บางเรื่องก็ก้าวไปไกลกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีก เช่น การขอผืนป่าคืนจากผู้บุกรุก การยึดพื้นที่ป่าคืนจากผู้ครอบครองที่มิได้ใช้ประโยชน์จริง เป็นต้น

 

 

 

 

 

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด  :

นิทานอีสปกับการอนุรักษ์ป่าบ้านแม่ตาด

 

 

คณะกรรมการ พทสม.และชาวบ้านแม่ตาด

 

(๑)

 

 

               “กวางป่าตัวหนึ่งหนีการตามล่าของนายพรานเข้าไปแอบพรางตัวอยู่ใต้พุ่มไม้แห่งหนึ่งซึ่งมีใบหนา ทำให้นายพรานมองไม่เห็นและเดินผ่านเลยไป

                กวางป่าตัวนั้นคิดว่านายพรานได้เดินทางผ่านไปแล้ว คงไม่กลับมาอีกแล้ว มันก็เลยจัดการเล็มกินใบไม้ที่อยู่รอบๆ ตัวมันอย่างเอร็ดอร่อย จนใบเริ่มเบาบาง และหมดลงในที่สุด

                ทันใดนั้น  นายพรานคนเดิม ก็เดินย้อนกลับมาอีกครั้ง กวางป่าเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปซ่อนตัวอยู่ที่เดิม  ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีใบหนาทึบ แต่คราวนี้กลับไม่มีใบเหลืออยู่เลย  นายพรานจึงมองเห็นและยิงกวางป่าตัวนั้นตายในที่สุด

                นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า .....ผู้เนรคุณย่อมได้รับผลร้ายตอบแทน”

-------------------------------------------------------------------------

               

                บ่อยครั้งที่ผมมักจะยกเอานิทานอีสป เรื่อง “กวางป่ากับนายพราน” มาเล่าให้คณะกรรมการพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำหมู่บ้าน(พทสม.)ของหมู่บ้านแม่ตาดได้รับฟัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเป็นแรงกระตุ้นให้ชาวบ้านแม่ตาดได้มองเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในอาณาเขตของหมู่บ้าน

                บ้านแม่ตาดเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มีทั้งหมด 160 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 637 คน เป็นหมู่บ้านที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรป่าไม้  น้ำ พืชพันธุ์ และสมุนไพรนานาชนิด

                อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังๆ มานี้ทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในเขตปกครองของหมู่บ้านแม่ตาดได้ถูกบุคคลต่างๆ ทั้งคนในหมู่บ้านเองและคนนอกหมู่บ้าน เข้ามารุกรานทำลายเพื่อนำไปใช้เป็นผลประโยชน์ส่วนตน โดยมิได้คำนึงถึงความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวมในอนาคต ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เกิดความเสื่อมโทรมและเสียหายอย่างหนัก และมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

                หลังจากที่ผมได้เฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ด้วยความห่วงใยมาหลายปี ต่อมาเมื่อนักเดินทางตัวเล็กๆ อย่างผมเกิดจับพลัดจับผลูได้มาเป็น “ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” ของบ้านแม่ตาดอย่างตกกระไดพลอยโจน  ทำให้ผมมองเห็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นดังกล่าว  โดยผมได้คิดแผนงานในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ขึ้นมา จากนั้นก็นำเสนอต่อผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการของหมู่บ้าน พร้อมทั้งอธิบายชี้แจงรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ ให้ทุกคนได้รับทราบอย่างชัดเจน

                ต่อมาทางหมู่บ้านแม่ตาดได้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำหมู่บ้าน(พทสม.)”  ขึ้น โดยให้คณะกรรมการฯ ดังกล่าวทำหน้าที่ร่วมกันดูแล เฝ้าระวัง คุ้มครองป้องกัน พิทักษ์รักษา และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในหมู่บ้าน  โดยครอบคลุมทั้ง ป่าไม้  แหล่งน้ำ  พืชสมุนไพร สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ขยะ  สิ่งปฏิกูล และมลพิษต่างๆ  ตลอดจนร่วมกันกำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือกติกาต่างๆ สำหรับนำมาบังคับใช้  เพื่อทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของหมู่บ้านดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน  และสิ่งแวดล้อมภายในหมู่บ้านมีความสดใสและบริสุทธิ์มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

 

 

(๒)

 

 

                หลังจากที่ได้มีการตั้ง คณะกรรมการ พทสม.ขึ้นมาแล้ว (จำนวน  45 คน) จากนั้นคณะกรรมการฯ ดังกล่าว ก็ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

                โดยในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการ พทสม.ของบ้านแม่ตาด ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องหลายอย่าง เช่น  ออกกฎระเบียบของหมู่บ้าน การสำรวจป่าทุกเดือน การปลูกป่าในโอกาสต่างๆ การรักษาสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้าน การขอผืนป่าคืนจากผู้บุกรุก  การดูแลรักษาต้นน้ำลำธาร การจัดตั้งเขตอภัยทานหลังวัดแม่ตาด การสอดส่องดูแลไม่ให้มีการนำขยะหรือสิ่งปฏิกูลมาทิ้งในเขตหมู่บ้าน การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงโทษภัยของการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  ฯลฯ

                ในการดำเนินงานช่วงแรก ชาวบ้านแม่ตาดในนามของ พทสม. ได้ร่วมกันทำงานเองตามลำพัง โดยไม่มีงบประมาณแต่อย่างใด  ทำงานกันเป็นทีมด้วยความเสียสละ เข้มแข็ง และมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยกัน ดูแล เฝ้าระวัง คุ้มครองป้องกัน พิทักษ์รักษา และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในหมู่บ้าน  เพื่อทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของหมู่บ้านดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

                อย่างไรก็ตาม  ต่อมาได้มีหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ หลายหน่วยงาน ได้มองเห็นความสำคัญและเข้ามาให้การสนับสนุนการดำเนินงานของชาวบ้าน เช่น  สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ตำรวจป่าไม้ และองค์กรภาคเอกชน เป็นต้น ทำให้การดำเนินงานของชาวบ้านได้รับการยอมรับและดำเนินไปได้ด้วยดีทุกประการ

 

 

(๓)

 

                ในส่วนของผมเองนั้น  ผมได้เฝ้ามองการทำงานของชาวบ้านแม่ตาด ในนามของ พทสม. อยู่ตลอดเวลา ทำให้มองเห็นถึงพัฒนาการการทำงานของชาวบ้านได้อย่างน่าทึ่งและน่าสนใจหลายอย่าง

                เดิมทีผมคิดแผนงานขึ้นเพียงเพื่อใช้เป็น “กุศโลบาย” ให้ชาวบ้านได้ช่วยกันดูแลและเอาใจใส่ต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าที่มีอยู่ในหมู่บ้าน เพื่อให้เป็นมรดกตกทอดไปสู่ลูกหลานต่อไปในอนาคต โดยที่ผมตั้งเป้าหมายไว้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก เนื่องจากเห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะหนักและยากลำบากพอสมควรสำหรับชาวบ้าน

                อย่างไรก็ตาม หลังจากชาวบ้านได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เมื่อเขามองเห็นผลสำเร็จที่เริ่มเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้เขามีความมั่นใจว่าเขาเดินมาถูกทางแล้ว และจะลุยทำงานต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ อีก ซึ่งบางเรื่องก็ก้าวไปไกลกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีก เช่น  การขอผืนป่าคืนจากผู้บุกรุก การยึดพื้นที่ป่าคืนจากผู้ครอบครองที่มิได้ใช้ประโยชน์จริง เป็นต้น ซึ่งมีหลายครั้งที่ถูกเจ้าของที่ข่มขู่และคุกคาม  แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมและไม่เกรงกลัว พร้อมที่จะต่อสู้จนตาย เพื่อช่วยกันรักษาผืนป่าของหมู่บ้านเอาไว้  เมื่อเห็นว่าชาวบ้านพากันเอาจริง  ในที่สุดเจ้าของที่ก็ต้องยอมถอยไป

                ผมเฝ้ามองการทำงานของชาวบ้านแม่ตาดด้วยความชื่นชมและนับถือในหัวใจอันแข็งแกร่งของพวกเขา

                ผมได้พูดคุยและสอบถามชาวบ้านหลายๆ คนดู เขาบอกว่าที่ผ่านมาทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว เพราะมีความรู้สึกและมีความคิดเห็นเหมือนกัน  หากแต่เขาขาด “ผู้นำ” ทั้งผู้นำทางด้านความคิดและผู้นำทางด้านการปฏิบัติการ

                จวบจนกระทั่งเมื่อมีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ขึ้นมาแทนผู้ใหญ่บ้านคนเก่าที่หมดวาระลงไป ทำให้ได้ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่(นายดำรงค์ พระจิตคำ)เข้ามาแทน ซึ่งเป็นคนหนุ่ม ไฟแรง และเปิดกว้างทางด้านความคิด  โดยเขาได้ขอให้ผมเข้ามาช่วยทำงานด้วย เลยทำให้หมู่บ้านแม่ตาดมี “ผู้นำรุ่นใหม่” ขึ้นมา โดยมีการทำงานกันเป็นทีม กล่าวคือผมเป็นผู้คิดค้นแผนงานต่างๆ ให้ ในขณะที่พ่อหลวงหรือผู้ใหญ่ดำรงค์ พระจิตคำ เป็นผู้นำแผนงานไปลงมือปฏิบัติร่วมกับชาวบ้านเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีและบรรลุผลตามเป้าหมายที่ได้ช่วยกันวางเอาไว้

 

 

(๔)

 

 

                ปัจจุบัน “พุ่มไม้”แห่งบ้านแม่ตาด ที่ถูกกวางป่าแทะเล็มจนใบเบาบางลงไปในช่วงที่ผ่านมา กำลังได้รับการฟื้นฟูสภาพและเริ่มจะมีใบใหม่ๆ งอกเงยขึ้นมาแทนที่ ทำให้มั่นใจได้ว่าอีกไม่นานพุ่มไม้แห่งนี้ ก็คงจะมีใบหนาทึบที่สามารถจะเป็นที่บังแดดบังฝน หลบภัย และเป็นที่พักพิงให้กับบรรดาสัตว์นานาชนิดได้อย่างดีและมีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น


 

 

 

คณะกรรมการ พทสม.กำลังประชุมปรึกษาถึงแนวทางการทำงาน

บรรยากาศการประชุมที่เต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

 

สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ของบ้านแม่ตาด


ต้นไม้ที่ถูกลักลอบตัดโค่น


ไม้ที่ถูกตัดเพื่อนำไปใช้ทำหลักรั้ว

บริเวณป่าที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง

มีการทำรั้วกั้นและสร้างกระท่อมเอาไว้ด้วย

คณะกรรมการ พทสม. พากันเข้าไปขอพื้นที่ป่าคืน

ป้ายประกาศเขตป่าชุมชนที่ชาวบ้านจัดทำขึ้นเพื่อห้ามไม่ให้ใครรุกล้ำเข้าไป

คณะกรรมการฯ กำลังช่วยกันทำแนวเขตป่าชุมชน

ยึดไม้ที่ถูกตัดไปเก็บไว้เป็นของกลาง

ชาวบ้านกำลังช่วยกันรื้อเสารั้วที่รุกล้ำเข้าไปในแนวป่า

แนวรั้วที่ผู้บุกรุกสร้างเอาไว้

ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

เยาวชนและชาวบ้านช่วยกันปลูกต้นไม้บริเวณอ่างน้ำแคว่นจู 

ทำงานกันเป็นทีม....ถึงเวลาก็อิ่มด้วยกัน

เยาวชนกำลังช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

2 หนุ่มหล่อแห่งบ้านแม่ตาดกำลังช่วยกันขนกล้าไม้

3 สาวน้อย กำลังช่วยกันปลูกต้นไม้(เสื้อขาวตรงกลาง คือ....น้องเพียพอ)

ต้นไม้เพียงต้นเดียว แต่ปลูกกันหลายคน

ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย

พวกเราสู้ๆ  เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กลุ่มแม่บ้านกำลังจัดเตรียมอาหารกลางวัน

เหนื่อย.....แต่ก็อิ่ม(ใจ)และมีความสุขน่ะ.....จริงไหมพวกเรา?

 


เพลง   "คนดีไม่มีวันตาย"

ร้องโดย  "ธีร์    ไชยเดช"

(เพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง "ขุนรองปลัดชู")