ถ้าน้ำแข็งขั้วโลกละลายแล้วน้ำจะท่วมโลกไหม...คำนวณได้ด้วยวิทยาศาสตร์ปอสี่(หลักสูตรกระทรวงศึกษาไทย)
ผมได้ฟังอ่านเห็นข้อมูลทำนองว่าโลกกำลังร้อนขึ้นและน้ำจะท่วมโลกเนื่องจากน้ำแข็งขั้วโลกจะละลายหมดมาหลายปีแล้ว
เมื่อสองปีที่แล้ว (พศ. ๒๕๕๒) ผมเริ่มเอะใจ จึงได้ทำการคิดคำนึงนวณวนรอบไปตามประสาคนว่างงาน ผมสรุปได้ว่า งานนี้ถ้าไม่โง่บริสุทธิ์ก็น่าจะเป็นการแหกตาประชาโลกจากพวกนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจอมเว่ออีกแล้ว แต่ที่แปลกคือนักวิทยาศาสตร์ระดับโนเบลหลายคนก็นิ่งเฉย ..ซึ่งไม่รู้ว่านิ่งเพราะสมรู้ หรือว่า ไม่รู้ไปกะเขาด้วย
ลองทดลองทางวิทยาศาสตร์ง่ายๆกันดูนะครับ คือ เข้าไปซื้อกาแฟเย็นจากร้านแผงลอยริมทางที่กลังฮิตติตตลาดเมืองไทยราวดอกทอง..เอ๊ยเห็ด (ราคาแก้วละแพงฉิบ ค่าวัสดุประมาณ 5 บาท แต่มันขายกันได้แก้วละร้อยหน้าตาเฉย แถมรากหญ้าขับรถติดไฟตัดหมอกแยงตาประชาราษฎร์ทั้งน้านที่เข้าไปซิ้อหากันกินเพื่อประกาศสถานะ ส่วนไอ้เราหลงเข้าไปครั้งเดียวเข็ดอุจาระอ่อนแก่และปวารณาว่าจะไม่เข้าไปอีกจนชั่วชีวิต) ...พวกนี้มันขายแบบเอาเปรียบมาก คืออัดน้ำแข็งเสียเต็มแก้ว ส่วนเนื้อกาแฟให้นิดเดียว แต่นี่แหละ กลายเป็นเครื่องมือทดลองวิทยาศาสตร์เราได้ดีที่สุด
เอาหละ ลองเสียสละเพื่อโลกดูสักที ด้วยการไม่ยอมกินกาแฟเย็นแก้วอันแสนแพงนั้น แต่เอาแก้วมาตั้งทิ้งไว้ในรถที่ปิดกระจกจอดทิ้งไว้กลางแดด ซึ่งรถมันจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ จากพฤติกรรมเรือนกระจก ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการเกิดพฤติกรรมเรือนกระจก (greenhouse effect) ที่โลกได้รับความร้อนจากก๊าซเรือนกระจกยังไงยังงั้นเลย .... ทิ้งไว้ให้นานๆ จนน้ำแข็งละลายหมดแก้ว ...แล้วไปสังเกตดูสิว่า น้ำแข็งที่ละลายหมดนั้นมันท่วมล้นออกมานอกถ้วยกาแฟ หรือว่า มันลดลงไปจากระดับขอบถ้วยกาแฟ
...คำตอบคือ ......ใช่ใช่ใช่ นะคร๊าบ ..มันลดลงไปกว่าเดิมเสียอีก
แล้วถามว่า น้ำแข็งขั้วโลกเล่า ถ้ามันละลายหมด น้ำจะท่วมโลกจริงหรือ หรือว่าจะลดลงไปอีก หรือว่า เท่าเดิม
ฝนข้อไหนดีหละ ข้อสอบปรนัย ...ถ้าเฉลยหมด เดี๋ยวหมดสนุก
...คนถางทาง (๒๐ ธค. ๒๕๕๔)
ถ้าตอบถูกไปก่อน เกรงคนอื่นจะหมดสนุกนะคะ ๕ ๕ ๕ ขอบคุณค่ะ:)
น้ำเมื่อร้อน หรือเย็นจนเป็นน้ำแข็ง จะมีการขยายมวลออก ทำให้ความหนาแน่นลดลง น้ำแข็งจึงลอยเหนือน้ำ เมื่อน้ำแข็งละลายลง ปริมาณน้ำในแก้วจึงลดลงไป
แต่กรณีของน้ำแข็งขั้วโลกนั้นไม่เหมือนกันน้ำแข็งไม่ได้ลอยตุ๊บป่องอยู่บนทะเลทั้งหมด น้ำจำนวนมากแข็งตัวเป็นน้ำแข็งอยู่บนผืนดิน นับแต่ตอนเหนือของยุโรป ไซบีเลีย และอเมริกาเหนือส่วนหนึ่งเป็นผืนดิน และส่วนของน้ำแข็งที่ลอยเหนือน้ำ ก็จับตัวเป็นแผ่นหนาและพูนขึ้นเป็นภูเขาน้ำแข็งใหญ่โต การละลาลงของภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้จะไม่ให้ผลเช่นเดียวกับในแก้วกาแฟแน่นอน และที่สำคัญที่สุดคือ ขั้วโลกใต้ ซึ่งน้ำแข็งนั้นไม่ได้ลอยอยู่บนทะเลเป็นส่วนใหญ่ แต่อยู่บนแผ่นดินเป็นทวีปขนาดพอประมาณเลยทีเดียว
นอกจากนี้เมื่อน้ำแข็งละลายลง จะเกิดการเพิ่มมวลไอน้ำปริมาณมหาศาลในชั้นบรรยากาศ โลกจะเกิดภาพวะฝนตกหนักไปทั่ว อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนเกิดภัยแล้งรุนแรง อย่างที่เราเจอกันนี่หล่ะ
สภาพแวดล้อมของโลกจึงไม่เหมือนในแก้วกาแฟครับ
ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นอย่างที่เขาทำนายไหม ตัวเลขมันเห็นๆอยู่ครับ ว่าเพิ่มขึ้น ถามว่าเพิ่มขึ้นแบบที่เขาคำนวณไว้หรือไม่ คำตอบคือไม่ เพราะตามความเป็นจริงนั้น ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์ทำนายเอาไว้หลายเท่าตัวนัก
ถ้าเรามองไปยังโลกวันนี้ เราจะเห็นว่าหมู่เกาะมัลดีสนั้น หลายๆเกาะแทบจะจมน้ำไปหมดแล้ว จนรัฐบาลมัลดีสต้องยื่นเรื่องขอลี้ภัยประชากรไปยังออสเตเลียหากประเทศของตนเองไม่อาจอาศัยอยู่ได้แล้ว ในยุโรปเมืองเวนีสก็แทบจะจมน้ำสิ้น ลองหาภาพจากยูทูปดูนะครับ ว่าเวนิสนั้นเจอกับอะไรบ้าง เมืองไทยเราเองก็ตาม เราเสียพื้นที่ชายฝั่งไปแล้วเท่าไร ภาพข่าวก็มีปรากฏให้เห็นเป็นระยะ หรือน้ำท่วมใหญ่หนนี้ เราจะเห็นว่าเราระบายน้ำลงทะเลได้ยากเย็นเข็นใจ เพราะอะไรละครับ ไม่ใช่เพราะระดับน้ำทะเลมันสูงกว่าพื้นที่กรุงเทพใช่รึเปล่า
นี่ล่ะครับ คือหลักฐาน แน่นอนว่านักวิทยาศาสตร์คำนวนผิด แต่ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเกินขึ้นในอีกหลายร้อยปีจากนี้ แต่ที่ควรจะเป็นคือ มันน่าจะเกิดขึ้นในชั่วชีวิตของเรานี่เอง
รอให้เฉลยก่อนแล้วค่อยฝนละกัน มันไม่ค่อยแน่ใจน่ะ หากแต่ถ้ามันท่วมขึ้นมาจริงๆ คุณทวิช คงคิดค้นผลิตเรือดำน้ำ หนีได้ทัน หรือไม่ก็ ผลิตอะไรที่ลอยได้ ไปดาวดวงอื่นเป็นแน่ ชิมิ
อิอิ คนตั้งคำถามเองก็กำลังคำนวณหาคำตอบอยู่เนี่ย เพียงแต่อยากสะกิดว่า ตามหลักการวิทยาศาสตร์ที่เราเรียนตอนประถม น้ำแข็งมีถพ. ต่ำกว่าน้ำประมาณ 10% พอมันละลาย มันก็หดตัวลง ระดับน้ำทะเลที่ขั้วโลกก็จะลดลง (เหมือนก่อนน้ำแข็งในแก้วกาแฟ) แล้วพอภูเขาน้ำแข็งบนบกละลายลงมา ก็อาจเข้ามาแทนที่ปริมาตรที่ลดลงนี้พอดี
ถ้าพอดีกันระดับน้ำในโลกนี้ก็คงเดิมครับ
ถ้ามากกว่าระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้น
ถ้าน้อยกว่าระดับน้ำก็จะลดลงครับ
มันเป็นไปได้ทั้งสามกรณี อย่าเพิ่งด่วนสรุปครับ ผมว่านักวิทยาศาสตร์เองก็ยังตอบไม่ได้ แต่พี่แกเล่นบท play safe ไว้ก่อน คือขู่ว่าน้ำจะท่วมโลก ไว้ก่อน แม้ผิดก็ยังไม่เสียหายว่างั้นเถอะ
ท่านผู้ใดเคยได้ยิน feed back mechanism ไหมครับ โลกร้อนขึ้นนั้นอาจส่งผลให้โลกเย็นลงกว่าเดิมได้ด้วยซ้ำไป เพราะไอน้ำนี่แหละ ที่อาจมากขึ้น จนทำให้เกิดเมฆมาก แล้วเมฆมาบังแสงอาทิตย์ไว้เสียหมด ผมเคยคำนวณแล้วส่งเรื่องนี้ไปลงตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำของโลก เช่น science และ nature แต่ได้รับการปฏิเสธหมด ..เขาคงไม่เชื่อน้ำยาคนอย่างเราหรอก อิอิ
ดึกๆ มานั่งคิดต่อ ...คิดแบบคิดในใจเลยนะ ผมฟันธงในขณะนี้ว่า ถ้าสัดส่วนน้ำต่อแผ่นดินเป็น 2 ต่อ 1 ดังที่เราท่องจำกันมาแต่ประถม มัธยม ถ้าน้ำแข็งขั้วโลกละลายหมด ระดับน้ำทะเลจะ "ลดลง" ครับ
เหตุผลคือ น้ำทะเลที่ขั้วโลก 2 ในสามส่วน จะละลายและลดปริมาตรลง 10% ส่วนภูเขาน้ำแข็งบนบกนั้น ต่อให้สูงเท่าเขาเอเวอร์เรสต์ (ซึ่งจริงๆ เตี้ยกว่ามาก) แม้ละลายจนหมดเกลี้ยง ก็จะมีปริมาตรน้อยกว่า 10% ของน้ำแข็งในทะเลที่หดตัวลงอย่างมหาศาล ไม่น่าถึง 1% ด้วยซ้ำไป (อีก 9% คือการลดลงของปริมาตรน้ำ ซึ่งจะดึงน้ำจากส่วนกลางให้ลดลงไปด้วยอย่างฮวบฮาบที่เดียว อ่าวไทยที่ลึกเพียง 100 เมตรา อาจแห้งเหือดไปหมด..อ้าวแล้วเราจะเอาปลาทูที่ไหนกินดีล่ะ)
หลักฐานก็มีให้เห็นว่า เมื่อก่อนทะเลท่วมมาถึงอีสาน พอโลกร้อนขึ้น น้ำทะเลก็หดตัวลงไปเรื่อยๆ
ที่แผ่นดินเกาะมัลดีฟ หรือ ที่อื่นๆ ถูกน้ำท่วมนั้น คงต้องอธิบายด้วยเหตุผลอื่นแล้วแหละครับ อิอิ
อย่าเชื่อฝรั่งมากนัก คนไทยควรพยายามคิดเองบ้าง
แม้เพี้ยนไปนิด ผิดไปหน่อย ก็ค่อยๆ ว่ากัน ดีกว่าบอดจูงบอดเป็นไหนๆ อิอิ ยังไงก็คลำทางไปด้วยตาของเราเอง
เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ผมขออธิบายแบบอุปมาความว่า..สมมติแก้วกาแฟคือโลก เราอัดน้ำแข็งละเอียดไว้ 1 ใน 10 ของแก้ว จากนั้นเอาน้ำเปล่าเติมลงไปจนเต็มขอบแก้วพอดี จากนั้นเอาก้อนน้ำแข็งขนาดหัวแม่มือ มาผูกเชือกห้อยไว้ตรงกลางแก้ว (ต้องทำเสามารับการผูกเชื่อกด้วย) ...จากนั้นปล่อยให้น้ำแข็งทั้งในแก้ว และเหนือแก้วละลายให้หมด ...ถามว่าสุดท้ายแล้วระดับน้ำในแก้วจะลดลงหรือเพิ่มขึ้น
ผมตอบว่า "ลดลง" ครับ
เฉลย เพราะน้ำแข็ง 1 ใน 10 ของแก้วละลายแล้วมีปริมาตรลดลง 10% ก็คือลดลง 1 ใน 10 ของ 1 ใน 10 (คือ 1 ใน 100) นั่นเอง ...ส่วนน้ำแข็งที่ลอยอยู่ ละลายเป็นหยดน้ำแล้วลงมาเติมน้ำที่ลดลงในแก้ว ถ้าปริมาตรน้อยกว่า 1 ใน 100 ของแก้วน้ำ ก็จะยังทำให้ปริมาณน้ำต่ำกว่าขอบแก้วอยู่ดี
น้ำแข็งที่ลอยอยู่นี้อุปมาดัง ภูเขาน้ำแข็งบนแผ่นดิน ส่วนน้ำแข็งในแก้ว อุปมาดังน้ำแข็งในทะเลที่ขั่วโลก ส่วนน้ำ 90% อุปมาดังน้ำทะเลในส่วนอบอ่นของโลก
ในความเป็นจริงของโลก น้ำแข็งที่ลอยอยู่เหนือแก้วนั้นมันก้อนนิดเดียวครับ ไม่น่าถึง 1 ในล้านของปริมาตรน้ำในแก้วด้วยซ้ำไป ต่อให้ละลายหมดก็ไม่ทำให้น้ำล้นแก้วได้หรอก ...ผมว่านะ อาจผิดก็ได้
ไงๆ ก็อย่างเพิ่งหลงเชื่อนักวิดยาสาดฝรั่ง แบบที่หลงเดินตามระบบประชาธิปตายมากเกินไปก็แล้วกัน..เด๊อพี่น้องเด๊อ
....เขาว่า..โลก..มันกลม..จึงไม่มี..ขอบ(เหมือนฃอบแก้ว..เนี่ยะ..แล้วจะสมมมติอ้ายลูกกลมให้เป็นแก้ว..ได้จั๋ง..ได..อ้ะ)..เวลาน้ำขึ้นน้ำลง..แ่ผ่นดิน..ริมน้ำ..ที่ต่ำกว่าระดับน้ำ..มันก็ไม่มี(ตีน)เดินหนีได้เหมือนคน..มันก็(จม)..น้ำแหงแก๋...(ไม่เห็นต้องไปคิดให้ลำบากเล้ย...อ้ะ..)
ทะเลทางภาคอีสานมันไม่ได้หดหนีนะครับ แต่เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก ภาคอีสานเป็นแผ่นเปลือกโลกชุดเดียวกับแผ่นทางกลุ่มซีกโลกใต้ แล้วเคลื่อนตัวขึ้นมาทางแผ่นพื้นทวีปเอเซีย พอมาชนกันก็เกิดการยกตัวขึ้น ยกบริเวณพื้นที่ใต้ระดับน้ำทะเลขึ้น กลายเป็นที่ราบสูงภาคอีสาน แถวนั้นจึงมีเกลือสินเทา มีซากหอยซากสัตว์ทะเลมากมาย และยังมีดินที่มีลักษณะแตกต่างจากพื้นที่อื่นโดยรอบอีกด้วย แต่ทะเลไม่ได้หดหายไปจากตรงนั้นแน่นอนครับ และเกาะมัลดีสก็ไม่ได้ยุบตัว ระดับน้ำทะเลมันขึ้นจริงๆขึ้นทัวโลก เขาก็ประกาศไปทั่ว มันไม่เหมือนกับกรณีกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ดีๆมาต่ำกว่าระดับน้ำทะเลในบางจุด อันนั้นเกิดจากแผ่นดินทรุดตัวเพราะการสูบน้ำบาดาลและน้ำหนักกดทับของสิ่งปลูกสร้างมากมาย
ภาวะโลกร้อนอาจทำให้โลกเย็นตัวลง และร้อนด้วย ก็ไม่แปลก ก็เห็นนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป เขาก็คิดว่าอาจจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ บางท่านว่า เผลอๆโลกอาจจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งยุคต่อไปก็ได้ แต่ก่อนเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง เชื่อกันว่า จะมีฝนตกมากมายมหาศาล จนน้ำท่วมไปทั่ว เหมือนที่นักบรรพชีววิทยาเสนอกันว่า ขนแบบลิงของมนุษย์หายไปตอนที่น้ำท่วมใหญ่ก่อนและหลังยุคน้ำแข็งนี่หล่ะครับ เป็นการปรับตัวเพื่ออยู่กับน้ำ เหมือนพวกแมวน้ำ ฮิปโป อะไรพวกนั้น อย่าคิดลึกเลยครับ คนที่เขาเก่งกว่า ฉลาดกว่าเขาก็คิดกันถ้วนถี่แล้ว แต่เราไม่เชื่อกันเอง เมื่อหลายๆปีก่อนที่มีการคาดกาณ์กันเอาไว้ ก็ไม่มีคนเชื่อคนสนใจเรื่องนี้ แต่วันนี้เป็นไงละครับ โลกกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก ตรงที่เคยเป็นป่าดงดิบเกิดฝนแล้ง ตรงที่เป็นทะเลทรายน้ำท่วม ตรงที่เคยมีกระแสน้ำเย็นกลายเป็นกระแสน้ำอุ่น ลานินญ่าที่เคยปรากฏขึ้นสามสี่ปีหนหนึ่งกับเกินขึ้นติดๆกันซ้ำถึงสามปี แค่นี้ยังไม่พออีกหรอครับ แค่นี้มันก็น่าจะพิสูจได้ว่ามันไม่ได้ผิดจากที่เค้าคำนวนไว้สักเท่าไร กะแค่ทางตะวันตกของจีนเกิดภัยแล้ง แล้วเขากักน้ำไว้ไม่ยอมปล่อยลงแม่น้ำโขง เท่านี้ประเทศแถวอินโดจีนก็แทบเป็นแทบตายกันแล้ว แล้ว...ที่ใหญ่ๆกว่านั้นล่ะ
แทนที่จะมาพยายามคิดว่าอะไรๆมันคงไม่เลวร้ายอย่างที่เขาว่ากัน เรามาลงมือทำอะไรดีๆเพื่อนโลกไม่ดีกว่าหรือครับ อะไรก็ได้ที่เราพอจะทำกันได้
..วันนี้..ฟังไปดูไป(ฝรั่ง)เล่าเรื่องเมฆ..เขา..ค้นพบว่า..ปริมารตเมฆที่ลอยอยู่มีมากกว่า..ปริมารตแผ่นดิน..เป็นอันว่าต้องคิดตาม..ถ้าฝนตกติดต่อกันแบบไม่หยุดจะเป็นไง..อ้ะ..แถม.ยังค้นพบใหม่ว่ามี..สิ่งมีชีวิตที่..สร้างตัว..อยู่..มวลเมฆนั้น..น่ะเป็นเรื่องใหม่..นะ...คน..ตัวล่อนจ้อนอย่างเราๆ..วิวัฒนาการมาเจ็ดหมื่นกว่าปีเท่านั้น..ต่อไปอาจจะมีหางเป็นเงือกน้อย..ของ..พระอภัยมณีก็ได้..ใคร..จะรู้ได้...อย่าง"นกขมิ้น"ว่า..ฉะนั้นก่อนหางจะงอก..เรา..มาช่วยๆกัน..ยุติ.ขยะ..ที่ล้นโลกอยู่ทุกวันนี้..หยุดทำน้ำดี..ให้เป็นน้ำเสีย..หยุด..ราดยา่ฆ่าแผ่นดิน.ช่วยกันหยุด"ความอยาก"..ทุกๆคน..(น่าจะพอทำได้ไม่ยากนะ)...
ท่านนกขมิ้นครับ การคิดต่าง ไม่ได้หมายความว่า "โง่กว่าคนฉลาดที่เขาคิดไว้แล้ว" นะครับ ตรงกันข้าม การคิดต่างคือสัญลักษณ์ของความฉลาดครับ ท่านนกขมิ้นเอง ก็พยายามคิดต่างจากผม เพื่อจะบอกว่า "ฉลาดกว่าผม" ไม่ใช่หรือครับ โลกนี้ถ้าไม่มีคนคิดต่างมันจะไม่เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นหรอกครับ เช่น ทฤษฎีทั้งหลาย รวมทั้งทฤษฎีโลกร้อน
การที่ผมพยามยามคิดต่างก็เพื่อสร้าง "สิ่งดีๆ ให้โลกนี้" แหละครับ และผมได้ทำไว้แล้วหลายร้อยชิ้นจนคนเอาไปใช้ในโลกและประเทศนี้แล้วก็มากอย่าง เช่น ระบบสะพานลอย u-turn เครื่องปิ้งไก่ไร้ควัน ระบบปล่องลมแดด (ที่อาจปฎิวัติพลังงานโลกสักวัน) เตาถ่านประหยัดพลังงาน (ซึ่งช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าได้มาก) แนวคิดที่ว่าคนไทยไม่ได้มาจากไหนแต่มาจากไทยนี่แหละ และขอมคือสยาม(ไม่ใช่เขมรแน่นอน) พระเจ้าอู่ทองมาจากนครวัด เป็นต้น
ผมสงสัยว่าคนออกข้อสอบรู้จักน้ำแข็งขั้วโลกแค่ไหนครับ คิดว่ามันมีอยู่แต่ในทะเลหรือเปล่า ถึงได้วิเคราะห์แบบเด็ก ป.4 (จขกท.เขียนนะครับ) แล้วน้ำแข็งที่เป็นภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่มากกว่าน้ำแข็งที่อยู่ในน้ำถึง 80 เปอร์เซ็นล่ะ มันไม่ไหลไปไหนหรือครับ ลองทดลองใหม่สิครับ กาแฟเย็นของคุณ ขอบแก้วกาแฟ มีน้ำแข็งอยู่รอบๆ พอมันละลายมันไปไหนครับ มันลงแก้ว น้ำล้นแก้วหรือเปล่าครับ ผมว่าลองไปคิดใหม่ หรือหาข้อมูลของน้ำแข็งขั้วโลกให้ดีก่อน โดยเฉพาะแอนตาร์กติกา ว่าน้ำแข็งมหาศาลอยู่บนบกหรือในทะเล แล้วช่วยตอบผมใหม่ ที่ต้องเขียนมานี้ไม่อยากให้ความคิดเห็นในบทความเป็นการขี้นำ ให้คนที่เข้ามาอ่านเข้าใจผิดและบอกต่อกันไป และที่สำคัญถ้าไม่ใช้ประโยคว่าคำนวณได้ด้วยคณิตศาสตร์ ปอ 4 ผมก็จะไม่เข้ามา ขอบคุณครับ
ผ่านมาดูคณิตศาสตร์ป.4
กดLikeให้นกขมิ้น ยายธี และmata ครับ