เมื่อปี 2541 ผมมาอยู่บ้านตากได้ 1 ปี จากการตรวจผู้ป่วย จากการออกเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องการการฟื้นฟูสุขภาพด้วย และจากการให้บริการแบบผสมผสานของโรงพยาบาลจะพูดถึงกิจกรรมสำคัญ 4 ประการคือส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู แต่ปรากฎว่าอย่างหลังนี่ได้รับการพูดถึงแลพสนับสนุนน้อยมากทั้งที่เป็น 1 ใน 4 สำคัญ เห็นได้จากในโรงพยาบาลชุมชนมีนักกายภาพบำบัดและเจ้าพนักงานเวชกรรมฟื้นฟูน้อยมาก เมื่อ 7 ปีก่อนโรงพยาบาลบ้านตากเพิ่งยกฐานะเป็น 30 เตียงได้ 2 ปี มีหอผู้ป่วยเพิ่มมา 1 หลัง มีอาคารโอพีดีอีก 1 หลัง แต่บริการอื่นๆเท่าเดิม ไม่มีงานเวชกรรมฟื้นฟูหรือกายภาพบำบัด ในขณะที่เรามีปัญหาของชุมชนอยู่ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดบริการนี้ขึ้น ขณะที่ผมตรวจคนไข้ในหลายๆโรคก็ใช้แต่ยา ซึ่งเราก็รู้ว่าแค่ยาหลายโรคก็ได้แค่ทุเลาชั่วคราว บางโรคอาจไม่ต้องใช้ยาแต่ใช้วิธีทางกายภาพบำบัดได้ ตอนนั้งก็ได้คัดเลือกพี่อ้อยหรือคุณเรณู(พยาบาลวิชาชีพ)ที่สนใจงานด้านนี้ก็ส่งไปอบรมหลักสูตร 3 เดือน กลับมาเราก็เปิดบริการเวชกรรมฟื้นฟูขึ้น เครื่องมือก็ได้จากการหาบริจาคมาจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มาก ไม่ครบแต่นี่คือจุดเริ่มต้น ดังนั้นต้นกำเนิดของบริการกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลบ้านตากก็คือความตั้งใจจริงของคุณเรณู พอทำไปได้ประมาณ 6 เดือน เราก็ได้รับการติดต่อจากน้องนักกายภาพที่เพิ่งจบจาก มช.ว่าต้องการทำงานใกล้บ้าน ผมดีใจมากที่เราจะได้ทำมากขึ้นกว่าเดิมอีก ก็ได้น้องนักกายภาพคือน้องไอ(ประภารัตน์)มาทำงานแต่ไม่ได้บรรจุ ไม่ได้ตำแหน่ง ต้องเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้ ได้เงินเดือน 4,100 บาทและผมได้ไปขอบริจาคจากชุมชนมาตั้งเป็นกองทุนและสมทบเป็นค่าจ้างจนเงินเดือนเท่ากับอัตราขั้นต่ำของปริญญาตรีและก็พยายามที่จะขออัตรากำลังบรรจุเป็นข้าราชการจนถึงเมื่อ4 เดือนก่อนน้องไอก็ขอลาออกไปทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดลเพราะรอมา 6 ปีแล้วก็ยังไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการแม้เจะขึ้นเงินเดือนให้ทุกปีก็ยังไม่ได้สิทธิอื่นๆด้วยก็เป็นที่น่าเสียดายของชาวโรงพยาบาลบ้านตากมาก เมื่อเดือนที่แล้วก็ได้รับน้องนักกายภาพใหม่เข้ามาและยังโชคดีที่หลังจากน้องไอมาทำงานไม่ถึงปี โรงพยาบาลบ้านตากก็ได้รับจัดสรรเจ้าพนักงานเวชกรรมฟื้นฟูมาช่วย ประกอบกับโรงพยาบาลขยายเป็นขนาด 60 เตียงด้วยเงินบริจาคที่เรียกว่าขยายขนาดแบบพึ่งพาตนเอง(เพราะไม่ได้งบประมาณสนับสนุน)แต่ผมว่าน่าจะเป็นยกฐานะแบบพึ่งพาชาวบ้านดูจะเหมาะกว่า เราขาดพยาบาลเพราะอัตรากำลังมีน้อยกว่ากรอบ 30 เตียงอีก พี่อ้อยเลยต้องเสียสละมาช่วยงานในหอผู้ป่วยจนถึงปัจจุบัน ณ วันนี้งานเวชกรรมฟื้นฟูของโรงพยาบาลบ้านตากก็มีนักกายภาพบำบัด 1 คน เจ้าพนักงานเวชกรรมฟื้นฟู 1 คน มีเครื่องมือทางกายภาพบำบัดครบครันทั้งจากเงินบริจาค เงินบำรุงและบางส่วนจากเงินงบประมาณ มีผู้ป่วยรับบริการจากการนัดตรงและการปรึกษาจากจุดต่างๆมากกว่า 50 รายต่อวันทั้งผู้ป่วยในและนอก มีการออกชุมชนเพื่อไปให้บริการในชุมชนในลักษณะของทีมHome Health Care ทุกสัปดาห์ มีส่วนร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย ในโรคหลายๆโรคที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาได้อย่างดีมากเช่นกระดูกเสื่อมทับเส้นประสาททั้งที่คอและเอว ก็สามารถทำการดึงคอดึงหลังช่วยได้ ผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบหรือมีเสมะมากก็ช่วยในการเคาะปอด ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตก็ช่วยฝึกเดิน ฝึกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อก็มีทั้งประคบร้อนเย็น มีการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ การใช้คลื่นความร้อนช่วงสั้น การฝึกการหายใจในผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง และอีกหลายๆโรค ซึ่งตอนนี้แม้จะมีถึง 2 คน ก็เกือบจะไม่เพียงพอต่อการให้บริการ มีการจัดบริการสำหรับผู้ปกติโดยการตรวจสมรรถภาพทางร่างกายและคลินิกออกกำลังกายด้วย ในกรณีที่มีผู้มาตรวจร่างกายประจำปีเราก็จะจัดบริการตรวจความฟิต ความจุปอด การใช้ออกซิเจน ความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อมาช่วยด้วย ตลอด 7 ปีของการบริการเวชกรรมฟื้นฟูของโรงพยาบาลบ้านตากที่ต้องพยายามจัดหาบริการภายใต้ความจำกัดด้านต่างๆ มาถึง ณ วันนี้แม้จะบริการได้มากขึ้น เราก็พบว่ายังคงไม่ครอบคลุมในด้านของการฟื้นฟูทางกิจกรรมบำบัดสำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการ ซึ่งเราได้ให้พยาบาลวิชาชีพปริญญาโทด้านกุมารเวชกรรมช่วยดูแลอยู่ ด้วยการที่ไม่สามารถบรรจุเป็นข้าราชการได้แรงดึงดูดให้คนอยากเข้ามาทำงานด้านนี้จึงน้อย ก็ฝากว่าหากนักกายภาพบำบัดหรือนักกิจกรรมบำบัดท่านใดที่กำลังหางานทำและอยากได้ประสบการร์ที่มีค่า ประสบการณ์ในการช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ห่างไกลหรือด้อยโอกาสมาร่วมทำงานกับเราที่งานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลบ้านตาก เราก็ยินดีต้อนรับครับ เรารับได้อีกประมาณ 2 คนโดยเป็นลูกจ้างชั่วคราวตำแหน่งนักกายภาพบำบัดตามวุฒิโดยเงินเดือนก็จะสูงกว่าเงินเดือนขั้นต่ำของปริญญาตรีพอประมาณครับ
กายภาพบำบัด : งานสำคัญ(ที่ถูกลืม)ในโรงพยาบาลบาลชุมชน
ไม่มีงานเวชกรรมฟื้นฟูหรือกายภาพบำบัด ในขณะที่เรามีปัญหาของชุมชนอยู่ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดบริการนี้ขึ้น ขณะที่ผมตรวจคนไข้ในหลายๆโรคก็ใช้แต่ยา ซึ่งเราก็รู้ว่าแค่ยาหลายโรคก็ได้แค่ทุเลาชั่วคราว บางโรคอาจไม่ต้องใช้ยาแต่ใช้วิธีทางกายภาพบำบัดได้
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดร. ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ · 29 ก.ย. 2548
Anonymous Anonymous · 29 ก.ย. 2548
ผศ.ทพ.ดร. ณัฐวุธ แก้วสุทธา · 29 ก.ย. 2548
รองศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ นพรัก · 29 ก.ย. 2548
สำนักงาน คุมประพฤติชุมพร · 29 ก.ย. 2548
เรียน ท่าน ผอ.พิเชษฐ์ เป็นข้อความที่กระตุ้นดีครับ ผมอยากให้สมาคม หรือ ชมรม นักกายภาพบำบัด ช่วยรณรงค์ให้ออกไปช่วยในโรงพยาบาลชุมชนกันมากๆครับ
JJ
น่าทดลอง ส่งลูกจ้าง รพ.ที่มีหน่วยก้าน เรียน นวดแพทย์แผนไทย กับ สถาบันการแพทยืแผนไทย ก.สธ.
เคยมีแพทย์ จาก หาดใหญ่ ไปเรียน หลักสูตร 1 เดือน ดีมากเลยครับ หมอนวด หลักสุตรนี้ ต้องสามารถแนะนำสอน ผป. ให้กายบริหารรักษา ตนเอง ด้วยท่าฤาษีดัดตน
แนวคิดการนวดแล้วสอนกายบริหารผป. ไม่มีในโรงเรียน สอนหมอนวด ทั่วไป
ฝึกคนในชุมชนบ้านตาก ให้เป็นหมอนวด นักกายภาพบำบัดแบบภูมิปัญญาไทย โอกาสเก่ง แล้วย้าย มีน้อย
การนวด หรือ กายภาพบำบัด หากไม่ยึดกุมหลักการ นวดเพื่อสอนให้เขาพึ่งตนเอง รับรองได้ว่า รพ.แตกครับ เพราะสันดานคนธรรมดา ก็อยากสบาย ไม่เหนื่อย ยิ่งนวดฟรี ค่านวดรักษาเบิกได้ รับรองครับ คุณหมอจ่ายเงินเดือนลูกน้อง ไม่สมดุลกับงานที่เหนื่อย ก็ลาออกได้ครับ
นวด สื่อ ภูมิปัญญาไทย กายภาพบำบัด สื่ออุปกรณ์บำบัด ลงทุนมากขึ้นกว่า มือเปล่า
ที่จริงแล้ว มีทั้ง 2 ส่วน ก็ดีครับ ระวัง การขัดแย้ง หน่อย
ที่หาดใหญ่ มี จนท กายภาพบำบัด เรียน นวดไทยเพิ่ม ปรากฎ ว่า มีฝีมือ เยี่ยมยอดกว่าเดิม เป็นแชมป์ ที่ จนท รพ.ด้วยกันยอมรับ จึงไม่ควรหมิ่น ดูเบา หมอนวดไทย
ก่อนอื่นในฐานะที่เป็นนักกายภาพบำบัด อยากเรียนให้คุณวีรพัฒน์ ทราบก่อนว่างานกายภาพบำบัดไม่ใช่งานนวด การนวดเป็นเพียงเทคนิคหนึ่งในการรักษาทางกายภาพบำบัดเท่านั้น ซึ่งแต่ละวิชาชีพมีแนวทางในการปฎิบัติไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายในงานนั้นคืออะไร ดังนั้นแพทย์แผนไทยกับนักกายภาพบำบัดทั้ง 2 ตำแหน่งจึงมีลักษณะงานที่ไม่เหมือนกัน ไม่สามารถทดแทนกันได้ เพราะทั้ง 2 เป็น วิชาชีพ ไม่ได้อาศัยครูพักลักจำ ดังนั้นอยากให้ท่านได้เข้าใจในคำว่าวิชาชีพด้วยค่ะ โครบางอย่างไม่อาจสามารถรักษาได้ด้วยการนวดเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือเข้าประกอบด้วย เช่น ผู้ป่วย HNP หรือ stenosis ไม่สามารถรักษาโดยใช้มือเปล่าได้ ถึงแม้ว่าได้ก็มีประสิทธิภาพได้ไม่เท่ากับการที่ใช้เครื่องมือประกอบด้วย จึงต้องดูว่าจริงๆแล้ว เราต้องการอะไร?
ขอบคุณค่ะ
กายภาพบำบัดในชุมชนยังไม่มีใครให้ความสำคัญเท่าที่ควร รวมทั้งค่าตอบแทนที่ให้อย่างไม่เป็นธรรมในบางที่ เช่น ค่าจ้างน้อยกว่าวิชชาชีพอื่นในโรงพยาบาล และเมื่อมีการขึ้นค่าจ้างแก่นักเรียนทุนสาธารณสุข กายภาพบำบัดไม่ได้ขึ้น เพราะไม่ได้เป็นนักเรียนทุน แต่ต้องเสียเงินเรียนเองในมหาวิทยาลัย แถมยังสอบเข้ายาก จบมาก็ไม่เท่าเทียม
ที่โรงพยาบาลบ้านตาก เราทำให้เห็นผลงานก่อนแล้วการสนับสนุนถึงจะตามมา ในทำนองเดียวกันการจะทำให้คนเห็นความสำคัญเราต้องทำผลงานให้เข้าตาก่อน เป็นการสร้างคุณค่าให้คนอื่นเห็น ตอนที่ผมจัดให้มีงานกายภาพบำบัดช่งแรก2-3ปี ก็ยังไม่ค่อยมีใครเห็นประโยชน์ แต่พอนักกายภาพมาอยู่แล้วสร้างผลงานบริการจนเป็นที่ยอมรับ ตอนนี้คนในโรงพยาบาลเห็นความสำคัญมากขึ้นถือว่าเป็นวิชาชีพที่ขาดไม่ได้ โชคดีที่ตอนนี้เราได้นักกายภาพบำบัดมาเพิ่มแล้วทำให้งานต่างๆเป็นไปโดยความราบรื่น โดยให้เงวินเดือนประมาณ 1.3-1.5 เท่าของข้าราชการ และปรับตามผลงานและความสามารถทุกปี ช่วงนี้เราก็รับสมัครนักกายภาพบำบัดเพิ่มอีก 1 ตำแหน่งและนักกิจกรรมบำบัดอีก 1 ตำแหน่ง รวมทั้งนักจิตวิทยาคลินิกอีก 1 ตำแหน่ง หากใครมีคนรู้จักที่กำลังหางานทำก็ฝากช่วยบอกต่อกันด้วยนะครับ เนื่องจากเราได้เปิดบริการฟื้นฟูสุขภาพเด็กพัฒนาการช้าและพิการในชุมชน ที่เป็นภาระแก่ครอบครัว หากเราทำให้เด็กเหล่านี้ช่วยตัวเองได้ ในวันข้างหน้าภาระครอบครัวของเขาก็ลดลงและประเทศชาติก็จะได้ประโยชน์ แม้โรงพยาบาลจะเป็นหนี้ก็ตาม
อยากจะชี้แจงถึงคุณ"กิก เมื่อ ศ. 14 ต.ค. 2548 @ 14:24 (3670)" น่ะค่ะ
คือในฐานะที่ดิฉันก็เป็นนักกายภาพบำบัดคนหนึ่ง ตามที่คุณพูดมาก็มีส่วนถูกน่ะค่ะ ตอนที่คุณบอกว่าสอบเข้ายาก ในกรณีถือว่าจริงค่ะ แต่อยากจะแก้ตรงที่ค่าตอบแทนหรือค่าจ้างนะค่ะ ในกรณีนี้ นักกายภาพบำบัดก็ถือเป็นวิชาชีพหนึ่งที่ได้ค่าตอบแทนสูงทีเดียว และเมื่อ นศ. กายภาพบำบัดจบออกมาแล้ว ก็มีความเท่าเทียมกันน่ะค่ะ เทียบเท่ากับบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาอาชีพน่ะคะ นักกายภาพบำบัด"ไม่ใช่แค่" หมอนวด เรามีอะไรที่ดีกว่านั้นมากค่ะ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ การนวด กับ กายภาพบำบัด ก่อนนะครับ
1.การนวด ใช้สำหรับผ่อนคลาย+ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ใช้ได้กับกล้ามเนื้อที่ตึงตัว+ไม่อักเสบ
ผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มกระดูกและกล้ามเนื้อ(ที่ไม่มีอาการอักเสบ)
2. กายภาพบำบัด การรักษาด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัด+การออกกำลังกาย+หัตถบำบัด+ฯลฯ (อยากรู้มากกว่านี้ก็หาอ่านเอาเองนะครับ)
กลุ่มผู้ป่วยทางกายภาพบำบัดแบ่งได้ 4 กลุ่มคร่าวดังนี้
1 ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
2.ระบบประสาท
3.ระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
4.เด็กและผู้สูงอายุ
(อยากรู้ว่ามีอะไรหาอ่านเอาเองนะครับ)
ดังนั้นกายภาพบำบัด จึงมีทั้ง การส่งเสริม+ป้องกัน+รักษา +ฟื้นฟู
***ดังนั้นเมื่อท่านทราบว่าทั้ง2งานเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ท่านก็จะรู้ว่าผู้ป่วยของท่านต้องการอะไร
ปล.ถ้าท่านเลือกได้ถูกต้อง ท่านก็จะลดต้นทุนของร.พ.(ยา+เวชภัณท์+ฯลฯ)
กายภาพบำบัดงานสำคัญในโรงพยาบาลชุมชน
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ การนวด กับ กายภาพบำบัด ก่อนนะคะ
1.การนวด ใช้สำหรับผ่อนคลาย+ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ใช้ได้กับกล้ามเนื้อที่ตึงตัว+ไม่อักเสบ
ผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มกระดูกและกล้ามเนื้อ(ที่ไม่มีอาการอักเสบ)
2. กายภาพบำบัด การรักษาด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัด+การออกกำลังกาย+หัตถบำบัด+ฯลฯ
กลุ่มผู้ป่วยทางกายภาพบำบัดแบ่งได้ 4 กลุ่มคร่าวดังนี้
1 ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
2.ระบบประสาท
3.ระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
4.เด็กและผู้สูงอายุ
ดังนั้นกายภาพบำบัด จึงมีทั้ง การส่งเสริม+ป้องกัน+รักษา +ฟื้นฟู
***ดังนั้นเมื่อท่านทราบว่าทั้ง2งานเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ท่านก็จะรู้ว่าผู้ป่วยของท่านต้องการอะไร
ปล.ถ้าท่านเลือกได้ถูกต้อง ท่านก็จะลดต้นทุนของร.พ.(ยา+เวชภัณท์+ฯลฯ)
กายภาพบำบัดในชุมชนยังไม่มีใครให้ความสำคัญเท่าที่ควร รวมทั้งค่าตอบแทนที่ให้อย่างไม่เป็นธรรมในบางที่ เช่น ค่าจ้างน้อยกว่าวิชชาชีพอื่นในโรงพยาบาล และเมื่อมีการขึ้นค่าจ้างแก่นักเรียนทุนสาธารณสุข กายภาพบำบัดไม่ได้ขึ้น เพราะไม่ได้เป็นนักเรียนทุน แต่ต้องเสียเงินเรียนเองในมหาวิทยาลัย แถมยังสอบเข้ายาก จบมาก็ไม่เท่าเทียม
ด้านการรักษา1.1 ให้บริการกายภาพบำบัดด้วยวิธีทาง Manual1.1.1 การตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัด (PT Assessment)1.1.2 การฝึกการเคลื่อนย้าย( Ambulation training)1.1.3 การฝึกผู้ป่วยที่ถูกตัดแขนหรือขา(Amputation training)1.1.4 การออกกำลังแบบมีผู้ทำให้ ( Passive movement)1.1.5 การยืดกล้ามเนื้อ ( Passive stretching)1.1.6 การจัดท่า(Positioning)1.1.7 การฝึกท่าทาง( Postural training)1.1.8 การออกกำลังกายแบบคงไว้ซึ่งองศาการเคลื่อนไหว(ROM exercise)1.1.9 การออกกำลังเพื่อเพิ่มพลังกล้ามเนื้อ(Strengthening Exs. )1.1.10 โปรแกรมการให้คำแนะนำไปปฏิบัติตัวเองที่บ้าน( Home /ward program) 1.1.11 การฝึกกิจวัตรประจำวัน(ADL)1.1.12 การฝึกความสมดุล(Balance training)1.1.13 การฝึกการประสานการทำงานของกล้ามเนื้อ(Co-ordination Exs.)1.1.14 การฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อ(Endurance Training)1.1.15 การฝึกเดิน(Gait training)1.1.16 การฝึกการเคลื่อนไหวของขา(Lower limb training)1.1.17 การฝึกการผ่อนคลาย(Relaxation training) 1.1.18 การฝึกการเคลื่อนไหวของแข(Upper limb training)1.1.19 การใช้อุปกรณ์เทป-ผ้ายืด(Appliance)1.1.20 การนวด (Massage)1.1.21 เทคนิคการรักษากล้ามเนื้อที่มีความปวดเกิดจากพังผืด(Myofascial technique)1.1.22 การดัดข้อที่แขน-ขา(Peripheral Mobilization)1.1.23 การดัดข้อที่กระดูกสันหลัง(Vertebral Mobilization)1.1.24 การฝึกการบริหารหายใจ(Breathing Exercise)1.1.25 การฝึกการเคลื่อนไหวทรวงอก(Chest Mobilization)1.1.26 การฝึกไอ(Cough training)1.1.27 การฝึกไอที่ไม่ให้กระเทือนทรวงอก(Huffing trainig)1.1.28 การเคาะปอด(Percussion)1.1.29 การฝึกการบริหารผู้ป่วยที่เจาะปอด(Pleurisy Exs.)1.1.30 การจัดท่าเพื่อระบายเสมหะ(Postural drainage)1.1.31 การบริหารปอด(Pulmonary Exs.Pro)1.1.32 การเขย่าปอด(Shaking)1.1.33 การดูดเสมหะ/บีบอากาศเข้าปอดผู้ป่วย(Suction /Bagging)1.1.34 การสั่นปอด(Vibration)1.1.35 การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ(Cardiac Exs. Pro.)1.1.36 การกระตุ้นพัฒนาการ(Cerebral Palsy Programe) <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -36pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.1.37 อื่นๆ(Others)</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -36pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -36pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"> ทำไมคนชอบคิดว่ากายภาพบำบัดเนี่ย นวดอย่างเดียว แล้วจะเรียนทำไมตั้ง 4 ปีน้า</p>
กายภาพบำบัดไม่ได้แค่นวดเหมือนที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ
นักกายภาพบำบัดสามารถซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยทางกายภาพบำบัด วางแผนการรักษาและรักษาทางกายภาพบำบัด และอื่นๆ อีกมากมาย กายภาพบำบัดเรียนค่อนข้างหนัก และเป็นวิชาชีพที่ดี มีความรู้ที่ทั่วไปทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขรวมถึงความรู้ที่เฉพาะเจาะจง
เห็นด้วยกับหลายๆ ความเห็น เพราะเรามีการตรวจ วินิจฉัย ที่ใช้เฉพาะเจาะจงเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาและเขียนการวินิจฉัยของเราลงไปในประวัติของผู้ป่วย เพื่อให้คนที่อ่านได้เห็นว่าเรามีความสำคัญและข้อดีอย่างไร
สู้ๆๆๆ นะค่ะ
งานกายภาพบำบัดกรณีไม่มีแผนกหรือเครื่องมือให้เริ่มงานกายภาพบำบัดชุมชนก่อนตามมาตราฐานวิชาชีพกายภาพบำบัด โดยงานนี้เน้นออกชุมชนเป็นหลักคะเช่น
ออกเยี่ยมบ้านในกลุ่มผู้ป่วย CVAที่ต้องได้รับการฟื้นฟู การรณงค์ภาวะสุขภาพในชุชมคือต้องสำรวจว่าตำบลนั้นมีอาชีพอะไรและมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับกายภาพอะำไรบ้าง เช่น มีอาการปวดหลังมากที่สุดจากการตัดกีดยาพารา กายภาพบำบัด ต้องสวิเคราะห์กลไกลการเกิดการบาดเจ็บการทำงานของคนตัดกีดยางว่าที่อาการปวดหลังอย่าง เช่น การยืนกีดยาง การยกน้ำยาง นำมาวิเคราะห์เพื่อให้ท่ายืนที่ถูกต้อง และติดตามตามผลการสอน/ออกกำลังกายเพื่อป้องกันการกลับมาของอาการปวดหลัง จึงแม้จะไม่มีเครื่องนักกายภาพบำบัดก็รักษาผู้รับบริการได้ กายภาพบำบัดไม่ได้ตั้งรับอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างเดียวแต่เดี๋ยวนี้ต้องเชิงรุกและรับพร้อมกันจะทำใ้ห้กายภาพบำบัดเป็นที่รู้จักกันในชุมชน และความแตกต่างจากหมอนวดกับกายภาพบำบัดก็จะเห็นความแตกต่างกับมากขึ้น คำหมอนวดที่เรียกกันนี้นเกิดจากความไม่รู้จักงานกายภาพบำบัดเท่ากันการนวด/หมอนวดพื้นบ้าน ถ้าสร้างปรับความรู้ความเข้าใจลงในชุมชนอยู่เรื่อย ๆ คำว่าหมอดนวดที่เรียกกันว่ากายภาพบำบัดเป็นนั้นก็จากหายไป พวกเราสร้างความเข้าใจเพื่อลดความแตกต่างนะคะ
เนื่องจากดิฉันเป็นนักกายภาพบำบัดที่เฉพาะทางระบบประสาท มีความเห็นว่าการที่จะมีหมอนวดที่จะเข้ามาในระบที่ รพ.มีแผนกกายภาพบำบัด ก็ขอให้ช่วยแยกผู้ป่วยที่มีความเหมาะสมในการนวดด้วย เพราะที่ผ่านมาคนไข้ที่มีความเชื่อว่านวดช่วยกระตุ้นให้เส้นทำงาน ( ตามที่หมอนวดบอกมา )กรุณาใช้จรรยาบรรณของวิชาชีพนวดของคุณด้วยว่ามันจะเหมาะกับคนไข้แค่ไหน ไม่ใช่ผิดๆถูกๆ แล้วที่สำคัญช่วยรับประกันให้ด้วยเถอะว่าที่นวดแล้วหายอ่ะ ที่หายจริงๆมันเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ผลเท่าไร เพราะสงสารคนไข้เหลือเกินที่ต้องมารับการรักษาต่อจากการกระทำของ หมอนวด ( บางคน )อย่างอาการเกร็งที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นจากการจับเส้น หรือช้ำบวม ในคนไข้ที่เป็นเบาหวานเส้นเลือดเปราะบาง หรือไหล่เจ็บเหลือเกินจากการกดจุดอะไรบางอย่าง นอกจากจะหงิกๆงอๆมาแล้วก็อย่าเพิ่มความเจ็บปวดให้คนไข้อีกเลยนอกเหนือจากโรคของเค้าเองแล้ว แต่สำหรับหมอนวดที่มีจรรยาบรรณก็ขอให้ผลบุญส่งผลให้คุณด้วยแล้วกัน
ช่ายค่ะ เมื่อไหร่จะเลิกเรียกเราว่าหมอนวดซะที ...นวดเรียนแค่หน่วยกิจเดียวเองอ่ะ ทำไรได้ตั้งเยอะอ่ะ จบมาเราก็ไม่ได้ไปนวดตามชายหาดซะหน่อยนะ
ผมกำลังลังเลเลยครับ ว่าจะย้ายคณะเปล่า เพราะปัจจุบัน ผมยังไม่ค่อยมั่นใจกับวิชาชีพนี้มากนักตอนนี้เกรดของผมสามารถย้ายคณะแต่ยังลังเลอยู่ช่วยให้คำแนะนำทีนะครับ
ผมทำงานอยู่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน ที่โรงพยาบาลมีแพทย์แผนไทยและคลีนิคฝังเข็ม โดยหมอ นักกายภาพ แผนไทยทำงานร่วมกัน ผมยังไม่มีเครื่องมือทางกายภาพเลยในแต่ละวันก็จะรักษาคนไข้ด้วยเทคนิคการนวด กดจุด ดัด ดึง ด้วยมือและที่ขาดไม่ได้คือการแนะนำท่ากายบริหารที่เหมาะสมกับอาการบาดเจ็บและการทำงานของผู้ป่วย
ผมรักในวิชาชีพของผม ผมรักในความเป็นนักกายภาพของผม อย่ามีอคติหากใครเรียกเราว่าหมอนวดด้วยความที่เขาไม่เข้าใจและอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเราทำอะไรได้บ้างต่างจากหมอนวดอย่างไร
ที่หนูเคยฝึกงานหลายๆๆๆโรงบาลน่ะเค้าให้ความสำคัญกับกาพบำบัดมากมีอุปกรณ์พร้อมคนไข้ก็รับการรักษาเยอะและดุเป็นอาชีพที่น่าเชื่อถือสามารถทำงานได้หลายด้านและเป็นอาชีพที่ดูดีด้วยค่ะ แต่เรียนกายภาพบำบัดยากมากกกกกกกกกกต้องขยันเป็นอาชีพที่รู้ทุกด้านน่ะค่ะ
อาชีพนักกายภาพบำบัดเป็นอาชีพที่ได้เงินเดือนสูงทีเดียวน่ะค่ะ สามารถเปิดคลิกนิกได้ อย่างรุ่นพี่หนูก็ได้คึ่งแสนน่ะค่ะบางคนทำคลิกนิกเดือนๆหนึ่งได้เฉียดล้านน่ะค่ะที่พี่ๆๆบอกว่าอาชีพเราเงินเดือนน้อยหนูว่าไม่จริงน่ะค่ะมันอยู่ที่ความสามารถและสองมือของเรา
เพื่อนๆ PT คะปล่อยเค้าไปเถอะคะ ใครจะคิดยังไงก็ช่างเถอะเค้าคงมีความรู้ด้านนี้น้อยมากอะคะ ตอนนี้คนเค้าไปถึงดาวอังคารกัลแล้วคะใครอยากงมโข่งอยู่คิดอะไรแบบเดิมก็ต้องปล่อยไปคะ บางทีก็ยากและเหนื่อยกับการอธิบายคะ พวกเค้าคงไม่เข้าใจ และบางคนก็คงไม่ฟังหรอกคะ
พี่ไอที่อยู่ศูนยการแพทย์กาญจนาภิเษกป่าวค่ะ