จดหมายถึงครู l ทบทวนตนเอง วันอังคาร ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๑๗.๐๗ น. เนิ่นนานเหลือเกินกับการดำเนินไปแห่งชีวิต จัดการข้อปฏิบัติในตนเองได้ไม่บริบูรณ์ มีแต่ทำ ทำ ทำ และทำ แต่ไม่ค่อยจะได้ใคร่ครวญให้ถึงธรรม จิตใจยังถูกความอยากและไม่อยากครอบงำ เบื่อหน่ายตนเองเหมือนกันค่ะครู กับความรู้สึกไม่ได้เรื่อง ข้างในมันโทษตนเองอยู่เสมอแต่เห็นข้อดีของผู้คนและสรรพสิ่งมากมาย เป็นผู้โง่อยู่จึงยังเต็มไปด้วยตัวตนแห่งความเป็น “ฉัน” และเธอ หรือ ผู้อื่น การบวชของครูสั่นสะเทือนในจิตใจ เหมือนติ๋วนั้นปวารณากับครูตั้งแต่ยังไม่บวช พอครูบวชแล้ว ก็ไม่สงสัยกับตนเอง แต่บางครานึกขึ้นมาก็ขำตนเอง ว่า “มันจะเวอร์อะไรขนาดนั้น” ทุกอย่างที่ทำถวายครูนั่นออกจากใจ อันเคารพ พยายามเต็มที่จนบางทีพลัดไปคาดหวังว่า “ติ๋วควรจะทำได้ดีกว่านี้” แต่ก็มั่วทุกที พอคิดเองทำเองก็รู้สึกว่า “ทำออกมาได้แย่” พอไม่คิดก็รู้สึกว่า “ไม่ได้เรื่อง” ยอมรับว่าหาจุดพอดีกับตนเองไม่เป็นค่ะครู รับรู้กับตนเองว่า “เมื่อใดที่สั่นสะเทือนกับคำพูดของครู นั่นแสดงว่า เป็นเรื่องที่ทำผิด ต้องเร่งแก้ไข” มันเยอะมากเลยค่ะครูกับสิ่งที่รู้สึกว่าต้องแก้ไข มันหมายถึงกิเลสในใจของศิษย์ยังมากอยู่ ถ้าถามว่า “เห็นแล้วท้อไหม” ต้องบอกจากใจเลยค่ะว่า “ท้อ” แต่ใจนี้ก็ไม่เคยเปิดช่องให้ถอย กลายเป็นว่า “ยิ่งท้อ ยิ่งทน ยิ่งทุกข์ ก็ยิ่งไม่ถอย” ติ๋วไม่ค่อยรู้สึกว่า “ตนเองเป็นนักภาวนา” สารภาพจากใจค่ะ เพราะว่า นั่งสมาธิก็ไม่นิ่ง เดินจงกรมก็ได้ไม่นานนัก สภาวะของสมาธิก็ไม่ต้องเอ่ยถึง ติดๆจะมีอาการสมาธิสั้นเสียด้วย แต่ทุกวันนี้ที่วิ่งรอก วิ่งเข้าออกวัด อุปฐากครูและดูแล พ่อแม่ ก็เต็มที่กับตนเอง บางทีก็โดนคนรอบข้างแซวบ้าง เอ็ดบ้างว่า “จน” ก็ต้องยอมรับสภาพเพราะจริง ใจนี้พอจะให้มันหาเงิน ทำเพื่อเงิน หรือค้าขายเอากำไร มันจะหมดแรง ไม่มีแรงจะทำ แต่พอบอกว่า ทำแจก ทำทานมันจะกระปรี้กระเปร่า น่าแปลกกับตนเองอยู่ค่ะ ก็เลยจนได้ที่ ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ข้างในมันบีบคั้นให้ทำต่างหากค่ะครู ณ วันนี้กับตนเอง เรียนรู้งานวิเคราะห์เครื่องสำอาง ก็สนุกดี ได้รับการผ่องถ่ายงานจากพี่ๆ ตกเย็นก็มาเปลี่ยนกระจกรถที่มันแตก ศีลข้อ๑ ไม่ได้ฆ่าใครค่ะครู แต่ยังเบียดเบียนตนเองอยู่ที่ยังไม่สามารถนำพาให้ใจตนเองผ่องใสได้เสมอๆ แต่พื้นฐานไม่ฆ่าไม่ทำร้ายใครอยู่แล้ว ศีลข้อ ๒ ไม่ได้ขโมยของใคร แต่ยังคืนเงินฝ่ายไม่ครบ วางแผนจะจัดการให้เสร็จภายในวันศุกร์ก่อนไปวัด ศีลข้อ ๓ ไม่แย่แฟนใคร แต่จริตจะกร้านที่ยั่วยวนแบบที่เรียกแบบโลกๆว่า “ดัดจริต” ติ๋วยังแสดงพฤติกรรมนี้เวลาเผลออยู่ค่ะครู ศีลข้อ ๔ วันนี้พี่งาน QA ขอข้อมูลที่ออกไปบรรยายที่ต่างๆเมื่อปีก่อน แต่วุ่นวายกับการทำแล็บอยู่ พอถูกตามตอนบ่ายเลยบอกปัดว่า “ตัดออกเลยค่ะ” ผิดคำพูดตนเองค่ะครู ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้า แต่พุทโธ ยังไม่แนบใจค่ะ พอจะสวดอิติปิโสก็มีแต่จะออกเสียง พยายามท่องพุทโธกับลมหายใจมันก็ยังหงุดหงิดค่ะ เลยเผลอบ่อย
จดหมายถึงครู l ทบทวนตนเอง
6 คนชอบ
มาเป็นกำลังใจให้นะครับ ^_^ เมื่อผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความสุขในชีวิตก็จะงอกงาม ครับผม