การให้การรักษาในแต่ละครั้ง ผู้บำบัดจะต้องตระหนักคิดอยู่เสมอว่า "ผู้ป่วยจะต้องได้อะไรจากเรา ไม่ใช่เพียงแค่เราได้อะไรจากผู้ป่วย"

บันทึกฉบับ 2

หลังจากเมื่อคืนได้เตรียมตัวนำเสนอจนดึก วันนี้ตื่นเช้ามาอากาศแจ่มใส เดินทางมาคณะกายภาพบำบัด มหิดล ตั้งแต่เช้าเพื่อมาเตียมตัว Present case study ในวิชา Simina II ยอมรับว่าตัวเองตื่นเต้นมาเพราะเป็นครั้งแรกของการ Present ในวิชานี้เป็นครั้งแรก และยังเป็นคน นำเสนอเป็นคนแรกค่ะ O_O

กรณีศึกษาที่ได้นำมา นำเสนอในห้องเรียนวันนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กที่มีภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง(hydrocephalus) ที่มีอาการแสดงคือ กล้ามเนื้อแขนและลำตัวด้านขวาอ่อนแรง(right hemiparesis)  เด็กปฏิเสธการใช้แขนข้างพยาธิสภาพในการทำกิจกรรม ตอนแรกก็ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการรักษากรณีศึกษานี้อย่างไร ซึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลศิริราช กล่าวถึงเนื้อหาของกรณีศึกษา ดังนี้ค่ะ

กรณีศึกษาอายุ 7 เดือน หลังจากประเมินแล้วพบปัญหาหลัก คือ

  1. กล้ามเนื้ออ่อนแรงซีกขวาของร่างกาย 
  2. ไม่สามารถทรงท่าทางการนั่งได้เอง
  3. พัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ล่าช้ากว่าวัย ได้แก่ การคืบและการนั่งซึ่งเทียบเท่ากับเด็กอายุ 5 เดือน 
  4. เด็กปฏิเสธการใช้มือข้างขวาในเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรม                                                                                                                      

วางแผนการรักษา คือ เพิ่มกำลังของกล้ามเนื้อ , เพิ่มความมั่นคงในท่านั่ง , กระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการเป็นไปตามวัย , เพิ่มการทำงานของแขนและมือด้านขวา

เป้าหมายสูงสุดของการรักษา คือ ให้เด็กสามารถทำกิจวัตรประจำวันตามความสามารถที่เหมาะสมตามวัยค่ะ

การรักษาในเด็กมีความแตกต่างกับในผู้ใหญ่ เด็กมักจะมีความตื่นตัวในแต่ละวันไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เด็กได้รับ จึงไม่สามารถให้การรักษาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนได้ การให้การรักษาในเด็กจำเป็นต้องมีความรวดเร็วและปรับกิจกรรมให้สามารถพัฒนาทักษะต่าง ๆ ไปพร้อมกัน 

 

กรณีศึกษา ได้นำเอาเทคนิคconstraint-induced movement  therapy (CIMT) มาประยุกต์ร่วมกับเทคนิค Rood facilitate ซึ่งเป็นเทคนิคในกรอบอ้างอิงประสาทพัฒนาการ (Neurodevelopmental FoR) มาพัฒนาทักษะของเด็กจากปัญหาข้อที่ 1-4 ค่ะ กิจกรรมบำบัดจะมีการวิเคราะห์กิจกรรมแล้วนำมาปรับใช้ในการรักษา ตัวอย่างกิจกรรมการรักษาที่ให้ คือ ให้เด็กนั่งบนบอลขนาดใหญ่(therapy ball) เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถนั่งเองได้ ผู้บำบัดจึงต้องประคับประคองเด็ก โดยจับบริเวณจุดควบคุม(key point of control) ฝึกให้เด็กเรียนรู้การลงน้ำหนักโดยการโยกไปมาซ้าย-ขวา,หน้า-หลัง ร่วมกับการใช้เทคนิค CIMT ในการเพิ่มความสามารถการเคลื่อนไหวของแขนและมือ วิธีการก็คือ ใช้ผ้าพันมือข้างดีเอาไว้ จากนั้นกระตุ้นให้เด็กใช้มือข้างอ่อนแรงจับวัตถุสิ่งของแล้วนำไปวางไว้ยังจุดหมาย วิธีการรักษาต่างๆ เหล่านี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นจะต้องเน้นการฝึกบ่อยๆ ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ แล้วเกิดเป็นการเคลื่อนไหวในรูปแบบอื่นต่อไป


ให้การรักษาทุกวันจันทร์-ศุกร์ วันละ 1 ชั่วโมง 5 ครั้งต่อสัปดาห์

ความก้าวหน้าหลังจากให้การรักษา พบว่า

  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพิ่งขึ้น เด็กสามารถนั่งท่าเหยียดขา(long sitting) ได้เองโดยใช้มือยังพื้น
  •  เด็กสามารถใช้มือขวาในการคว้าวัตถุกำอยู่ในมือแล้วนำไปปล่อยยังจุดหมายได้ในระยะทางใกล้ ๆ 

 

ปัจจุบันเด็กได้ออกไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านตามปกติแล้ว ประสบการณ์ของการฝึกงานในโรงพยาบาลที่มีค่ามหาศาลนี้ จะสำเร็จไม่ได้หากไม่มีผู้ให้ความรู้กับพวกเรา ขอขอบคุณ อ. CI พี่แมว  พี่เอก และพี่ไก่ที่เป็นผู้ดูแลขณะให้การรักษานี้อย่างใกล้ชิด สำคัญขาดไม่ได้เลยก็คือ ต้องขอบคุณหนูน้อยที่เป็นอาจารย์ให้พี่ได้ฝึกฝนประสบการณ์  ขอบคุณประสบการณ์ในครั้งนี้ด้วยค่ะ