ผู้มาพักพิงเนื่องจากน้ำท่วมบ้าน

โบราณว่าไข้อะไรก็ไม่หนักเท่าไข้กลับซ้ำ เพราะพิษของไข้ชนิดนี้ จะทำเอาฟื้นตัวยาก หมดเรี่ยวแรงร่วงโรย บางครั้งเสียแรงจนกลายเป็นคนผอมแห้งไปทันที

 คืนนี้ผู้เขียนมานั่งเขียนบันทึกยามดึกมากๆ ก็เพราะว่าเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล เนื่องจากไปส่งลุงผาย ซึ่งเป็นผู้มาพักพิงเนื่องจากน้ำท่วมบ้าน และมาอาศัยอยู่ที่นี่จะครบเดือนในไม่กี่วันนี้ ลุงผายมาพร้อมกับครอบครัวและญาติๆ รวมไปๆมาๆ 10 คน ลุงเป็นคนพูดน้อยเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ลุกมากวาดสนามหญ้าบ้าง บางวันก็อยู่แต่ในห้อง

 เมื่อวานลุงอยากกลับไปดูบ้าน ให้ลูกชายซื้อเรือให้หนึ่งลำ ตั้งใจว่าจะอยู่ที่นั่น หรืออาจจะไปพักคอนโดตรงข้ามบ้าน เพื่อพอได้มองเห็นบ้านบ้าง ลุงผายคาดการผิด เมื่อกลับถึงบ้านปรากฏว่า น้ำท่วมบ้านที่ปทุมธานีสูงกว่าตอนมาอีก เห็นข้าวสาร หลายกระสอบจมน้ำ เห็นเครื่องซักผ้า 7 เครื่องลอยล่องเสียหาย ลุงจึงตัดสินใจกลับมาพักที่บ้านผู้เขียนเหมือนเดิม

  เวลา 4 ทุ่มคืนนี้ จู่ๆลุงผายก็มีอาการชักเกร็ง ดิ้นทุรนทุราย วาดมือ วาดเท้าสะเปะสะปะ ผู้เขียนจึงไปตรวจดูอาการเบื้องต้น เจาะน้ำเลือดดูน้ำตาล ก็สูง 235 ความดันนั้น พอขึ้นถึง 300 แล้วก็ ตรวจวัดไม่ได้อีกเลย พวกเราต่างก็ลงมาช่วยกันดู เรียก 1669 มารับไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน แล้วก็ตามไปดูด้วย สุดท้ายปรากฏว่าพบว่าเลือดออกในสมอง จึงทำให้ชัก และมีปัญหาเกี่ยวกับปอดด้วย ลุงผายนอกจากจะเป็นเบาหวานแล้วยังชอบสูบบุหรี่วันละมากๆอีกด้วย

  สุดท้ายคืนนี้ลุงผายต้องนอนพักที่โรงพยาบาล ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และยังดิ้นรนตลอดเวลา มีน้ำเกลือระโยงระยาง ก็ขอให้ฤทธิ์ยาที่หมอให้กับลุง จะช่วยให้ได้พักกาย พักใจสักคืน ได้ปิดสวิตซ์ตนเอง ให้พ้นจากความทุกข์ใจ วิตกกังวล และความเครียดที่อัดแน่นเต็มหัวใจ

  ทุกข์กลับซ้ำมาทำร้ายลุงผายเสียมากมาย ก็ได้แต่ภาวนาขอวันพรุ่งนี้ จะเป็นวันที่ไข้ใจของลุงผายจะได้ส่างลงบ้างนะคะ

สำหรับเวลานี้ ต้องขอราตรีสวัสดิ์ก่อนค่ะ