ดิฉันได้มีโอกาสติดตามท่านรองฯ เกษร ธานีรัตน์ ไปประชุม ลปรร. ในวงคุณเอื้ออำเภอ ณ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสิชล ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง จาก ผอ. วิวิทย์ บุญยรัตน์ และคณะ ศบอ. สิชล วันนี้ก็มีผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคุณเอื้ออำเภอสิชล ประกอบด้วย พช. กษ. ปลัด อบต. ธ. ออมสิน กำนัน ฯลฯ และที่สำคัญคือพนักงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ตำบลต่างๆ ในวงเรียนรู้นี้ท่านรองฯ เกษร ธานีรัตน์ ทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยในการ ลปรร. สำหรับประเด็นก็คือให้ที่ประชุมเล่าถึงกิจกรรมที่ได้ทำในพื้นที่ว่าประสบผลสำเร็จหรือไม่ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานใด และมีปัญหาอย่างไร ตัวแทนของทุกภาคส่วนก็ได้ ลปรร. กัน และท้ายที่สุดก็บอกว่ายินดีที่จะจับมือกันในการลงปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่ปัญหาขณะนี้มีอยู่ว่า แต่ละภาคส่วนก็ได้รับงบประมาณในเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจนเหมือนๆกัน จึงต่างคนต่างทำ เหมือนกับการสร้างถนนกันคนละสาย แต่ท้ายที่สุดก็ไปถึงที่หมายเดียวกัน ถ้าเป็นไปได้ผู้ใหญ่เบื้องบนน่าจะบูรณาการกันจริงๆ เสียก่อน จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว ไม่ซ้ำซ้อน และชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งทีมงานก็รับเอาปัญหาทั้งหมดในวันนี้ ขึ้นนำเรียนปรึกษาหารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันพรุ่งนี้ นอกวงเรียนรู้ ดิฉันมีโอกาสได้ ลปรร. กับคุณเอื้อท่านหนึ่ง ท่านแต่งกายหล่อเหลา ผูกเนคไท ตำแหน่งท่านก็ใช่ย่อย แต่ท่านไม่อยากเปิดเผยตัว ดิฉันเห็นท่านสูบใบจาก (ใบจากแห้งห่อยาเส้น) แทนที่จะเป็นบุหรี่แพงๆ ดิฉันเลยยิงคำถามทันทีว่าท่านเก่งจัง ทำไมยังอนุรักษ์ของเดิม ซึ่งชาวบ้านทั่วไปบางครั้งก็สูบบุหรี่ยี่ห้อแพงๆ ท่านตอบได้น่าฟังมากว่า ในการลงพื้นที่ไปพบปะกับชาวบ้าน ต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่าง เพราะไปสอนให้เขารู้จักออม แต่เรายังไม่ประหยัด ก็ไม่ได้ ทำให้ดิฉันนึกถึงคำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ว่า “ทำให้ดู อยู่ให้เห็น เป็นให้ตาม” แหม! มันช่างเข้ากันจริงๆ ด้วย และท่านก็ยังได้บอกอีกว่ากว่าที่จะลงพื้นที่ไปแนะนำ จัดการความรู้ให้กับชาวบ้านได้ ต้องทำตัวให้สนิทสนมกลมกลืนเสียก่อน เขานั่งดื่มกาแฟก็เข้าไปร่วมวง เขากินเหล้าขาวก็ต้องเข้าไปก๊ง จนให้เขารู้สึกเป็นมิตร แล้วก็พยายามแทรกในสิ่งที่เราจะให้ลงไปความรู้ ค่อยๆเติมไปทีละนิด ทีละนิด ซึ่งในวงเรียนรู้ ท่านรองฯ เกษร ก็ได้พูดไว้ว่า KM คือวิตามิน ไม่ใช่ยารักษาโรค วิตามินต้องกินบ่อยๆ จึงจะเกิดภูมิคุ้มกันโรค แต่ยารักษาโรคกินแค่ครั้งเดียวก็อาจจะหาย แต่ไม่นานก็อาจจะกลับมาใหม่ เพราะฉะนั้นการทำ KM ต้องใจเย็นๆ ทำให้เนียนไปในเนื้องาน เพื่อชาวบ้านจะได้มีภูมิคุ้มกันจากความยากจนไปตราบนานเท่านานค่ะ