ทะเลทางภาคอีสานมันไม่ได้หดหนีนะครับ แต่เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก ภาคอีสานเป็นแผ่นเปลือกโลกชุดเดียวกับแผ่นทางกลุ่มซีกโลกใต้ แล้วเคลื่อนตัวขึ้นมาทางแผ่นพื้นทวีปเอเซีย พอมาชนกันก็เกิดการยกตัวขึ้น ยกบริเวณพื้นที่ใต้ระดับน้ำทะเลขึ้น กลายเป็นที่ราบสูงภาคอีสาน แถวนั้นจึงมีเกลือสินเทา มีซากหอยซากสัตว์ทะเลมากมาย และยังมีดินที่มีลักษณะแตกต่างจากพื้นที่อื่นโดยรอบอีกด้วย แต่ทะเลไม่ได้หดหายไปจากตรงนั้นแน่นอนครับ และเกาะมัลดีสก็ไม่ได้ยุบตัว ระดับน้ำทะเลมันขึ้นจริงๆขึ้นทัวโลก เขาก็ประกาศไปทั่ว มันไม่เหมือนกับกรณีกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ดีๆมาต่ำกว่าระดับน้ำทะเลในบางจุด อันนั้นเกิดจากแผ่นดินทรุดตัวเพราะการสูบน้ำบาดาลและน้ำหนักกดทับของสิ่งปลูกสร้างมากมาย
ภาวะโลกร้อนอาจทำให้โลกเย็นตัวลง และร้อนด้วย ก็ไม่แปลก ก็เห็นนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป เขาก็คิดว่าอาจจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ บางท่านว่า เผลอๆโลกอาจจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งยุคต่อไปก็ได้ แต่ก่อนเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง เชื่อกันว่า จะมีฝนตกมากมายมหาศาล จนน้ำท่วมไปทั่ว เหมือนที่นักบรรพชีววิทยาเสนอกันว่า ขนแบบลิงของมนุษย์หายไปตอนที่น้ำท่วมใหญ่ก่อนและหลังยุคน้ำแข็งนี่หล่ะครับ เป็นการปรับตัวเพื่ออยู่กับน้ำ เหมือนพวกแมวน้ำ ฮิปโป อะไรพวกนั้น อย่าคิดลึกเลยครับ คนที่เขาเก่งกว่า ฉลาดกว่าเขาก็คิดกันถ้วนถี่แล้ว แต่เราไม่เชื่อกันเอง เมื่อหลายๆปีก่อนที่มีการคาดกาณ์กันเอาไว้ ก็ไม่มีคนเชื่อคนสนใจเรื่องนี้ แต่วันนี้เป็นไงละครับ โลกกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก ตรงที่เคยเป็นป่าดงดิบเกิดฝนแล้ง ตรงที่เป็นทะเลทรายน้ำท่วม ตรงที่เคยมีกระแสน้ำเย็นกลายเป็นกระแสน้ำอุ่น ลานินญ่าที่เคยปรากฏขึ้นสามสี่ปีหนหนึ่งกับเกินขึ้นติดๆกันซ้ำถึงสามปี แค่นี้ยังไม่พออีกหรอครับ แค่นี้มันก็น่าจะพิสูจได้ว่ามันไม่ได้ผิดจากที่เค้าคำนวนไว้สักเท่าไร กะแค่ทางตะวันตกของจีนเกิดภัยแล้ง แล้วเขากักน้ำไว้ไม่ยอมปล่อยลงแม่น้ำโขง เท่านี้ประเทศแถวอินโดจีนก็แทบเป็นแทบตายกันแล้ว แล้ว...ที่ใหญ่ๆกว่านั้นล่ะ
แทนที่จะมาพยายามคิดว่าอะไรๆมันคงไม่เลวร้ายอย่างที่เขาว่ากัน เรามาลงมือทำอะไรดีๆเพื่อนโลกไม่ดีกว่าหรือครับ อะไรก็ได้ที่เราพอจะทำกันได้