"เชียงคาน เมืองโบราณ ที่ไม่ล้าสมัย"
เมืองเชียงคาน ในปัจจุบันเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ในสายตาของนักท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาได้ยาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งเพิ่งจะมีการจัดงานฉลอง "100 ปี เชียงคาน เมืองโบราณ ริมฝั่งโขง" ไปเมื่อวันที่ 4-6 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมานี้เอง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์ให้คงอยู่สืบไป
เมืองเชียงคาน เมืองโบราณ.. บ้านไม้เก่าๆ ร้านกาแฟ มุมหนังสือเล็กๆ เท่านั้น แต่กลับมีนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว เดินเที่ยวกันให้เต็มไปหมด อาจจะด้วยเพราะเมืองเชียงคานนี้เงียบสงบ บรรยากาศดี ด้วยการที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แต่ผสมผสานกับความเป็นสมัยใหม่ที่ไม่มากจนเกินไปได้อย่างลงตัวในแบบฉบับของเชียงคาน ผู้คนที่เชียงคานก็เป็นมิตร อัธยาศัยดี และการไปเที่ยวที่เชียงคานก็ไม่แพงจนเกินกำลัง
การเดินทาง
นั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ สถานีขนส่งหมอชิต ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง นอนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเดียวก็ถึง ไปทางเดียวกับที่สุดฮิตภูกระดึงนั่นแหละคะ รถออกสี่ทุ่ม ก็จะถึงเลยประมาณ 6 โมงเช้า ถึงเชียงคานประมาณ 7 โมง
รถทัวร์ที่แนะนำก็มี
- แอร์เมืองเลย มีทั้งป.1 38 ที่นั่ง / 32ที่นั่ง / 24ที่นั่ง
- ชุมแพทัวร์ (ผ่านผานกเค้าวันละเที่ยว) รอบ 3 ทุ่ม ป.1
การเดินทางในเชียงคาน
เชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ ใช้เวลา 1 วันก็สามารถเที่ยวได้รอบเมืองแล้ว
- เช่าจักรยาน ค่อนข้างสะดวกที่สุด ถ้าแรงดีสามารถปั่นไปได้ถึงแก่งคุดคู้ ราคาเช่าคันละ 50 บาท/คัน/วัน
- เดินเท้า เวลาที่เหมาะสมจะเป็นช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ร้านค้าจะทยอยเปิด ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แนะนำให้เดินเลียบแม่น้ำโขง บรรยากาศดีมาก ช่วงหัวค่ำจะเป็นช่วงที่ถนนคนเดินคึกคักที่สุด
- นั่งสกายแลป รถสกายแลปเป็นรถรับจ้างประจำถิ่น เป็นรถสามล้อเครื่อง

ที่เที่ยวในเชียงคาน
แก่งคุดคู้
สามารถเดินหารถสกายแล็ปพาไปเที่ยวได้จากแถวตลาดไปแก่งคุดคู้ ราคา 100 บาท หรือจะหาเช่าขี่มอไซด์เที่ยวลัดเลาะจากเชียงคานมาตามถนนชายโขงสัก 4.5กม. ก็ถึงแยกไปแก่งคุดคู้ ที่นี่ในหน้าแล้งน้ำในแม่โขงลดระดับลงมาก แก่งคุดคู้ก็จะโผล่ขึ้นมาขวางกลางน้ำทำให้ เรือต้องวิ่งอ้อมคุดคู้เกิดเป็นเกาะแก่งสวยงาม สามารถนั่งเรือไปชมกลางน้ำได้ค่าเรือนำเที่ยวราคาประมาณ 700 บาท/ลำ


ภูทอก
ภูทอก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองเชียงคาน เป็นเพียงภูเขาลูกเล็กๆ แต่ภูทอกแห่งนี้ก็มีเสน่ห์ที่เป็นจุดชมวิว ชมความงามของแม่น้ำโขง เมืองสานะคาม และแก่งคุดคู้ได้อย่างชัดเจน และเสน่ห์ยิ่งกว่านั้นของภูทอก ในฤดูฝนและฤดูหนาวจะถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหมอก หากได้มองจากยอดภูทอก จะเห็นเป็นทะเลหมอกได้แบบรอบทิศเลยทีเดียว
วัดศรีคูณเมือง
วัดศรีคุณเมือง ตั้งอยู่ที่ซอย 7 ถนนชายโขง ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนาศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้นเช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24-25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์ไม้แกะสลักลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม
ถนนคนเดิน-บ้านไม้เชียงคาน
กลางวัน เดินเที่ยวในเมืองเล็กๆ อันเงียบสงบ ดูบ้านไม้เก่าอายุหลายสิบปีที่ยังคงได้รับการรักษาไว้ แวะไปกินกาแฟ จิบน้ำชาที่ร้านเก๋ๆ แต่งร้านแบบโบราณในหลายๆร้าน ร้านค้าที่ไปแล้วไม่ควรพลาดก้จะได้แก่ ร้านบ้านดอกฝ้าย ร้านไอเดีย ดี ดี ร้านแนวๆเก๋ และร้านนิยมไทย ที่ทำผ้าห่มฝ้ายแบบดั้งเดิมและยังมีร้านอื่นๆอีกมากมายที่หน้าสนใจ...

เดินเลาะริมโขง
เดินเที่ยวลัดเลาะริมโขง ชมพระอาทิตย์ตกริมโขง น้ำโขงสีแดง ดูวิถีชีวิตริมน้ำและบรรยากาศยามเย็น

"เชียงคานยังมีที่เที่ยวชมอีกมากมายถ้าอยากจะรู้ว่ามีที่ไหนบ้างก็อยากให้ลองมาเที่ยวกันดูนะครับ"
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเชียงคานแห่งนี้ ก็จะเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น หลายๆ สิ่งที่เชียงคานอาจเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม เชียงคานจะไม่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าเราทุกคนยังคงช่วยกันรักษาความเป็นเอกลักษณ์ ดำรงวิถีชีวิตในแบบของเชียงคานสืบไป ความเป็นเชียงคานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ได้ยาวนานกว่าร้อยปี ก็จะเป็นเช่นเดิมตลอดไป..
บรรยากาศน่ารักมากมายค่ะ ชอบรถโบราณ
เคยไปแก่งคุดคู้ เดี่ยวนี้เชียงคานป๊อบจัง :)
เห็นชื่อเรื่องแล้วอดไม่ได้ที่จะมาขอแชร์ด้วยคน
เพราะครูแอ้บรรจุเป็นข้าราชการครั้งแรกที่จังหวัดเลย
และอยู่ที่นั่นมากว่า 23 ปี พึ่งได้ย้ายมาที่หัวหิน
แต่ก็ยังไม่ได้กลับบ้านที่กรุงเทพฯ ซะที
ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเมืองเลย...
ตั้งใจไว้ว่า เมื่อเกษียณอายุก็คงจะกลับไปอยู่ที่เลย
จังหวัดเลยเป็นจังหวัดเล็ก ๆ เงียบสงบ
น่าอยู่ ผู้คนใจดี ชีวิตความเป็นอยู่ยังคงมีวัดเป็นศูนย์กลาง
มีพระปฏิบัติซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาหลายรูป
ผู้คนชอบไปวัด ไม่เฉพาะแต่ผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่
ยังได้เห็นเด็กวัยรุ่นไปทำบุญที่วัด
อากาศเมืองเลยดีมาก ๆ ฤดูร้อนจะสั้น ๆ ฤดูหนาวดูเหมือนจะยาวนาน
ซึ่งเป็นช่วงที่เมืองเลยจะสวยที่สุด มีหมอกเย็น ๆ ปกคลุม
บนภูบางทีก็จะมีแม่คะนิ้ง มีดอกไม้นานาพันธุ์ บานสลับกันทั้ง 3 ฤดู
มีแหล่งท่องเเที่ยวมากมายเหนือจากภูเรือ ภูกระดึง ยังมีภูหลวง ภูสนทราย
มีโอกาสก็ไปเที่ยวที่เลยอีกนะคะ
ความสงบและบ้านเรือนที่ทรงเสน่นี้จะรักษาได้นานเท่าไรกันนะครับ