เช้าวันที่ ๖ ธ.ค. ๕๔ ผมไปร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี ๒๕๕๔ ด้วยความสุข   เมื่อไรก็ตามที่ได้หวนกลับไปทำประโยชน์ให้หน่วยงานที่ผมเคยสังกัด ผมจะมีความปิติยินดียิ่ง
 
          ผมเป็นคนที่มีความรักความผูกพันกับหน่วยงานเก่าทุกหน่วยงานอย่างแนบแน่น   เพราะผมถือว่าหน่วยงานเหล่านี้มีบุญคุณต่อชีวิตของผม   ถ้าไม่ได้มีโอกาสทำงานในหน่วยงานที่ดีขนาดนั้น ผมก็จะไม่มีชีวิตที่ดีถึงขนาดนี้   และในบางกรณีผมทำความผิดพลาดในขณะทำงาน ผมก็ไม่ได้รับภัยอันตรายร้ายแรง   แต่ผมกลับได้รับการเรียนรู้มากมายมหาศาลจากการทำงานในหน่วยงานเหล่านั้น   และหนึ่งในนั้นคือ สกว.
          เพราะ สกว. นี่แหละ ผมจึงได้เรียนวิชา "การจัดการงานวิจัย" จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ   และพร้อมๆ กันผมก็ได้เรียนวิชา  chaordic management จากการทำงานที่ สกว. นี่แหละ   มีผลเปลี่ยนบุคลิกของผมไปเลย   คือไม่ว่าทำงานอะไรผมจะทำแบบมั่วเสมอ เรียกว่า "มั่วอย่างเป็นระบบ"   จนในที่สุดตกผลึกเป็นวิธีคิดกระบวนระบบ (systems thinking) แบบใหม่ ที่เรียกว่า organic systems ที่ตรงกันข้ามกับระบบกลไก (mechanical system)
          ในขณะนี้ สกว. แบ่งผลงานวิจัยออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ (๑) ผลงานวิจัยกลุ่มวิจัยเพื่อเพัฒนา (R&D)  (๒) ผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่  (๓) ผลงานวิจัยพื้นฐาน   ผมกล้าหาญชาญชัยกล้าไปบอกว่า กลุ่มที่ ๒ ต้องแยกออกเป็น ๒ กลุ่มที่ใช้เกณฑ์ความเด่นที่แตกต่่งกัน   คือผลงานวิจัยแบบ area-based  กับแบบวิจัยชาวบ้าน (วิจัยท้องถิ่น)
         ผลงานวิจัยแบบ area-based ต้องมีลักษณะบูรณาการหลาย sector ในพื้นที่เดียวกัน (unit of analysis คือจังหวัด)   ความดีเด่นอยู่ที่การบูรณาการหลายภาคส่วนจนเกิด synergy ระหว่างภาคส่วน ทำให้การใช้ทรัพยากรในพื้นที่เกิดประสิทธิภาพสูง
         ผลงานวิจัยแบบวิจัยชาวบ้านต้องดูที่บทบาทของชาวบ้าน ว่ามีส่วนในการตั้งโจทย์ ดำเนินการวิจัย และรับผลจากการวิจัย และสร้างการเรียนรู้และพัฒนาการต่อเนื่องอย่างไร
          ผมไม่ทราบว่าที่เสนอในที่ประชุมนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่คณะกรรมการที่ร่วมประชุมต่างก็เห็นด้วย
 
          เวลานี้ สกว. มีความก้าวหน้าไปมาก   ดำเนินการกว้างขวาง จนผมตามไม่ทัน   และตอนนี้ผมก็ออกจาก สกว. มานานกว่า ๑๐ ปีแล้ว   ไม่ค่อยเข้าใจแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ของ สกว. ในสมัยนี้    แต่ยังได้รับเชิญไปร่วมงานในบางโครงการเล็กๆ น้อยๆ ก็เกิดความสุขดังที่กล่าวมาแล้ว

 

 

วิจารณ์ พานิช
๖ ธ.ค. ๕๔
สกว.