โรงแรมเป็นบ้าน ร้านอาหารเป็นครัว

         ยิ่งทำงานชุมยิ่งทำให้ผู้เขียน ห่างเหินการใช้ชีวิตกลางแจ้ง  มาระยะหลังๆมานี้ เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการประชุม สัมนา ใช้ชีวิตแบบคนที่กลับบ้านไม่ถูก

        "โรงแรมเป็นบ้าน ร้านอาหารเป็นครัว"ประชุม ประชุม ประชุมแล้วก็กาแฟ กาแฟกาแฟ กาแฟแล้วก็ประชุม วนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นประจำ

      รู้สึกตัวว่าสุขภาพ ความแข็งแรงของร่างกาย หากจะให้ขึ้นเขาเดินป่า เห็นท่าจะไปไม่รอดแล้วหลายครั้งหลายหนที่คนไกล้ชิดน้องๆจากพังงาอยากให้ไปหาไปเยี่ยม ก็หาเวลาไม่ได้ ทำให้รู้สึกไม่ดีอยู่ในใจแม้เทศกาลงานวันฮารีรายอที่ผ่านมาก็ไม่ได้ร่วมนมาซ.....

       .คิดได้ดังนั้นจึงจัดการ"ละ"วางเพื่อเดินทางไปพังงา สนทนากับ"ฉิมพลี"ผู้มีจินตนาการร่วมกัน ไปเติมอาหารสมอง  ความสุขที่ได้พบ ได้รับ กับการตัดสินใจไปนอนกับฉิมพลี นักกลอนบ้านนอก

         ฉิมพลี ฝากกลอนเตือนใจให้คิดเรื่องมหาอุทกภัยภัยธรรมชาติและ เหตุการณ์ บ้านเมืองไว้ว่า....

        ."เดือนเมษา  หน้าแล้ง หญ้าแห้งเฉา

   หากใจเรา ยิ่งร้อน บันทอนแน่

   แดดมันร้อน ใจอย่าร้อน ให้อ่อนแอ

   เพราะเที่ยงแท้ ร้อนหนาว ฤดูกาล  

        อันแดดร้อน  ไม่ร้อนเท่า ไฟในอก

 เหมือนนรก  หมกไหม้ ไฟเผาผลาญ  

ควรละวาง  เสียบ้าง  ความต้องการ

 เหมือนสายธาร   เย็นฉ่ำ ประจำใจ

       มิถุนา   หน้าฝน ทนเปียกบ้าง

 ถึงหนทาง   น้ำนอง  ล่องลื่นไหล

เมื่อถึงคราว  ของมัน ต้องเป็นไป

 อย่าให้ใจ  ร้อนร่ำ   คร่ำครวญเลย  

     จะหน้าร้อน หน้าฝนหรือ  หน้าหนาว

เป็นเรื่องราว  ธรรมชาติ  แหละท่านเอ๋ย  

จะบังคับ ร้องขอ  มิได้เลย 

ต้องวางเฉยเสียบ้าง "ชั่งหัวมัน"

จึงนำมาแบ่งปันด้วยบทกลอน และภาพอันสวยงาม

เส้นทาง สุราษฎร์ ตะกั่วป่า

 

ประเพณีไทยแท้แต่โบราณ มาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ กับฉิมพลี กินข้าวสนทนาวรรณกรรม ว่าด้วย ซีไรท์ปีนี้แล้วมาลงที่นิ้วกลม

มาชมสวนกล้วยบ้านๆ (กล้วยน้ำหว้า)

กล้วยเถื่อน ที่มันเถื่อนเพราะไม่อ่อนน้อม ปลีชี้หน้าตลอดเวลา

ดอกบุกสีสวย

ปลาดุก ลำพัน หาพันธ์ยากแล้ว

ตะพาบน้ำ ตามน้ำมาพังพาบ