การนำเสนอกรณีศึกษาของนักศึกษากิจกรรมบำบัดเลขที่ 1-10

1. เทคนิคการรักษาในผู้รับบริการฝ่ายกาย เช่น Constrain-induced movement therapy และ Rood facilitation สามารถนำมาใช้ในผู้รับบริการฝ่ายเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นพัฒนาการตามลำดับขั้นได้

2. Pierre Robin Syndrome เป็นโรคที่ทำให้เด็กมีปัญหาในการกลืนและการหายใจ นักกิจกรรมบำบัดสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อปาก (ทั้งภายในและภายนอก) โดยวิธีการต่างๆ เช่น Oral exercise และ Oral massage ควรมีการจัดท่าทางเพื่อให้เด็กรับประทานอาหารและหายใจได้สะดวก นอกจากนี้การให้ Oral Support เพิ่มเติมกับ Oral Stimulation ก็ได้ผลดีในผู้ป่วยเด็กโรค Pierre Robin Syndrome

3. กรณีศึกษาที่ผ่าตัดลิ้นหัวใจ นอกเหนือจากลดบวม การออกกำลังกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานหลังผ่าตัดแล้ว ใบตองคิดว่าควรให้ความสำคัญกับการจัดการความล้า การบริหารจัดการเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมแต่ละวันเพื่อให้ตรงกับสภาวะของผู้รับบริการหลังการผ่าตัด

4. ลักษณะอาหารที่ใช้ในการฝึกกลืน (ของเหลว, ของแข็ง ฯลฯ) นอกจากจะช่วยทำให้กลืนง่ายขึ้นหรือยากขึ้นแล้ว ยังช่วยในเรื่องการรับสัมผัสในปากด้วย

5. Social Skill Training หรือการฝึกทักษะทางสังคมสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการโรคจิตเภท

6. ในผู้รับบริการโรคพิษสุราเรื้อรัง นักกิจกรรมบำบัดควรประเมินความสามารถในการตัดสินใจก่อนจำหน่ายออก เพราะความสามารถในการตัดสินใจเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต

7. บทบาทนักกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยกระดูกหัก คือ การลดบวม, เพิ่มช่วงองศาการเคลื่อนไหว, การให้อุปกรณ์ดามและอุปกรณ์ช่วยในการดำเนินชีวิต, เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, เพิ่มความคล่องแคล่ว (กรณีของนิ้วมือ) และที่สำคัญที่สุดคือการฝึกผู้รับบริการให้สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันและกลับไปดำรงชีวิตได้

8. สหวิชาชีพทางการแพทย์ควรร่วมมือกันในการดูแลรักษาผู้ป่วย

9. การฝึกแบบ Bilateral training และ Unilateral training มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูการใช้มือและแขนในผู้รับบริการโรคหลอดเลือดสมอง สมองของมนุษย์มี Plasticity หมายความว่าแม้หลังการบาดเจ็บ หากมีการเรียนรู้การใช้งานร่างกายหรือการทำกิจกรรมใหม่ สมองก็สามารถพัฒนาและสร้างเส้นใยประสาทขึ้นใหม่ได้