เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคมที่ผ่านมา ผมและเพื่อนได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรจัดค่ายวิชาการ (ภาษาไทย) การจัดกิจกรรมใช้เวลา ๑ วัน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากทางโรงเรียน
ค่ายนี้อยากจะใช้คำว่าเป็นค่ายร่วมแรงร่วมใจกันมากกว่าคำว่าการเชิญเป็นวิทยากร ที่กล่าวเช่นนี้หมายความว่า เป็นค่ายที่เราได้ร่วมมือกันจัดทั้งทีมวิทยากรและทีมงานของทางโรงเรียน ทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนสำคัญเท่าเทียมกัน
ผมเริ่มกิจกรรมง่าย ๆ ด้วยการนันทนาการเพื่อเปิดใจนักเรียนโดยการให้เล่นกิจกรรมสองสามรายการ เช่นการแสดงพลังชาวค่าย การเล่นงูกินหาง เป็นต้น ด้วยหวังว่าการเริ่มต้นโดยการสนุกสนานจะเป็นการเปิดใจที่ดีและนำไปสู้ความตั้งใจในการเรียน ซึ่งกิจกรรมช่วงนี้มีเวลาสัก ๑ ชั่วโมง
เมื่อเวลาผ่านไป ถึงเวลาประมาณสิบโมงผมได้จัดการแบ่งกลุ่มที่แบ่งแล้วจำนวนแปดกลุ่มเป็นชุดจำนวนสองชุด ชุดละสี่กลุ่ม เรียกว่าชุด ก และชุด ข ซึ่งจัดกิจกรรมอยู่คนละอาคาร แผนนี้ถูกปรับจากเดิมที่ทำไว้ ๙ ฐานการเรียนรู้เนื่องจากขาดความเหมาะสมในเรื่องวิทยากร โดยให้กลุ่มชุด ก เข้าเรียนในฐานชุด ก เป็นอันดับแรก ประกอบไปด้วย ๔ สาระ เรื่องพยัญชนะ สระ ตัวสะกดและการแจกลูกสะกดคำ ส่วนฐานชุด ข ประกอบไปด้วย ๔ สาระ เรื่องสุภาษิตสอนใจ คำราชาศัพท์ แต่งประโยค และการกล่อมแบบตลกบทนกกาเหว่า
การจัดกิจกรรมครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกเสียทีเดียวเนื่องจากเคยทำหน้าที่ดังกล่าวมาบ้าง แต่นับว่าเป็นครั้งแรกกับทีมงานชุดนี้ กิจกรรมผ่านไปถึงเวลาพักกลางวันพอดี และปล่อยให้นักเรียนพัก
ตอนบ่ายกิจกรรมเริ่มต้นขึ้นเวลาบ่ายโมงตรง โดยการเล่นนันทนาการก่อนประมาณ ๓๐ นาที และสลับกลุ่มการเรียนรู้ระหว่าง ก และ ข โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นด้วยการสอนเพลงช่วยจำเนื้อหา อธิบายเนื้อหาและเล่นเกม ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงแล้วจบด้วยการสรุปกิจกรรมประมาณ ๓๐ นาที
ค่ายดำเนินการผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่นก็รู้สึกว่าตนเองได้ยกภูเขาออกจากอกไปแล้ว แต่ผมกลับพบสิ่งหนึ่งที่ตั้งเป็นข้อสังเกตในใจว่า
๑. นักเรียนมีความแตกต่างกันมาทั้งในเรื่องของพฤติกรรมและความรู้ ซึ่งนับว่าเป็นช่องว่าที่สำคัญประการหนึ่งที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้
๒. เด็กบางกลุ่มซนและไม่สนใจ ไม่กลัว (ที่เกินกว่าวัยนี้ควรจะเป็น ผมว่าในสมัยผมน่าจะประมาณมาปลายได้ที่มีลักษณะเช่นนี้) สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมในช่วงวัยที่เปลี่ยนไป หรือวัยที่มีความน่ากลัวมีอายุเฉลี่ยน้อยลงนั่นเอง
๓. ความเป็นครูที่พบว่าครูที่ทำหน้าที่สอนเด็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยปัจจัยหลายประการ คนที่ทำหน้าที่ครูสำหรับชั้นที่เรียกว่าประถมศึกษา ยอมรับครับคุณไม่ธรรมดา
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสภาพที่เป็นจริงของการศึกษา เด็กส่วนมากสนุกและสนใจต่อการทำกิจกรรม แต่ก็มีบ้าง ส่วนที่เรียกว่าบ้างนี้ คือจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หมายความว่าจะทำอย่างไรจึงจะขจัดส่วนที่เรียกว่า "บ้าง" ให้หมดไป
อย่าละข้ามบริบทของโรงเรียนและนักเรียนนะครับ ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ หรือแกนตั้ง บางทีเราวิ่งในลู่ภายนอกมากไป ก้เสียเวลา วิ่งในลู่ของเรา บูรณาการด้วยสรรพสิ่งจากภายนอกเป็นครั้งคราว น่าจะช่วยให้ภารกิจต่างๆ มีพลัง...ร่วมสมัย...
ให้กำลังใจ
และชื่นชม ครับ
ดีครับพี่พนัส
ขอบคุณครับสำหรับข้อแนะนำที่ดี และเป็นประโยชน์ งานนี้ก็มีส่วนของความกล้าจากแรงที่ได้จากการอ่านของพี่ แต่มันยังน้อยเกินไปที่เราหวังไว้ แต่จะพยายามครับ
ผมอ่านและชื่นชอบการทำงานของพี่ครับในหลาย ๆ มิติ เช่นกระบวนการ แนวความคิด รูปแบบ ฯ ครบวงจร ขอใช้ความเป็นรุ่นน้องภาษาไทย ศศ.บ. ศศ.ม. มมส.แสดงความชื่นชมในความเป็นพี่ที่สุดยอดครับ