คุณหมอขา...ว่าง ๆ ไปฉีดยาที่บ้านหน่อยจ้า...
ผมชะโงกหน้า..คุณยายนี้เอง...คุณยายครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย พักทุกอย่างก่อน เพราะถ้าทำไปจะยาวมาก...จะไม่ได้ไป...เตรียมไซริง...เข็ม...สำลีก่อน
ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ไปกับผมเลย...เดี๋ยวคุณยายแวะบ้านนั้นบ้านนี้...เดี๋ยวใคร ๆ ให้คุณยายนวดอีก...ผมไม่อยากนั่งรอคุณยายที่บ้าน
คุณยายกับผมมาถึงบ้าน
ดูยา... ดูใบนัด...เตรียมยาฉีด...ดุ่ย ๆ เข้าหาเป้าหมาย...ลูกชายคุณยายอยู่ในห้องใต้ถุน ที่เป็นห้องกั้นไว้ด้วยผ้าม่าน
ผมมาฉีดยาจิตเวชให้ลูกชายคุณยาย
เมื่อฉีดยาเสร็จแล้ว...ผมก็นั่งคุยกับคนไข้...ตามประสาผมผู้เพ้อเจ้อ
แล้วก็มานั่งคุยกับคุณยาย...คุณยายพาทัวร์รอบ ๆ บ้าน ...
คุณยายเล่าว่า...
โซ่ตรวนลูกชายไว้อย่างนี้ทรมานมาก...ตอนลูกเด็ก ๆ เมื่อเขาเดินได้ก้าวแรก รู้สึกดีใจมากที่สุด ที่เขาจะปีกกล้าขาแข็ง
ที่มัดขาเขาไว้...มัดด้วยความรัก...มัดมานานเกือบห้าปีแล้ว...จะไปไหนก็ห่วงเขา
เวลานี้...หน้าเกี่ยวข้าว...ไปรับจ้างเกี่ยวข้าว พักเที่ยงต้องรีบกลับบ้านมาดูว่า ลูกเป็นอย่างไง...จัดหาข้าวเที่ยงและน้ำให้
นึ่งข้าวเหนียวใหม่ร้อน ๆ ไว้ให้...เขาชอบข้าวเหนียว
ไปทำบุญทุกที่...ภาวนาให้เขาหายเร็ว ๆ เขาจะได้มีอิสระ...อยากไปไหนมาไหนด้วยใจที่มีสติ
งานกฐินที่วัด พระอาจารย์ให้เครื่องราง เป็นปลาไม้...เพื่อให้อุ่นเรือนอุ่นชาน...ข้างเต็มเล้า
ห่วงเขา...รักเขา
ตอนผมกลับมาที่รถ...คุณยายมาส่ง...ขอบคุณผม...และยกมือไหว้ผม...จนรีบบอกคุณยายว่า อย่าทำอย่างนี้กับผมเลย...
ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณยาย
คุณยายทำให้ผมมองเห็นความรักของแม่ที่มีต่อลูก
ถึงแม้จะมองไม่เห็นด้วยตา...แต่สัมผัสได้ด้วยใจ...
มัดด้วยความรัก
ผลักด้วยความรัก..
ตัดสินด้วยการกระทำ ตามทัศนคติเราฝ่ายเดียวไม่ได้
ขึ้นกับที่มาและบริบท
ขอบคุณที่นำมาให้สะท้อนใจคะ
สวัสดีค่ะ
ถึงจะเป็นโซ่ตรวนแห่งความรัก จากแม่…แต่คนไข้น่าจะได้รับการบำบัดรักษาในโรงพยาบาลทางจิตเวช โดยตรงนะคะ…
This is a sad and hopeless situation.
I can see that the mother's solution to chain her son for a 'medical condition(?)'
is for just in case the son loses control and causes harm to others.
Is there 'medical' treatment for his condition, other than 'sedating shots' and chains?
(Public) Mental health services in this case seems so far from ideal.
No. I don't have an answer.
Does anyone have an answer?
สวัสดีครับ
อ่านบันทึกแล้ว ผมน้ำตาคลอเลย ซาบซึ้ง..... ซึ่งในอดีตผมไม่เคยเข้าใจนะครับยอมรับเลย ความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อลูกมันสัมผัสไม่ได้ รู้สึกได้แต่ก็ไม่ซาบซึ้ง.....จนวันที่ผมได้เป็นพ่อคน วันที่เจ้าแมวน้อยกาฟิลด์เกิดมาจนถึงปัจจุบันความรักของผมที่มีต่อลูกไม่เคยลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ หวนกลับมาเข้าใจความรักของคุณพ่อคุณแม่ที่มีต่อผมทันที เสียดายว่าผมไม่ทันได้ทดแทนบุญคุณ คุณพ่อผมมากเท่าที่ควรท่านจากไปเสียก่อน ตอนนี้ผมก็เหลือแต่คุณแม่ซึ่งดูแลท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่ผมจะมีโอกาสทำได้.....อ่านบันทึกอาจารย์แล้วซาบซึ้ง ประทับใจจริงๆ *_*
ขอบคุณในการแบ่งปันสิ่งดีงามนะครับผม
สวัสดีค่ะน้องทิมดาบ