การส่งออก-นำเข้าของพระพุทธศาสนา
และ 3 ขาหลักอินเดีย ศรีลังกาและไทย

ชีวิตคนเรา ในปัจจุบันล้วนมีกรรมเป็นเครื่องนำทาง ไปต่างๆ นานากันก็เพราะกรรมที่ทำมานั้นแตกต่างกัน ที่แน่นอนและเห็นเป็นสัจจธรรมก็คือ ใครทำอย่างไร ก็ได้รับผลเช่นนั้น เป็นหลักแห่งความจริงของมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา และทุกศาสนา
ผมได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าแดนพุทธภูมิ ที่มีแต่ความเหลือเชื่อ เพราะวิจิตรเหลือเกิน ขัดแย้ง สุดโต่งเหลือเกิน แต่ก็อยู่ด้วยกันมานับพันปี นับว่าอินเดียเป็นดินแดนที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธในปัจจุบันเพราะเป็นแดพุทธภูมิ มีโบราณสถานที่เรียกว่าสังเวชนียสถานตั้งอยู่มากมาย แต่ที่น่าเสียดายก็คือ คนอินเดียส่วนใหญ่เลิกนับถือพุทธศาสนาแล้ว โดยนิยมที่จะไปนับถือฮินดูมากกว่า ก็คงเหตุเพราะการเสื่อมของพุทธศาสนาที่มาจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งก็มาจากตัวผู้ที่นับถือพุทธนั้นเอง ตั้งแต่กษัตริย์ พระสงฆ์และปัจจัยภายนอกศาสนา ซึ่งไม่ขอกล่าวรายละเอียด ณ ที่นี้
พุทธศาสนาเสื่อมไปแล้วในอินเดีย กลายเป็นฮินดูส่วนใหญ่ แม้พุทธจะยังไม่สูญแต่ก็แทบไม่เหลือองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นนั่นก็คือพระพุทธและพระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ส่วนพระธรรมนั้นแม้ยังคงอยู่ แต่เมื่อไม่มี(พระพุทธ) พระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ก็เลยเหมือนกับไม่มีผู้ดำเนินการจรรโลงพุทธศาสนาและผู้สนับสนุนในระดับรากฐาน
ชะรอย เป็นบุญของพุทธศาสนิกชน ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงตระหนักถึงสัจจธรรมของทุกสิ่งในธรรมชาติว่าเมื่อมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ต้องดับไป จึงทรงมองการณ์ไกลส่งออกพระพุทธศาสนาเพื่อไม่ให้สูญหายไป จากโลก
การส่งออกนี้ ทราบกันดีแล้วในเวลาต่อมาว่าทำให้พุทธศาสนาในโลกไม่สูญจริงๆ มิฉะนั้นคงไม่เป็นดังเช่นทุกวันนี้ เหมือนกับว่ารู้แล้วว่าบ้านหลังนี้จะพังแน่ในอนาคตอันใกล้ เลยส่งช่างสร้างบ้านออกไปสร้างยังที่ต่างๆ ถึง 9 สาย เกิดเป็นบ้านใหม่หลายๆ หลังในหลายดินแดน
พุทธศาสนาในหลายดินแดนนั้นเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ ต้องขอบคุณพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นอย่างยิ่งและในวันนี้ เราก็ได้เห็นความพยายามของรัฐบาลอินเดียเอง ที่จะนำพุทธศาสนาให้กลับมาโดยมีประเทศพุทธช่วยอย่างแข็งขัน สร้างวัดพุทธกันมากมาย แต่กระนั้นก็ยังถือว่าพุทธยังไม่ฟื้นเท่าใดนัก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับคนอินเดียเพราะคนไม่ได้เปลี่ยน ที่แปลงเป็นพุทธก็เป็นแต่ในนาม
ประเทศหนึ่งที่สมควรได้รับการชื่นชมและขอบคุณ ก็คือศรีลังกา เพราะเป็นประเทศที่ตั้งแต่รับพุทธศาสนาแล้วยังคงนับถือและรักษาพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่น แม้บางช่วงเกือบสูญสิ้นเพราะไม่มีพระสงฆ์เหลืออยู่เลย ก็โชคดีได้พระสงฆ์จากสยามประเทศเข้าไปฟื้นฟูจนมั่งคงมาถึงทุกวันนี้ ผมมองดูศรีลังกาแล้วก็ต้องทึ่งในความสำคัญของประเทศนี้ที่มีในด้านพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวันที่พระพุทธเจ้าทรงปรินิพพาน ก็ยังมีตำนานเล่าว่า พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าศาสนาของพระพุทธองค์จะเจริญรุ่งเรืองบนเกาะนี้ และจากนั้นก็เริ่มเป็นจริงเมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชส่งราชบุตรและราชธิดาไปเผยแพร่พุทธศาสนาที่เกาะศรีลังกา โดยได้สร้างประวัติศาสตร์สำคัญ 2 เรื่องคือการนำพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) และกิ่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นดั่งเดิมไปศรีลังกาด้วย ทำให้คนศรีลังกาศรัทธาและมั่นคงในพุทธศาสนามาตั้งแต่นั้น พุทธศาสนาในศรีลังกาเจริญจนสามารถส่งออกพระสงฆ์ไปเผยแพร่ในหลายประเทศ รวมทั้งไทยเองในสมัยพระเจ้ารามคำแหง ก็รับพุทธศาสนาเถรวาทมาจากพระสงฆ์ศรีลังกา
แต่ก็เหมือนกับจะต้องพบอุปสรรคตามธรรมชาติของทุกสิ่ง พุทธศาสนาในศรีลังกามาถึงจุดตกต่ำจนไม่มีพระสงฆ์เหลืออยู่เลย มีแต่สามเณร และจะต้องมาเกี่ยวข้องกับสยามประเทศซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งแห่งได้รับพุทธศาสนาจากอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชจนเจริญรุ่งเรืองเช่นกัน ทำให้พระสงฆ์จากสยามนำโดยพระอุบาลีมหาเถระไปฟื้นฟูพุทธศาสนาในศรีลังกาจนเป็นนิกายสยามวงศ์มาจนทุกวันนี้
ลักษณะการเจริญและเสื่อมของพุทธศาสนาและการส่งออกและนำเข้าของพุทธศาสนาระหว่างประเทศพุทธคืออินเดีย ศรีลังกาและไทย เป็น 3 ขาหลักนี้ ถือเป็นกระบวนการการสืบต่อพุทธศาสนาที่เป็นไปอย่างธรรมชาติ เหมือนกับการขยายพันธ์ของต้นโพธิ์ ที่เมื่อนกมากินเมล็ดแล้วก็ไปคายทิ้ง ก็ไปงอกเป็นต้นใหม่และโตในบริเวณใกล้เคียงหรือห่างไกลต่อไป
ทุกวันนี้จึงมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่แพร่ขยายจากอินเดียไปในประเทศพุทธทุกประเทศ เป็นสัญญลักษณ์ถึงการสืบต่อ คงอยู่และเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนา
ศรีลังกายังเป็นประเทศที่ถูกระบุว่าพระพุทธองค์เคยเสด็จหลายครั้ง เป็นประเทศที่มีการสังคายนาพระไตรปิฏกครั้งที่ 3 และมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นครั้งแรก
เป็นประเทศที่ริเริ่มให้มีธงพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก นอกจากนั้นคนศรีลังกายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเสนอให้ตั้งองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก เป็นประเทศที่ริเริ่มให้มีโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิคย์เป็นประเทศแรกและมีบทบาทในการเสนอให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติด้วย..........
ความสำคัญของศรีลังกาที่มีต่อพุทธศาสนายังมีอีกหลายประการซึ่งล้วนน่าสนใจ ซึ่งจะได้มีโอกาสมาบอกเล่ากันต่อไป
ข้อมูลประวัติพระธรรมทูตที่มาเผยแผ่ศาสนาในเมืองไทย และเรื่องราวพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการพระศาสนาอย่างใหญ่หลวงนี้ ในบ้านเราให้ความสำคัญน้อยไป
เทียบกับศรีลังกา ในตอนที่พระศาสนาจะสูญไปจากลังกา ทางลังกาได้นิมนต์พระสงฆ์จากอยุธยาไปสืบพระศาสนา ทำให้ศาสนาฟื้นขึ้นมาได้ ด้วยเหตุที่ศาสนากลับคืนมาได้เพราะมีคณะสงฆ์จากสยามไปช่วย
ต่อมาทางลังกาเห็นความสำคัญ จึงได้ตั้งนิกายขึ้นใหม่ชื่อว่าสยามนิกาย ปัจจุบันน่าจะยังมีอยู่(อยู่ทั้งชื่อคือสยามนิกาย และคณะสงฆ์)นี่ก็แสดงว่าลังกาผู้รับ ไม่ลืมผู้ให้คือสยาม
คนรุ่นหลังเลยรู้ที่มาที่ไป
นมัสการครับ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างอินเดียกับศรีลังกาก็คือ อินเดียเป็นประเทศที่คนส่วนมากนับถือฮินดู พุทธเป็นส่วนน้อย(มาก)
ในขณะที่ศรีลังกาคนส่วนมากนับถือพุทธและในศรีลังกานี้เอง นิกายที่ยังเป็นใหญ่คือนิกายสยามวงศ์ของพระอุบาลี
ความแตกต่างอีกประการหนึ่งก็คือ แม้จะมีพระธรรมทูตไทยไปอินเดียแต่ก็ไม่ปรากกว่ามีคนอินเดียบวชเป็นพระสงฆ์เพื่อสืบต่อพุทธศาสนา เช่นกรณีของพระสงฆ์ไทยกับคนศรีลังกา
ก็แสดงว่าคนอินเดียยังไม่คิดจะนำเข้าพุทธศาสนา ทั้งที่มีศรีลังกาและไทยพร้อมที่จะส่งออกหรือส่งคืนครับ