วันจันทร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ วันนี้เป็นวันหยุดชดเชยรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยหยุดทำการ แต่ผมก็ไม่ได้หยุดทำการด้วย มีแผนการจะเข้าไปตรวจงานนักศึกษาต่อ แต่ก็ออกจากบ้านประมาณบ่ายสามโมงเย็นแล้ว ระหว่างขี่รถไปเรื่อย ๆ นึกอยู่ในใจว่า อยากแวะวัดอุโมงค์ เชียงใหม่ที่อยู่ระหว่างทาง กล้องก็ติดตัวมา แสงก็กำลังลดระดับลง เราน่าจะได้เห็นช่องแสงที่ลอดจากต้นไม้ใบไม้บ้าง
ว่าแล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าทางเข้าวัดอุโมงค์ทันที จอดรถไว้ที่ลานจอดรถตรงข้ามร้านหนังสือธรรมเลย แล้วอาศัยเดินเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายแลขวาหาแสง-เงาที่พอจะบันทึกภาพเก็บไว้ได้ ใช้สายตาและความรู้สึกสะกิดกล้องเอา
ภาพที่ ๑ ... ก่อนเดินเข้าไปก็พบ "เจ้าขาว" ผู้เป็นมิตรกำลังเลียทำความสะอาดขนอยู่ ผมเห็นแสงตกลงที่ตัวมันพอจึงได้บันทึกภาพเก็บเอาไว้ พร้อมกับตะโกนทักทาย "สวัสดี" สายตามันเป็นหมาใจดีครับ ;)...
ภาพที่ ๒ ... ระหว่างเดินผ่านสวนป่าสมุนไพร เห็นใบไม้ต้องแสงพอดี
ภาพที่ ๓ ... ซูมเข้าไปใกล้อีก เพื่อจะได้เห็นลวดลายของใบไม้ที่ต้องแสง
ภาพที่ ๔ ... ใกล้ ๆ กันก็มีแมงมุมตัวใหญ่กำลังทำรังอยู่ ธรรมชาติสร้างสรรค์สีของมันมาก ;)...
ภาพที่ ๕ ... แสง-เงา กระทบปฎิมากรรมปูนปั้นนูนต่ำที่ทางวัดอุโมงค์ได้หล่อขึ้น
ภาพที่ ๖ ... ดวงอาทิตย์เริ่มต่ำลง สาดผ่านเสาธรรมจักรกลางลานธรรมหน้าอุโมงค์ ความรู้สึกคือ ร่มเย็นและสงบใจเหลือเกิน ครับ
ภาพที่ ๗ ... หนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังเดินกลับ ทิ้งร่องรอยความคิดไว้ให้ผมในหลายแง่มุม ผมมาคนเดียว เค้ามาสองคน อีกแง่คิดถึงคำว่า "การแต่งกายโดยสำรวม"พึงมี
ภาพที่ ๘ ... แสง-เงายังคงกระทบพื้น มีเงาของต้นไม้ ใบไม้ ให้เราได้มองเห็น
ภาพที่ ๙ ... ขยับมานิด แสง-เงาเต็มลานกว้าง ท่ามกลางใบไม้ที่หมดอายุขัยร่วงหล่นตามความเป็นไปของมัน
ภาพที่ ๑๑ ... พุทธกริยาของท่านดูอ่อนโยนและนุ่มนวลเหลือเกินครับ ลองสังเกตพระพักตร์ท่านสิครับ
ภาพที่ ๑๑ ... แสง-เงายังคงทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน ความรู้สึกถึงความสงบเย็นก็ยังเกิดขึ้น
ภาพที่ ๑๒ ... ภาพนี้ผมยอมถ่ายย้อนแสง สังเกตเห็นแฟร์เกิดขึ้นในภาพนะครับ แต่แสงนี้ทำให้ดูเป็นภาพที่อัศจรรย์มากขึ้นใช่ไหมครับ ;)...
ภาพที่ ๑๓ ... นี่คือเศียรพระที่ใหญ่ที่สุดในวัดอุโมงค์ เชียงใหม่นี้นะครับ มีคนมาบันทึกภาพไปทำโปสการ์ดเยอะเหมือนกันครับ เหมือนเอกลักษณ์กลาย ๆ ของที่นี่ด้วยครับ
ภาพที่ ๑๔ ... มีแผ่นป้ายอธิบายถึงที่มาของเศียรพระพุทธรูปและหินสลักที่ชำรุเหล่านี้ด้วยครับ
เศียรพระพุทธรูปสกุลช่างพะเยา
เศียรพระพุทธรูปและหินสลักเหล่านี้ สร้างขึ้นโดยช่างสกุลพะเยา ประมาณ พ.ศ.๑๗๕๐ - ๒๑๐๐
เจ้าชื่น สิโรรส และศรัทธาวัดอุโมงค์ ได้ทยอยนำมาจากวัดร้างในพะเยา เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๒๓
ภาพที่ ๑๕ ... แสงเริ่มน้อยลง
ภาพที่ ๑๖ ... พระพุทธรูปองค์นี้มีผู้นำจีวรสงฆ์มาคลุมตัวท่านเอาไว้ ท่านดูสงบมาก คิดถึงตอนพระพุทธองค์ "ตรัสรู้"
ภาพที่ ๑๗ ... แสง-เงาอีกมุมนะครับ
ภาพที่ ๑๘ ... มุมภาพนี้ชอบเป็นการส่วนตัวครับ ด้านหน้าเป็นเศียรพระองค์ใหญ่ ด้านหลังเป็นเจดีย์เก่าสมัยสุโขทัย
ภาพที่ ๑๙ ... อีกมุมหนึ่ง เราจะเห็นความชำรุดทรุดโทรมของพระพุทธรูปนะครับ
ภาพที่ ๒๐ ... องค์นี้ก็งามมากครับ ยังคงสมบูรณ์อยู่ ท่านนั่งสมาธิท่ามกลางพระพุทธรูปอีกสององค์ที่เหลือเพียงลำตัว
ภาพที่ ๒๑ ... แสงสุดท้ายเดินทางมาถึงแล้วครับ พร้อมควันไฟของการเผาใบไม้แห้ง ทำให้ฉากหลังขาวมาก
ถึงตรงนี้ ผมก็เริ่มเดินกลับไปยังลานจอดรถ ผ่านพ้นไปประมาณ ๓๐ นาที รู้สึกดีใจที่มาทันแสงสุดท้ายที่ตัวเองอยากบันทึกภาพไว้นานแล้วครับ และรู้สึกถึงความสงบ เย็น ทำให้จิตเรานิ่งมากขึ้น เหมือนมาเติมพลังใจให้แข็งแรงมากขึ้นครับ และก็อยากจะส่งพลังใจนี้ไปยังกัลยาณมิตรทุกท่านด้วยนะครับ
ก่อนจบบันทึกนี้ อยากถามกัลยาณมิตรผู้ผ่านทางเข้ามาว่า...
"ท่านชอบแสง-เงาของภาพไหนบ้างครับ และ
หากชอบ ภาพนั้น คือ ภาพไหนบ้างหนอ?"
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...





















สวัสดียามดึกค่ะอาจารย์ Wasawat Deemarn,
ไม่ได้ไปวัดอุโมงค์มานานมากแล้ว ชมภาพงามๆ แล้วนึกถึงตอนเป็นละอ่อนไปเข้าค่ายอบรมคุณธรรมและไปกราบพระอาจารย์ที่นั่น... คิดย้อนหลังไปไกลเชียว...
ขอบคุณค่ะที่ช่วยทำให้ความทรงจำดีดีหวนกลับมาให้ยิ้มได้อีกครั้ง
ชอบภาพที่ 18 มากค่ะ งามขนาด
เจ้าขาวก็น่ารักมาก... :)
ขอบคุณค่ะ
เห็นทั้งแสง และ เงา
ชอบทุกภาพเลยครับอาจารย์
เล่าเรื่อง พร้อมภาพ อ่านและเพ่งดูแล้วได้อรรถรสดีจังครับ
สวยงามมากนะครับอาจารย์
ความเหงาของคนเรานั้น แทบจะไม่มีเลยนะครับ
ตราบใจ...ที่หัวใจยังระรื่น
ชอบมากนะครับ
ชอบแสง-เงาของภาคที่ 11 ครับ สงบ อบอุ่น แต่มั่นคง และจริงใจดีครับ
สวัสดีครับ แวะเข้ามาชมน่ะครับ อยากไปเห็นภาพจริง จังเลย โดยเฉพาะภาพที่ 11 เห็นแล้วสะเทือนใจมาก แต่ก็น่าเชื่อได้ว่าเกิดจากดินทับถมมาเป็๋นเวลานานมากกว่านะครับ
สวัสดีครับ อาจารย์ ...ปริม ทัดบุปผา... ;)...
เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก็เหมือนเพิ่งผ่านไปเร็ว ๆ นี้ ใช่ไหมครับ ;)...
วัดอุโมงค์ในวันนี้ ยังคงรักษาความสงบ ดั่งเช่นวัดป่าอรัญญาวาสเช่นเดิมครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...
ขอบคุณมากครับ คุณหมอ ทิมดาบ ;)...
ขอบคุณมากครับ คุณ Peter p ;)...
หัวใจยังสบายดีครับ คุณแสง แสงแห่งความดี ;)...
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ คุณ nobita ;)...
อบอุ่น และ มั่นคง เสมอ ;)...
ขอบคุณมากครับ ท่าน วรโพธินามะ ;)...
หากมาเชียงใหม่ เรียนเชิญที่วัดอุโมงค์นะครับ ;)...
วัดร้างเมืองเหนือนี่มากมายจริง ๆ ครับ อาจถูกทับถมก็ได้ครับ ;)...
อุโมงค์ธรรม อุโมงค์ใจ
วัดที่ครั้งหนึ่ง เคยมีหลวงตาองค์หนึ่งสอนผมทุกครั้งที่ไปกราบท่านว่า...
"ยอมเป็น เย็นสบายนะโยม"
สาธุครับ...
ขอบคุณมากครับ ท่าน อ.นุ ;)...
ชอบภาพที่ 5 ค่ะ..ดูเข้มแข็ง อบอุ่นและมั่นคง
(แผ่นหิน บริบทในภาพ แสงและเงา)
...
ขอบคุณภาพสวย ๆ ทุกภาพค่ะ..^_^
ขอบคุณมากครับ พี่พยาบาล สีตะวัน ;)...
ภาพงามๆ หลายๆ เน้อเจ้า อ. เสือ
อยากจับแสง สี เงา ได้อย่างนี้บ้างจัง
เห็นวัดอุโมงค์ แล้วคิดถึง ส้มตำรู เจ้า
อ. อิ่มลำ เที่ยงหรือยัง สุขสันต์เน้อ
ชอบๆ ครับ แวะมาเยี่ยมชมภาพงามๆ เจริญตาดีครัย
ขอบคุณครับ คุณ Poo ;)...
กลางวันนี้เป็น "ข้าวผัดหนำเลี้ยบ" ครับ
อร่อยมาก ๆ ;)...
ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์ ประถม ;)...