พอข่าวน้ำท่วมนิมิตใหม่ คลองสามวา แพร่กระจายออกสื่อบรรดาญาติๆ เพื่อนๆ พี่ ๆ น้องๆ ทั้งหลายก็โทร.มาหา สอบถามข่าวคราว ให้กำลังใจ ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ดึกๆก็มี

เฮงกับฮาเมื่อคราน้ำท่วมบ้านฉัน (1)

 

            ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่   เพราะตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันนี้อายุก็ใกล้เกษียณเต็มที   สถานการณ์น้ำท่วมก็เกิดขึ้นทุกปี   ทุกภาคของประเทศไทย  รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย  แต่ตัวฉันเองคลาดแคล้วตลอดมา ไม่เคยตกเป็นผู้ประสบอุทกภัยเลยสักครั้งเดียว ไม่ว่าจะอยู่ที่ชัยภูมิ  ขอนแก่น  สุรินทร์ หรือสมุทรปราการ  จนกระทั่งหลังสุดที่อพยพย้ายถิ่นมาอยู่กรุงเทพมหานครนี่แหละ 

           เมื่อต้นเดือนตุลาคม 54   พายุหลายลูกทยอยกระหน่ำภาคกลาง  เกิดฝนตกถล่มทลายต่อเนื่อง ช่วงนั้นพื้นที่กรุงเทพมหานครยังไม่มีข่าวน้ำท่วมเลย   หมู่บ้านฉันล้ำยุครีบท่วมก่อนใคร    และท่วมถ้วนทั่วแทบทุกหลังคาเรือน  ลึกบ้างตื้นบ้าง  บริเวณใดพื้นที่ต่ำน้ำก็จะเข้าไปหาถึงในบ้าน  บริเวณใดพื้นที่สูงหน่อย  น้ำก็จะมารออยู่ที่ประตูรั้ว 

          ทุกๆเช้า ฉันจะรีบออกมาสำรวจว่าน้ำยังอยู่หรือเปล่า  เรียกว่า”เกาะติดหนึบสถานการณ์น้ำ” เลยทีเดียว   เจ้าของหมู่บ้านและสำนักงานเขตคลองสามวามาดูแลเป็นอย่างดี  โดยการส่งเจ้าตัวดูดน้ำมาช่วย   พร้อมเจ้าหน้าที่กำกับดูแล  ส่งรถมาขุดดินทำคันกั้นน้ำท้ายหมู่บ้าน นำกระสอบทรายมาปิดบล็อกหมู่บ้าน  และขนทรายมาลงเตรียมพร้อมเสริมคันกั้นน้ำเพิ่ม  

           พวกเราถูกน้ำท่วมขังนานพอสมควร   แล้วน้ำก็แห้งเกือบสนิท  ….  พวกเราพอมีเวลาตั้งตัว   เตรียมใจ  เตรียมพร้อม   รับมวลน้ำใหม่ที่กำลังเคลื่อนตัวลงมา …..  

         หมู่บ้านของฉัน คาซาลีน่า 2  นิมิตใหม่20  ทรายกองดิน   คลองสามวา   กรุงเทพมหานคร   เป็นหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตคันกั้นน้ำ และเป็นพื้นที่รองรับน้ำทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร   จึงค่อนข้างแน่ชัดว่าท่วมแน่นอน  ซ้ำร้ายยังมีปัจจัยสนับสนุนก็คือ  มีลำคลองตัดผ่าน  2 ช่วง  ท้ายหมู่บ้านมีบึงขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับท้องทุ่งนา  

           กลางเดือนตุลาคม   “น้ำ”   ที่ฉันติดตามข่าวและเฝ้ารอก็มาถึง  พอข่าวน้ำท่วมนิมิตใหม่  คลองสามวา  แพร่กระจายออกสื่อบรรดาญาติๆ เพื่อนๆ พี่ ๆ  น้องๆ  ทั้งหลายก็โทร.มาหา  สอบถามข่าวคราว  ให้กำลังใจ   ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ดึกๆก็มี  โดยเฉพาะน้องสาวโทรมาถามข่าวทุกเย็นก่อนน้ำท่วม   พอน้ำท่วมแล้ว  เลิกโทรเลย (คงหายห่วง ไม่ต้องรอลุ้นว่าจะท่วมหรือไม่ท่วม) 

 

        น้ำเริ่มเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ   ฉันกลายเป็นกระต่ายตื่นตูม(ตัวแม่)  ไม่ต้องรอใครบอก ไม่ต้องรอประกาศเขตเฝ้าระวัง  เขตอพยพ หรือเขตภัยพิบัติใดๆ  ทั้งสิ้น  ฉันเก็บของ(ที่คิดว่า)มีค่าขึ้นที่สูง  แล้วฉันก็เก็บของที่ฉันกลัวว่ามันจะหาย  ไปฝากบ้านน้อง  บ้านเพื่อนรุ่นพี่  (ทั้งน้องทั้งเพื่อนก็พลอยเป็นกระต่ายเต้นตามฉันไปด้วย)  แล้วฉันก็ปิดบ้าน   จากนั้นฉันก็ท่องเที่ยวไปหลายที่  (ใครถามก็บอกว่าหนีน้ำจ้ะ)     พร้อมกับติดตามข่าวว่าแถวหมู่บ้านน้ำท่วมแค่ไหนแล้ว  เวลาผ่านไป 7 วัน  5 วันก็ให้สามีขับรถฝ่าน้ำพาเข้ามาดูบ้านเป็นระยะๆ    การขับรถในน้ำทั้งๆที่รถของเราไม่ใช่รถสะเทินน้ำสะเทินบก  และก็ไม่ใช่รถดำน้ำนั้น  ทำให้แผ่นป้ายทะเบียนถูกกระแสน้ำซัดหลุดพัดหายไปไหนก็ไม่รู้   เก็บได้คืนมาแผ่นเดียว  อีกแผ่นหายไปกับสายน้ำ  ยังหาไม่เจอเลย  … ไม่รู้อยู่ที่ไหน … คิดถึงนะเนี่ย …  อุตส่าห์ไปตามหาที่ สน.มีน ก็ไม่เจอ  แวะดูตามที่แยกที่มีคนเก็บมากองรวมกันไว้ก็ไม่เจอ  … คงต้องไปทำใหม่ที่ขนส่งฯ แน่เลย

               เมื่อเข้ามาดูบ้าน   ผลปรากฏว่าถนนในหมู่บ้านกลายเป็นคลองอเนกประสงค์ไปเรียบร้อยแล้ว  ใครใคร่เดินก็เดิน   ใครใคร่พายเรือก็พายได้   หรือใครใคร่ขับรถก็ตามสบาย แต่ต้องคอยลุ้นไม่ให้เครื่องดับ   และหลีกเลี่ยงไม่ให้เหยียบหัวปลาและกุ้งฝอย    

อนาคตรถครึ่งบกครึ่งน้ำน่าจะขายดีเพราะสะดวกกว่าเรือ   ที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินไปเรียนขับเรืออีก    แต่เพื่อนบ้านฉันเก่งๆ ทั้งนั้น  บางคนซื้อมาปุ๊บนำมาใช้จริงทันทีเลย   ผลคือเรือวนอยู่แค่หน้าบ้านไม่ยอมไปไหน 

ถ่อแพล่องแก่งไม่ต้องไปไกล  คลองหน้าบ้านนี่แหละ  บางคนก็นั่งเรือยางเกาะท้ายรถน่ารักดี   ที่น่าชื่นชมคือหมู่บ้านฉันยังไม่มีข่าวว่าใครขับเรือไปชนกับรถเลย ….

 

 

อัมพร  ทานประสิทธิ์

27  พฤศจิกายน   2554