ข้อที่13 ทรงฝันว่าศิลาแท่งทึบขนาดเรือนลอยน้ำได้เหมือนเรือ......
พุทธทำนายความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล
โสภณ เปียสนิท
..............................................

“ลุงเล่าต่ออีกหน่อย ยังเหลืออีกหลายข้อ” ผมเห็นว่าความหนาวเย็นมากขึ้น เด็กๆ เข้าบ้านอาบน้ำอาบท่าแล้วอ่านหนังสือร่วมกันตรงกลางบ้านด้วยหลอดนีออนดวงเดียวกัน “ข้อที่ 12. ทรงฝันเห็นกะโหลกน้ำเต้าจมน้ำ” ผมนั่งนิ่งฟังคำของลุงแล้วไม่ค่อยจะเข้าใจ เครื่องหมายคำถามอาจปรากฏบนใบหน้าของผมเอง จนลุงรีบอธิบายโดยาไม่ต้องถาม “กะโหลกน้ำเต้า คือลูกน้ำเต้า เวลาที่เรานำเอาเนื้อข้างในออก ส่วนเปลือกข้างนอกที่เหลือจะแข็ง มีน้ำหนักเบา โยนลงน้ำแล้วจะลอยน้ำเสมอ” “แล้วเหตุใดมันจึงจมครับ”

ลุงนิ่งคิดนิดหน่อย “ก็ต้องไปถามพระเจ้าปเสนทิโกศลซิ” ลุงพูดแล้วทำหน้าตาเฉย “อ้าว...อย่างไรกันลุง” ผมพาซื่อถามพร้อมทำหน้างง “สมเด็จพระประทีปแก้วทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปคำพูดของคนที่ไม่ควรจะได้รับความเชื่อถือ กลับจะได้รับความเชื่อถือ” เอ ฟังดูแล้วจะเข้าเค้ากับปัจจุบันสมัย เหมือนดั่งลอกเหตุการณ์มาเลยทีเดียว “คำของคนที่ควรเชื่อ กลับไม่เชื่ออย่างนั้นด้วยใช่ไหมครับ ในทางกลับกัน” ลุงพยักหน้า “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น” ความคิดวิ่งวุ่นไปถึงสภาพบ้านเมืองทั้งปัจจุบันและอนาคตว่าเรา “ชาวโลก” กำลังเผชิญปัญหานี้ และจะอยู่กันอย่างไรในอนาคต หากปัญหาลุกลามไม่หยุดหย่อน
“คราวนี้มาถึงข้อที่ 13 แล้วครับลุง” เร่งถาม เพราะรู้ว่าความมืด ความง่วง ความหนาวกำลังไล่ล่าฝูงส่ำสัตว์โลกให้ก้าวเข้าสู่นิทรารมณ์ในไม่ช้า แต่ลุงกลับยิ้มนิ่งๆ เย็นๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจต่อสภาพการณ์รอบข้าง แล้วเล่าต่อเบาๆ “ข้อที่ 13.ทรงฝันว่าศิลาแท่งทึบขนาดเรือนลอยน้ำได้เหมือนเรือ” “ข้อนี้ก็แปลกเหมือนกันนะครับ เรือนเหล็กลอยน้ำ ไม่น่าจะเป็นไปได้” ผมกล่าวลอยๆ ตามความรู้สึก “เหล็กที่เขานำมาต่อเป็นเรือลำใหญ่ละกระมังลุง” “ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นเหล็กแท่งทึบคือตัน ไม่ใช่เหล็กโปร่ง” “ผมยอมรับว่า ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามีนัยอันลึกซึ้งอย่างไร” “พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า ถ้อยคำของคนที่ควรได้รับการเชื่อถือ ซึ่งหนักแน่น มีน้ำหนักเปรียบประดุจแท่งศิลา กลับไม่ได้รับความเชื่อถือจากคนในสังคม” ลุงเว้นระยะการสนทนาด้วยการเรียกให้หลานตักน้ำให้ดื่ม ผมคิดว่า ขณะปัจจุบันนี้ก็เป็นอย่างนี้อยู่ มิใช่หรือ
ลุงรับขันน้ำจากหลานตัวเล็กมาถือไว้ ก่อนหันมามองผมเป็นเชิงคำถาม “ขอบคุณครับ” ผมขอบคุณเป็นเชิงปฏิเสธ ลุงดื่มน้ำช้าๆ เหมือนกำลังใช้ความคิด พอวางขันลงบนเตียงที่เรานั่งคุยกัน ลุงกล่าวต่อเอง “ข้อที่ 14. พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงฝันเห็นฝูงเขียดตัวเล็กวิ่งไล่กวดงูเห่าตัวใหญ่ และกัดเนื้องูเห่าขาดเหมือนกัดก้านบัว แล้วกลืนกินเข้าไป” คราวนี้เล่นเอาผมงุนงงเกินกว่าจะเข้าใจ “ฝูงเขียดไล่กัดงูเห่า”
ในหลายเรื่องราวปัจจุบันนี้...เป็นเหมือนคำทำนาย..นะคะ
สิ่งที่ทำนายไว้ คงไม่มีผิดเพี้ยนหรอกมังคะ น่าจะเป็นจริง
สวัสดีครับ...
ชวนติดตามอีกแล้วครับ
ความฝันที่อาจจะเป็นจริงนะครับ
There are reports of snakes eaten by frogs and toads.
Search the Net with "frog eat snake" to see some ;-)
ตื่นเต้น ติดตาม ค้นหา ฉงน น่าสนใจ อุปมาอุปไมย หลายความรู้สึกครับ
แสดงว่าคำทำนายนั้นแม่น
และจะถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ตามเวลาที่่ล่วงเลยไป
มาชม
ตอนพักเที่ยงก่อนหาข้าวเที่ยงทาน ได้มาริ้มชิมรสอาหารสมองก่อนนะครับนี่
เล่าต่อไปนะ...สนุก ๆ ...อิ อิ อิ
เรียนคุณ
ครับ
ทุกอย่างคงเป็นไปตามที่ฝัน
เพราะหลายอย่างก็เป็นไปแล้ว
หลายคนก็หลงเชื่อในคำพูดไม่น่าเชื่อถือ
ที่น่าเชื่อถือกลับไม่...
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำทำนายนะค่ะ
Thanks for the new. I at the moment, never think that even has been happened.
ใครหนอ นำพุทธทำนายมาบันทึกไว้ น่าอ่านซะ...
เอ...อยู่ไหนหว่า...