต้องการที่จะให้งบประมาณปี พ.ศ. 2550 เป็นงบขาดดุลสำหรับงบประมาณปี 2550 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3.9  อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 3.7 โดยการประมาณการรายได้ที่ลดลง เนื่องจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของภาครัฐในโครงการต่าง ๆ ที่ชะลอลง  รวมทั้งคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าทั้ง 11 ประเทศจะชะลอตัวลงขณะเดียวกัน  กระทรวงการคลังได้ประมาณการรายได้ล่วงหน้า 3 ปี (ปีงบประมาณ 2551-2553)   โดยคาดว่ารายได้ปี งบประมาณ 2551 รัฐบาลจะมีรายได้ 1.556 ล้านล้านบาท   ปี 2552 จำนวน 1.710 ล้านล้านบาท   และปี 2553 จำนวน       1.879 ล้านล้านบาทน.พ.สุรพงษ์เปิดเผยว่า ประมาณการรายได้รัฐบาลล่วงหน้า 3 ปี (2551-2553) โดยที่มีข้อสมมติฐานและมีผลการประมาณการดังต่อ ไปนี้  ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2551 - 2553 ที่เป็นนอมินัล จีดีพี คาดว่า จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2551 คือ 9.3 เปอร์เซ็นต์     2552 ขยายตัว 9.0 เปอร์เซ็นต์    และ 2553 ขยายตัว    9.0 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เป็นการประมาณการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง    ส่วนประมาณการรายได้รัฐบาล ปีงบประมาณ 2551 - 2553 นั้น มีการประมาณการโดยคิดเป็น Revenue Buoyancy คืออัตราเพิ่มของรายได้รัฐบาลต่ออัตราการเพิ่มของนอมินัล จีดีพี เท่ากับ 1.2 ในปีงบประมาณ 2551 และ 1.1 ในปีงบประมาณ 2552 - 2553 เพราะฉะนั้น ประมาณการรายได้ปีงบประมาณ 2551 จะเท่ากับ 1.5562 ล้านล้านบาท    ส่วนปี 2552 ประมาณการรายได้ 1.71 ล้านล้านบาท   และปี 2553 จะเท่ากับประมาณ 1.88 ล้านล้านบาท ตามลำดับนอกจากนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมต.อุตสาหกรรม และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการ รมว.คมนาคม  ได้รายงานการศึกษาความเป็นไปได้ ในการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาเดียวตลอดเส้นทางในโครงการรถไฟฟ้าที่จะดำเนินการจัดสร้าง 10 สาย ในเบื้องต้นว่ามีความเป็นไปได้         ที่จะเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้าที่จะดำเนินการก่อสร้างราคาเดียวตลอดเส้นทาง 15 บาท   "นายกรัฐมนตรีขอให้นายสุริยะกับนายพงษ์ศักดิ์ได้ไปนำรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อที่จะได้พูดคุยรายละเอียดอีกครั้ง" น.พ.สุรพงษ์ กล่าวและว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังได้ขอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณาการสร้างที่อยู่อาศัยบริเวณใต้เส้นทางรถไฟฟ้าให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยเช่าพักอาศัยได้และสะดวกในการเดินทาง จึงได้ให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ  และกระทรวงการคลังไปศึกษาแนวนโยบาย เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถซื้อหาบ้านหลังแรกเพื่อให้เป็นของตัวเองได้ง่าย  ซึ่งให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือที่อยู่อาศัยลักษณะให้เช่า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานให้เช่าเดือนละประมาณ 1,000 บาท แต่ให้สิทธิเช่าแค่ 7 ปี  หลังจากนั้นก็จะต้องออกจากที่พักเช่า เพื่อให้ คนรุ่นต่อไปเช่าต่อได้นายพงษ์ศักดิ์ได้เสนอว่า ขณะนี้มีการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ของบริเวณการรถไฟบางซื่อ-พหลโยธิน ซึ่งมีพื้นที่อยู่ประมาณ 2,300 ไร่ ก็สามารถทำเป็นที่พักอาศัยทั้งในแง่การซื้อสดกับประชาชน      ที่มีรายได้ปานกลาง และที่อยู่อาศัยสำหรับให้เช่าราคาถูกในพื้นที่ดังกล่าวมีขีดความสามารถที่จะเป็นไปได้ จึงมีการนำเสนอเป็นข้อสังเกต โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้มอบหมายให้กระทรวงพัฒนาสังคม ไปศึกษาเรื่องนี้ต่อไป นอกจากนั้นยังให้กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาในระยะต่อไปว่า  ขณะนี้การพัฒนาสาธารณูปโภคไปสู่เส้นทางต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเป็นการพัฒนาตามที่อยู่อาศัย แต่ในอนาคตน่าจะเป็นลักษณะการพัฒนาสาธารณูปโภคนำไปก่อน  ที่อยู่อาศัย ตรงนี้จะสามารถพัฒนา พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์     ส่วนการที่พรรคอื่น ๆ ประกาศนโยบาย  ระบบขนส่งมวลชนออกมานั้นไม่เกี่ยวกับที่มีการหารือในที่ประชุมวันนี้ เนื่องจากมีการขอให้ไปศึกษามานานแล้ว ว่าจะให้คิดค่าโดยสารออกมาให้ได้ 15 บาทตลอดสายได้อย่างไร    ส่วนการสร้างที่อยู่อาศัยบริเวณใต้รถไฟฟ้า ก็ไม่เกี่ยวกับโครงการบ้านเอื้ออาทรเนื่องจากเป็นการให้ไปศึกษาว่าจะทำได้อย่างไรเท่านั้นน.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า ครม. ยังอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2549 งบกลาง รายการค่าใช้จ่าย      เพื่อปรับกลยุทธ์และรองรับการเปลี่ยนแปลงในแผนงานโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนรวมทั้งสิ้น 2 โครงการวงเงิน 5,083,107,000 บาทถ้วน  โดย 2 โครงการนั้น คือ 1.โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาท  ช่วยคนไทยห่างไกลโรค  ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข  คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นควรสนับสนุนความจำเป็นเร่งด่วนในเบื้องต้น จำนวน 5,000 ล้านบาท   และ 2. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารการจัดการน้ำแบบบูรณาการ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งหน่วยงานเสนอมาทั้งสิ้น  8 โครงการย่อย 89 รายการ วงเงิน 731.7 ล้านบาท   โดยเป็นงบปี 49 จำนวน 56 รายการ 178.75 ล้านบาท และงบปี 50 จำนวน 33 รายการ 566.20 ล้านบาท   ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นสมควรสนับสนุน   เฉพาะรายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและมีความพร้อมตามปริมาณงานที่สามารถดำเนินการ ได้ในปี 49 จำนวน 6 โครงการย่อย 54 รายการ จำนวนเงิน 83,107,000 บาทครม. ยังได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน หรือเอสเอ็มแอล ซึ่งพบว่าเกิดผลดีนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขาดแคลนทางด้านสาธารณูปโภค และการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน โดยรักษาการนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ว่าเมื่อโครงการดังกล่าวมีผลดีในการทำให้ประชาชนสามารถเลือกตัดสินใจในการใช้งบประมาณได้ หากในพื้นที่ ๆ มีการใช้งบประมาณนี้ได้อย่างเต็มที่ จะมีการเพิ่มงบประมาณให้ได้อย่างไรบ้าง  โดยรายงานข่าวระบุว่า ครม. ได้ให้ 4 หน่วยงานข้างต้นไปหาทางเพิ่มงบประมาณ SML ให้ทุกหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านขนาดใหญ่เพิ่มหมู่บ้านละ 3 แสนบาท ส่วนหมู่บ้านขนาดเล็ก 1 แสนบาท

ผู้จัดการรายวัน  30  ส.ค.  49

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การคลัง
หมายเลขบันทึก: 47223
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)