ต่อจากตอนก่อนครับ..ผมพูดเรื่อง AI สำหรับสุภาพบุรุษไว้..วันนี้เรามาว่าเรื่อง "ผู้หญิงกันครับ.."
....
กรณีศึกษาแรก: "อาจารย์ครับ แต่ก่อนคิดว่าการขายยานี่ไม่มีเพศ ปฏิบัติต่อคุณหมอทั้งสองเพศเหมือนกัน ตอนนี้รู้แล้ว ถ้าเป็นคุณหมอผู้ชายไปแนะนำเขามักไม่ค่อยได้ครับ มักจะได้ยินคำพูดว่า "เดี๋ยวผมไปถามอาจารย์ในงานประชุมเอง" หรือไม่ก็ "เดี๋ยวผมไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตเอง" ส่วนคุณหมอผู้หญิง "แนะนำได้เลย ชอบและสามารถยื่นเปเปอร์ให้ได้เลย.ดูเหมือนเขาจะชอบ" "ต่างกันเลยครับ"
...
กรณีศึกษาที่สอง ผมมีโอกาสไปเป็นวิทยากรเอไอในโรงงาน ไปถามคนงานระดับหัวหน้างานที่เป็นผู้หญิงว่าจุดเปลี่ยยที่ทำให้เขาเก่งขึ้น จนเป็นที่มาของการมาเป็นหัวหน้าเริ่มต้นเมื่อไหร่ ได้ยินมาเช่น "หัวหน้าคนเดิมดีมากค่ะ ตอนแรกก็กล้ากลัว ทำไม่เป็น หัวหน้าก็เริ่มจากทำให้ดูที่ละขั้น..พอทำได้ก็ให้ไปเย็บรองเท้าเก่า..พอได้ก็ไปเย็บจริง เอาง่ายๆก่อน แล้วก็ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ.."

พอลองถามผู้ชายด้วยกัน..ก็ประมาณนี้ "หัวหน้าเชื่อผมครับ เตะก้นผมเลย บอกว่างานนี้คุณทำได้"
..
ครับ...ดูความต่างระหว่างผู้หญิงผู้ชายให้ดีนะครับ..ตอนนี้มีการศึกษาฮอล์โมน ค้นพบว่าผู้หญิงจะเก่ง มีความสุขดวยฮอล์โมนตัวหนึ่ง (จำไม่ได้) เงื่อนที่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขแล้วเก่งขึ้นคือ..
1. เอาใจใส่ (Caring) ดูแลจิตใจเขา ถามทุกข์สุข เห็นใจ เอาใจใส่ เขาต้องการคนฟังเขาครับ ถ้าทุกข์ก็ปลอบใจ ฟังเก่งมากๆ..
2. สนับสนุน (Supporting) ทำอะไรอย่าปล่อยให้เขาเดิน เขาทำอยู่คนเดียว หากลำก หาวิธีการที่ช่วยให้เขาทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น ให้การสนับสนุนทางอารมณ์ เห็นไหมครับกรณีหมอผู้หญิง คุณแนะนำ ให้ข้อมูลนี่เขาชอบครับ..ผู้หญิงฮอล์โมน จะดีมากขึ้นถ้าเขาได้ถาม ได้ต่อรอง ฮอล์โมนซีโรโตนินจะมากขึ้น
3. ที่ละขั้น (Nurturing) หมายความว่าไง จะพัฒนาเขาก็ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป เห็นกรณีสาวโรงงานไหมครับ ชัดมากๆ..ตัวที่สามนี่ต้องใช้ทั้ง "การเอาใจใส่" "การสนับสนุน" ที่ "ค่อยเป็นค่อยไป"
ต่างไหมครับ สิ่งที่ผู้ชายจะมีความสุข..คือการได้เป็นฮีโร่ การแก้ปัญหา การเข้าไปแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน...

...
นี่แหละที่มาของความยุ่งเหยิง..จริงๆ เมื่อผ่านสามขั้นตอนนี้ ผู้หญิงจะแก้ปัญหาของเขาได้เอง..พูดง่ายๆกระบวนการที่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุข แก้ปัญหาได้ไม่ใช่กระบวนการเดียวกับผู้ชาย..
...
พอผู้หญิงบ่น ครับความเป็นฮีโร่ของผู้ชายก็จะเข้าไปแก้ปัญาให้..โดยลืมคำว่าเอาใจใส่ ที่ละขั้นทีละตอน..ได้เรื่อง ผู้หญิงกลับบอกว่า "ผู้ชายไม่เข้าใจ"...ส่วนผู้ชายก็บ่น "ผู้หญิงนี่เอาแต่บ่น ไม่แก้ปัญหา"...
...
เข้าใจสักนิดครับว่ามันต่างกัน..
...
นี่เป็นที่มาของความไม่เข้าใจในครอบครัว ในความสัมพันธ์ ในองค์กร ในธุรกิจ. ถ้าเข้าใจแล้วเป็นไง..ดีครับ..


...
"จริงเลยอาจารย์ แต่ก่อนส่งผู้ชายมีความรู้ด้านเทคนิค ไปขายระบบอินเตอร์เน็ต ไปขายผู้ชายด้วยกัน ได้เรื่องครับ..ทับถมกันไปมา..อีกฝ่ายจะแสดงตัวว่ารู้มากกว่า"
ครับดูให้ดี..ผู้ชายมีความสุขเมื่อได้เป็นฮีโร่ สิ่งที่ฮีโร่มีความสุขก็คือการได้ทับถมกันครับ..เพราะฉะนั้น ปิดการขายไม่ลง ฮีโร่คือผู้ให้ครับ..จะสุขได้ไง เมื่อต่างฝ่ายต่างพยายามให้ (ความรู้) ไม่มีใครรับ.."
"ตอนหลังส่งผู้หญิงไป ปิดลงครับ (ไม่เกี่ยวกับหน้าตา)"
ดูให้ดีครับผู้หญิงจะรู้สึกฉลาดขึ้นถ้าได้ถาม ได้ขอความช่วยเหลือ (การสนับสนุน เอาใจใส่) ส่วนผู้ชายชอบให้ (เพราะฮีโร่) คือผู้ให้..เมื่อเจอกันตามฝ่ายต่างมีการรับและการให้"
"อาจารย์คะ ยอดขายของผู้หญิงจะสูงกว่าผู้ชายถึงสี่เท่าค่ะ"
...
ในร้านชื่อดังของลูกศิษย์ของผมร้านหนึ่ง ขายคอมพิวเตอร์ เมื่อฟังเรื่องนี้ ก็จับจุดได้..เวลาผู้ชายมา..จะให้ผู้หญิงขาย...แต่จะมีทีมสนับสนุนผู้ชายคอยช่วยถ้าตอบไม่ได้..
และในแผนกขายของเขา.."ผูู้หญิงขายเก่งอาจารย์ มีคนหนึ่งไม่มีใครสู้ได้เลย..จบวิศวะมา งานโครงการขนาดใหญ่มักต้องเจอผู้ซื้อที่เป็นผู้ชาย ทุกอย่างราบรื่น"
..
ถ้าคุณเป็นนายและลูกน้องเป็นหญิง คุณต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้มากๆ..คุณเป็นผู้หญิงและอยู่กับผู้ชายก็ต้องทำความเข้าใจ..ถ้าจะพัฒนาเขาอย่าลืมองค์ประกอบสามอย่าง..
...
ส่วนที่บ้าน "การฟัง" การคุยแบบ "สุนทรียสนทนา" (พื้นฐานคือ..ฟังให้จบ อย่ารีบตัดสิน อย่าเข้าไปแทรกแซง ปล่อยให้การคุยไหลออกมาให้จบ..) สำคัญมากๆครับ..

...
ต้องบอกเลยว่าเดี๋ยวนี้ก่อนจะฝึกคนทำ AI ผมจะสอนสุนทรียสทนาก่อนครับ..เพราะเป็นหัวใจของการดูแลความสัมพันธ์ของคนสองเพศ..
(อ้อ ถ้าคิดว่าคุณทำเป็นแล้ว..ใจเย็นครับ..ทำมาหลายร้อยแล้ว..ยังไม่เจอว่าใครทำเป็นโดยธรรมชาติ..ลองอ่านลองศึกษาดูนะครับ)
แนะนำหนังสือเล่มนี้ครับ..คุณโชคดี พึ่งมีการแปลคนคิดวิชานี้พอดี..

ส่วนหลักสูตรนี้ในกรุงเทพมีที่เสมสิกขาลัยครับ..
ผมเองฝึกมาจากคนอื่นอีกต่อ..ยังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ..อยู่ระหว่างการฝึกตัวเอง..
..
นี่ครับเวลาทำ AI เราจะคิดถึงเรื่องนี้มากๆ..ช่วยได้เยอะครับ..เพราะไม่ได้แค่ทำให้คนมีความสุขอย่างเดียว แต่ยังดึงศักยภาพ สร้างโอกาสได้ด้วย..
...
มีอีกเยอะครับ..หาความรู้ จากหนังสือต่อไปนี้ได้ครับ..
เล่มนี้ดีมาก. ไม่แน่ใจว่าหมดไปยัง ทั้งพฤติกรรม ทั้งฮอล์โมน เล่มนี้ครับที่ผมใช้เป็นหลัก

เล่มนี้ประยุกต์ใช้ในโลกธุรกิจ..งานบริการ..

อีกเล่มนี่พูดถึงชัดมากๆ..เล่มนี้ผมใช้มากที่สุด...เน้นตั้งแต่ครอบครัว จนถึงธุรกิจ งานพัฒนาองค์กร

...
คุณละคิดอย่างไร


อาจารย์ทบทวนเรื่องเดิม ทำให้ปะติดปะต่อกันง่ายขึ้น
ผู้ชาย ชอบเป็นฮีโร่
ผู้หญิง ชอบ "การเอาใจใส่" "การสนับสนุน" ที่ "ค่อยเป็นค่อยไป" :-)
..
สำหรับเรื่องเทคนิคการขายยา หรือ ขายของอื่นๆ
ผู้ขายแบบ force sale คือ ตอนเลือกก็มายืนดู หรือเอาของมายื่นให้เลือก แบบนี้ทั้งสองเพศคงไม่ชอบนะคะ
สนใจค่ะ เพราะดูแล้วเป็นเรื่องของผู้หญิงๆ ที่ไม่อาจมองข้าง
อ่านแล้วนึกถึงหนังเรื่อง ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา
เชื่อมโยงไปช่วงฝึกอบรม Reticular Hijack ความสามารถของหญิงชาย กับการใช้สมองส่วนซ้าย ขวา
รวมถึงสถานการณ์บ้านเมืองยามนี้ การนำพารัฐนาวาของ ผู้นำ หญิง ชาย .. คิดถึงฮีโร่จัง ขอบคุณค่ะอาจารย์ :)
สวัสดีครับอาจารย์ปัทมา
ครับ เขาไม่ค่อยเป็นค่อยไป..เขาพยายามแก้ปัญหาให้อาจารย์...แต่อาจารย์ไม่มีความสุขครับ...
นี่และครับ Gender Intelligence ถึงสำคัญ
สวัสดีครับคุณใบไม้ร้องเพลง
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ช่วยเชื่อม ทำให้ความสัมพันธ์ราบรื่นครับ..เหมาะกับ R2R และการเปลี่ยนแปลงใดๆก็ตามครับ
สวัสดีครับคุณ POO
เชื่อมโยงกันเลยครับ..สำคัญมากๆครับ..
ความรู้เรื่องนี้เอามาจากเรื่องฮอล์โมนกับสมองครับ
ตอนผมเป็นผู้บริหารโรงเรียน ผมเคยทำให้คุณครูผู้หญิงท่านนี้ ซึ่งทำงานดี "ไม่พอใจ" ในตัวผม เลยพลอยประชดงานการไม่ทำให้
เรื่องของเรื่อง เป็นเรื่องการทำถนนรอบโรงเรียน เธอทำงานการเงินโรงเรียน เธอต้องการพูดรายละเอียดขั้นตอนการทำงานในที่ประชุม แต่ผมไป "ตัดบท" เธอ ผมบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องรายละเอียด ไม่ต้องนำมาพูด ประเดี๋ยวผมจัดการเองว่าจะทำอย่างไร
งานสะดุด ติดขัดไปหมดครับ เพราะเธอประท้วงผม ถนนก็ทำไม่ได้ เงินก็เบิกไม่ได้ ผมเลยต้องนัดประชุมอีกครั้ง และ กล่าวขอโทษเธอในที่ประชุม พร้อมกับให้โอกาสเธอเสนอความคิดของเธอในที่ประชุม เมื่อเธอพูดจบ ผมก็ขอบคุณและบอกว่าดำเนินการตามที่เธอเสนอมา
พอประชุมเสร็จ เธอก็ชวนที่ประชุมทุกคนรวมทั้งผมด้วย ไปเลี้ยงส้มตำ พอรุ่งเช้า หิน ปูน ทราย ก็มากองที่โรงเรียน
ผู้หญิงมักจะใช้ความรู้สึก ผู้ชายมักจะใช้เหตุผล ดูๆแล้ว ท่าทางจะจริงนะคะ
สวัสดีครับอาจารย์
(นี่เป็นที่มาของความไม่เข้าใจในครอบครัว ในความสัมพันธ์ ในองค์กร ในธุรกิจ)
ครับ นำ AI มาใช้ในครอบครัว แม่บ้านไม่หงุดหงิด เมือเรารับฟังในรายละเอียด(แต่ต้องทนฟังเรื่องเดียวกันหลายๆครังครับ)
ชอบครับอาจารย์
ผู้หญิงใช้สมองซีกขวามากกว่าซีกซ้าย
ผู้ชายใช้ซีกซ้ายมากกว่าซีกขวาครับ
บอกอีกว่า...มุมมองอาจารย์น่าสนใจมากครับ