สวัสดีครับชาว Blog
วันพรุ่งนี้.. ผมได้รับเกียรติจากศาลจังหวัดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาเชิญให้ไปบรรยายพิเศษเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของศาลฯ เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ และผมได้เลือกหัวข้อ TEAM WORK:รหัสลับสู่ความเป็นเลิศของศาลจังหวัดสีคิ้ว ซึ่งทราบว่าเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานในยุคปัจจุบันของทุก ๆ องค์กร และครั้งนี้ผมได้ไอเดียในการจัดการกับความขัดแย้งที่เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ทีมไม่เวิร์คด้วยจึงนำมาแบ่งปันกับทุก ๆ คนครับ
อุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้ทีมไม่เวิร์ค คือ ความขัดแย้ง (Conflict)
กฏ 8 ข้อของการบริหารความขัดแย้งของ ดร.จีระ
1) ความขัดแย้งไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายทุกเรื่อง บางครั้งความขัดแย้งเพื่อให้เกิดความคิดเห็นที่ไปสู่ความสำเร็จก็มี อาจจะเรียกว่า “การขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์”
2) แต่ความขัดแย้งที่ไปสู่ความล้มเหลวต่างหากที่เป็นปัญหา เช่น
- ความขัดแย้งเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาฯ
- ความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงในปัจจุบัน
- ความขัดแย้งเรื่องน้ำท่วม /น้ำน้อย เมื่อเร็ว ๆ นี้
3) ดังนั้น ประเด็นก็คือ เมื่อเข้าใจปัญหาและสาเหตุก็ต้องหาทางแก้ไขแต่เนิ่น ๆ ให้ไปสู่ความปรองดอง ตัวอย่างที่สำคัญที่สุดในระดับโลก คือ ความขัดแย้งระหว่างผิวขาว/ผิวดำ ในแอฟริกาใต้ และในที่สุดก็มี Nelson Mandela เป็นผู้แก้ปัญหา คือ ให้อภัย ไม่นึกถึงการล้างแค้น นึกถึงแต่ทางออก ทั้ง ๆ ที่ Mandela ต้องติดคุกถึง 27 ปี เขาได้ความคิดเรื่องการปรองดองมาได้อย่างไร?
4) อย่างในกรณีของสีคิ้ว หากจะวิเคราะห์ถึงปัญหาเรื่องความขัดแย้งอาจจะมองเป็น 2 ระดับ
- ระดับองค์กร
- ระดับบุคคล
- ส่วนระดับชุมชน (เอาไว้ทีหลัง)
ระดับองค์กร
- ผู้นำไม่ยุติธรรม
- ขาดธรรมาภิบาล
- ผลประโยชน์ทับซ้อน แย่งชิงทรัพยากร
- ดูแลทุนมนุษย์ไม่ทั่วถึง ขาดคุณธรรมจริยธรรม
- ขาดขวัญกำลังใจ
- ปล่อยให้ปัญหาเล็ก ๆ บานปลาย
- บางกลุ่มได้ บางกลุ่มไม่ได้
- มีระบบอุปถัมภ์ ขาดความยุติธรรม
- ไม่มีการปรับความเข้าใจกัน
- ไม่มีผู้นำที่ดี
- ไม่มีคนกลาง
ระดับบุคคล
- บริหารความหลากหลายไม่ได้ เช่น
เพศ
อายุ
ค่านิยม
ทัศนคติ
2. ผลประโยชน์ไม่ลงตัว
3. อื่น ๆ (ต้องหาสาเหตุที่แท้จริง)
5) ดังนั้น ในวันนี้จึงจะระดมสมองโดยเน้น..
(1) ค้นหาตัวเอง
(2) ค้นหาสาเหตุของความขัดแย้ง
(3) หาทางออก
- ระดับบุคคล
- ระดับองค์กร
6) จุดอ่อนของความขัดแย้ง ก็คือ..
1) ความขัดแย้งทำให้เกิดความล้มเหลวในงาน / ประชาชนเสียหาย
2) ลดความขัดแย้งจะช่วยทำให้คุณภาพของงานจะดีขึ้น
7) การลดหรือบริหารความขัดแย้ง น่าจะต้องใช้ทฤษฎี 2 R’s
-
- Reality – มองความจริง
- Relevance – ตรงประเด็น
Reality หรือ การมองความจริงนั้น ต้องเน้นเรื่องสังคมไทย ค่านิยมของคนไทย+ค่านิยมองค์กรหรือวัฒนธรรมองค์กรที่เรากำลังพูดถึง
ค่านิยมในสังคมไทย..
- อิจฉาริษยา
- ไม่ค่อยจะดูตัวเอง
- ไม่อยากให้คนอื่นได้ดีกว่า
- ไม่ค้นหาตัวเอง
- มองกลุ่มตัวเองสำคัญมากกว่ามองภาพใหญ่
- จะทำอะไรลับหลัง ไม่ทำตรง ๆ
Relevance คือ เมื่อมีปัญหาแล้วต้องแก้ให้ตรงประเด็น.. ใครควรจะเป็นผู้แก้?
- ตัวเองต้องสำรวจตัวเอง
- ต้องปรับปรุงทุนทางอารมณ์
- ต้องมองประโยชน์ของส่วนรวม มีจิตสาธารณะ.. ต้องห่วงใยว่าองค์กรจะไปรอดหรือไม่?
- ต้องภูมิใจที่เป็นคนที่มีทัศนคติในด้านบวก
8. ตัวละครที่จะมาช่วย
- ผู้นำองค์กรต้องมีคุณธรรมจริยธรรม ต้องสนใจและมีความสามารถในการบริหารทุนมนุษย์
- ผู้นำต้องสร้างทีม HR ที่เก่งในการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว
- จัดกิจกรรมแบบนี้บ่อย ๆ โดยใช้ Facilitator ที่เป็นคนนอก ใช้มุมมองจาก Outside-in เป็นกลาง
- ทุกคนในองค์กร (Non-HR) ต้องช่วยด้วย
จีระ หงส์ลดารมภ์?