จดหมายถึงครู l แค่ตั้งใจยังไม่พอต้องอดทนและใช้ปัญญาด้วย วันศุกร์ ที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เมื่อคืนกว่าจะเสร็จกิจจากการตั้งใจกับตนเองหาของให้ครู แล้วอาบน้ำไหว้พระเข้านอนก็เกือบจะหกทุ่มค่ะครู ล้าแต่รู้สึกดีกับตนเองที่ได้ “ทำเต็มที่” ตื่นเช้ามาบนห้องพระระลึกถึงครูกับคำถามว่า “ติ๋วไม่ค่อยได้มาใช้ประโยชน์ห้องนี้ใช่ไหม” ตอกย้ำเตือนตนว่าเป็นสถานที่ดีๆอันสัปปายะ ให้หมั่นฝึกตน ลงไปข้างล่างจัดแจงภารกิจและหุงข้าว รีบผ้าเก็บกระเป๋าพร้อมเดินทาง วันนี้ตั้งใจเอายาไปให้ สสจ.ร้อยเอ็ดเพิ่มเติม และให้พี่ติ๊กที่ รพ.เสลภูมิ ทำรายงานและสรุปโครงการค่ะ พอถึงห้องทำงานก็ลุยเดินหน้า พอหัวหน้าเห็นหน้าก็ทวงถามเลยได้ยิ้มขำๆเพราะพึ่งคุยกับพี่ไป ถ้าใจไม่ดีต้องขุ่นมัวแน่ๆค่ะ พอได้สติ เพราะล้าช้าแล้วยอมรับก็ทำๆไม่นานก็เสร็จ ประมาณห้าโมงเช้าพี่ที่ทำงานมีทำบุญหาแม่ที่บ้าน ส่วนใหญ่ไปกันจึงเงียบ แต่ติ๋วเคลียร์เอกสารขออนุมัติแล้วก็ออกเดินทาง อ้อมีเงินตุลให้ตนเองหลังซื้อของต่างๆอยู่ห้าร้อยค่ะสำหรับทริปนี้ แต่ด้วยไม่สามารถเติมแก๊สได้เพราะคิวยาว ต้องเติมน้ำมัน และซื้อของอื่นๆเพิ่มเติม พิจารณากับตนเอง เพราะยื่นอนุมัติไม่ทันแต่ถ้าทันเดี๋ยวเงินก็มาเองแหละ ไปๆมาๆระหว่างทางมีโทรศัพท์จากหััวหน้าว่ามารถส่วนตัวเบิกไม่ได้ ต้องเอารถราชการ ท่านไม่เห็นชอบว่างั้นรผุ้สึกเซ็งๆกับตนเอง ทำงานให้หลวงแต่ต้องจ่ายเองอีกแล้ว ขุ่นมัวศีลข้อ ๑ ด่างพร้อย ขับรถไปเรื่อยๆปรับมุมมองใหม่ ถือซะว่าร่วมบริจาคน้ำท่วม คนอื่นเขาเป็นเงินแต่เราเป็นแรงและน้ำมัน ก็ถูกละ ผ่อนคลายขึ้น ระลึกว่าครูให้ซื้อของ และซื้อยาให้ป้าอบ มองเงินในกระเป๋ากับสเกลน้ำมันไม่พอ ครานี้รู้นึกทุกข์บีบคั้นเลยค่ะครู โกรธตนเองที่บกพร่องเรื่องการจัดการเงิน อีกแล้วปัญหาเดิมๆ ใจอยากจะช่วยทำแต่กำลังไม่มี จึงส่ง SMS แจ้งครู ขับเรื่อยๆจนถึงร้อยเอ็ดแว๊บนำขึ้นได้ว่า มีสลากออมสิน ใบสุดท้ายยังเก็บไว้อยู่จึงตัดสินใจขาย จึงซื้อยาและของใส่บาตรฝากป้าอบ รู้สึกอนาจใจกับความโง่ของตนเองที่สาดทุกข์ใส่ครูโดยไม่ใคร่ครวญดีๆ แต่การแก้ตัวไม่มีประโยชน์ ใจนี้ไม่ปรารถนาทำให้ครูรำคาญใจหรือต้องห่วงในสิ่งที่ทอบหมาย เพราะครูมีภาระมากมาย พอรู้สึกว่าเผลอทำร้ายครู จะรู้สึกว่า “ทำกรรมหนัก” มาถึงที่วัด ครูให้เข้าไปกราบหลวงปู่ก่อน พอเข้าไปแล้วท่านสรงน้ำจึงเลี่ยงออกมา กราบพระอาจารย์นำของให้ครู พอทราบว่าครูรอเอาตังค์ให้ โดยไม่ได้อยู่พักภาวนาก็รู้สึกผิด จึงส่ง SMS ขอขมา ได้ระลึกกับตนเองว่า “ได้พยายามกับตนเองแล้ว เต็มที่ ณ วันนี้ แต่ก็ยังดีได้อีก” เอาใหม่ ไม่ใช่ทำเพื่ออะไรแต่ตั้งใจฝึกกับตนเองให้มีนิสัยการแบ่งเบาภาระครู ฝึกความรับผิดชอบให้ตนเองค่ะครู ศีลข้อ ๑ ความขุ่นมัวปรากฏบ่อย ตอนที่ทุกข์บีบคั้นความคิดด้านลบเดือดขึ้นมา มันจะชักชวนให้เลิกเดินทางมาวัด ชักชวนให้คร่ำครวญค่ะ ศีลข้อ ๑ ด่างพร้อย ศีลข้อ ๒ ไม่ได้ขโมยของใคร การนำของมาให้แต่ละแห่งแม้บางคราเห็นไม่ตรงกับผู้บังคับบัญชาแต่การทำต่างๆก็ยังแจ้งให้ทราบ ศีลข้อ ๓ ราคะปรากฏบ่อยค่ะ บางทีก็หลงไปกับมันเสียนาน ศีลข้อ ๔ วันนี้ทำรายงานส่งงานเสร็จรู้สึกโล่งค่ะ ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้าค่ะ วันนี้กิเลสแรงมากๆ ทำให้รู้ว่าสติเท่าที่ฝึกมายังไม่พอ
จดหมายถึงครู l แค่ตั้งใจยังไม่พอต้องอดทนและใช้ปัญญาด้วย
3 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 13 พ.ย. 2554
แม่ใหญ่ · 13 พ.ย. 2554
คนบ้านไกล · 13 พ.ย. 2554
ดร. ภิญโญ รัตนาพันธุ์ · 13 พ.ย. 2554
ครูอ้อย แซ่เฮ · 13 พ.ย. 2554
สาธุค่ะอาจารย์ขจิต ยามีคุณสมบัติลอกผิวหนังด้วยนะคะ ตรงที่ไม่ใช่รอยโรค อย่างเช่นใช้นิ้วมือทา หรือเอาฝ่ามือแตะยาแล้ว ล้างมือให้สะอาดทันที จะดีมากค่ะ มิเช่นนั้นผิวหนังปกติจะลอกได้ง่ายค่ะ ถ้าลอกก็ไม่ต้องตกใจ เป็นปกคิของฤทธิ์ยาค่ะ
สาธุค่ะท่าน ผศ.วิไล. (^_^)