น้ำที่ได้จะใสสะอาด ไร้กลิ่น และมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานการสากลสำหรับการดื่มกิน

ข้อมูลการผลิตเครื่องกรองน้ำ “น้ำใจปีบทอง”

(คิดค้น ออกแบบ ทดลอง โดย รศ.ดร. ทวิช จิตรสมบูรณ์ และ ผศ. ดร. สุรีลักษณ์ รอดทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา)

 (ขออภัยที่เอาแบบที่เป็นไฟล์ .tif ขึ้นแสดงไม่ติด ...ระบบปฏิเสธ)

1)      โครงสร้างโดยรวมดังรูปทางซ้าย  (หน่วยตัวเลขเป็น ซม.)  ขนาดท่อคือ 1-2-3-4 นิ้ว แล้วแต่ความต้องการ โดยที่ขนาด ๒ นิ้วจะผลิตน้ำต่อเนื่องได้ประมาณ 15 ลิตรต่อวัน ส่วนขนาดอื่นก็สามารถเทียบบัญญัติไตรยางค์เอาได้ เช่น ขนาด 4 นิ้วจะได้ประมาณ 60 ลิตรต่อวัน (ไม่ใช่ 30 ลิตร เพราะพื้นที่หน้าตัดต้องมีการยกกำลังสอง)

2)      การต่อท่อเข้าด้วยกันให้ขอให้ทางร้านขายท่อตัดท่อให้ หรือ ตัดเองด้วยเลื่อยมือตัดเหล็กก็ได้ การต่อเชื่อมให้ทากาวประสาน และขันหมุนให้แน่น เพื่อกันการรั่วซึม ทิ้งไว้สักอย่างน้อย 3 ชม. ก่อนเริ่มปฏิบัติการ

 

3)      นำทรายดิบมาใส่ภาชนะ แล้วล้างด้วยน้ำประปาหรือน้ำค่อนข้างสะอาดสัก 5-6 ครั้ง โดยการเติมน้ำลงไปแล้วเอามือคนคลุกให้ดีทิ้งไว้สัก 5 วินาที แล้วรินตะกอนออกให้หมด น้ำแรกๆ อาจมีฟองมาก  กรวดก็ทำเช่นเดียวกัน ทำจนกระทั่งน้ำล้างที่เททิ้งเริ่มใส  (ถ้าขาดแคลนน้ำอยู่แล้วก็ใช้น้ำให้น้อยและล้างสัก 3 น้ำก็พอ)

 

4)      เอาทรายและกรวดไปต้ม พอน้ำเริ่มเดือดแล้วให้ต้มต่อสัก 30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อ  จากนั้นนำมากรอกลงในท่อตัวยู โดยกรอกทางท่อสูงก่อน การกรอกให้ใช้แก้วขนาดที่ปากเล็กกว่าท่อเล็กน้อยตักทรายมาเทลงท่อจะทำให้ง่ายและเร็วกว่าการใช้มือกรอก กรอกลงไปจนทรายมีระดับเท่ากับประมาณปากท่อด้านต่ำ (ใช้ไม้สะอาดเสียบวัดเป็นระยะ) จากนั้นกรอกทรายเข้าท่อด้านต่ำ วัดระยะ กะว่าทรายจะถึงปากท่อประมาณ 30 ซม. ก็ให้ตวงถ่านกัมมันต์ ประมาณ 1 แก้วน้ำ (250 ซีซี)  (ถ้าไม่มีให้ใช้ถ่านบ้านตำป่น พอทดแทนกันได้ ถ่านกัมมันต์และคลอรีนสามารถหาซื้อได้ตามร้านกรองน้ำทั่วไป) ตามด้วยทรายอีก 1 แก้ว และ หินอีก 1 แก้ว (ถ้าไม่มีหินให้ใช้ผ้าเนื้อละเอียดที่สะอาดยัดลงไปให้แน่น โดยให้มีชั้นผ้าหนาประมาณ 5-10 ซม. ...การใช้ผ้าจะดีกว่าการใช้หินอีกด้วย หน้าที่คือเป็นตัวกรองไม่ให้ทรายละเอียดและผงถ่านลอยขึ้นไปปนกับน้ำสะอาด)

 

5)      การเตรียมน้ำดิบ...น้ำดิบอาจเป็นน้ำประปาธรรมดา  หรือนำประปาที่ปนเปื้อนน้ำท่วม  หรือ น้ำดิบที่ท่วมเข้ามา หรือ น้ำบ่อก็ได้ ควรเป็นน้ำที่ไม่กระด้าง (เพราะเครื่องนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้กรองความกระด้าง ถ้าต้องการกรองน้ำกระด้างให้เติมเรซิน ติดกับผงถ่าน  ..เรซิน ซื้อได้จากร้านกรองน้ำ)  น้ำผิวดินส่วนใหญ่ที่ท่วมนี้จะไม่กระด้างนักอยู่แล้ว ...ถ้ามีคลอรีนให้เติมคลอรีนลงในน้ำดิบประมาณ 50 ในล้านส่วนโดยน้ำหนัก (50 ppm) การประมาณการอย่างง่ายๆสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่มีเครื่องวัดละเอียด คือ น้ำดิบ 6 ลิตร (ขวดน้ำพลาสติกขนาดใหญ่) ให้ใส่เม็ดคลอรีนสัก 10 เม็ด หรือ ประมาณหยิบติดปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งเท่านั้นเอง หรือ ประมาณ 1/16  ช้อนกาแฟ  คลอรีนจะฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้หมดหรือเกือบหมด ส่วนสารส้มนั้นไม่จำเป็นต้องแกว่ง เพราะเครื่องจะกรองตะกอนได้หมด (การแกว่งสารส้มจะทำให้น้ำยิ่งสะอาดทางด้านกายภาพ แต่ในเชิงเคมีไม่อาจรับรองได้ว่าเครื่องกรองนี้จะกรองสารส้มที่ปนเปื้อนออกได้หมด  ..หากไม่มีคลอรีนและหรือสารส้มก็สามารถเติมน้ำดิบเปล่าๆ เข้าเครื่องได้เลย เพราะเครื่องนี้จะกรองจุลินทรีย์ได้ประมาณ 99% อยู่แล้ว  

 

6)      การเติมน้ำดิบให้เติมเข้าทางท่อด้านสูง โดยเติมลงไปในช่องว่างด้านบนที่ไม่มีทราย ในการเติมครั้งแรกๆน้ำจะพร่องท่อค่อนข้างเร็ว ก็ให้เติมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มมีน้ำหยดออกมาทางปากท่อด้านล่าง (ซึ่งควรทำการบากปากท่อเป็นรูปตัววี แล้วเอาพลาสติกหรือ กระดาษฟอยล์ ไปห่อรัดไว้ด้วยยางเส้นให้แน่น แล้วห่อทำเป็นร่องรับน้ำให้หยดลงปากขวดที่ผูกไว้ได้ ...เหมือนกับการรองน้ำยางพาราจากต้นยาง)  คุณภาพน้ำในขวดแรกๆ จะไม่ดีนัก เพราะยังเป็นน้ำเก่าที่ค้างท่อ  ควรเอามาเทกลับลงไปที่ปากท่อด้านสูง จนกระทั้งได้น้ำที่ใสสะอาด ซึ่งควรจะเป็นประมาณขวดที่ 5 จึงเริ่มใช้การได้

 

7)      น้ำที่ได้จะใสสะอาด ไร้กลิ่น และมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานการสากลสำหรับการดื่มกิน  ในกรณีที่ใช้คลอรีนจะมีความสะอาดหมดจดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งกลิ่นคลอรีนก็จะถูกกรองออกหมดด้วย

 

8)      เครื่องนี้ควรตั้งไว้ในแนวดิ่งโดยการผูกรัดไว้กับเสา หรือห้อยไว้กับขื่อ คาน  หรือตะปูที่ตอกไว้กับข้างฝา การเติมน้ำอาจใช้วิธี เอาขวดขนาดใหญ่ (เช่น 1.5 ลิตร หรือ 6 ลิตร) เปิดก้น คว่ำลง เจาะรูที่ฝาขวดด้านล่าง (เอาตะปูเล็กตอกให้เป็นรูเข็ม) เติมน้ำดิบที่กรองด้วยผ้าขาวบาง (มิฉะนั้นรูเข็มจะอุดตันด้วยผง)  แล้วเอาไปห้อยคว่ำไว้ที่ปากท่อด้านบน ปล่อยให้น้ำหยดลงในปากท่อ ต้องทดลองการเจาะรูให้น้ำที่หยดเข้าพอดีหรือน้อยกว่าน้ำที่หยดออกเล็กน้อย  หรือ อาจมากกว่าเล็กน้อยก็ได้ การทำเช่นนี้ จะทำให้ลดภาระในการต้องมาเติมน้ำบ่อยๆ   ส่วนทางออกก็เช่นกัน อาจใช้กรวยไปรองน้ำหยด  ต่อสายยางเอาเข้ามาลงขวดน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้กับพื้น  (ขวดขนาดใหญ่จะผูกกับเสาท่อไม่ไหว) จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาถ่ายน้ำสะอาดออกบ่อยๆ (เช่นในขณะนอนหลับ)