ในชีวิตผม ผมจะมีความสุขมากเมื่อคิดวิธีทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งออก     แต่กล่าวอย่างนี้อาจจะผิด     เพราะเวลา "คิด" ออก  มันเป็นผลของการ "คิดแบบไม่คิด"      คือเป็นความคิดที่คล้ายๆ มันไหลออกมาเอง (ไม่ต้องเบ่ง)     ผมจึงเรียกว่าเป็น "เสียงกระซิบจากพระเจ้า"  หรือ "เทวดาบอก"   

        ตอนนี้ไปรับหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล     ตอนเขามาทาบทามเบื้องต้น ผมก็แปลกใจ และคิดว่าคงเป็นแค่เปรยๆ      คงจะเป็นหนึ่งในรายชื่อ     และคงไม่มาถึงเรา เพราะมีผู้ใหญ่ คนมีชื่อเสียงกว่าเราเยอะแยะ     แต่ในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องจริง     ซึ่งก็กลายเป็นโจทย์ว่า คนที่รู้น้อยอย่างผมจะไปทำประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่อย่างมหาวิทยาลัยมหิดลได้อย่างไร

        ผมโชคดีที่ใช้วิธีทดลองทำ  ปรึกษาหารือ  ดูผลการทดลอง      "กิจกรรมทำจริง" เช่นนี้แหละครับ  ที่ทำให้ "เทพเจ้าประทาน" วิธีทำงานในหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลแก่ผม     สำหรับผมเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่     เวลาผมค้นพบแบบนี้ผมจะบอกตัวเองและคนใกล้ชิดว่าวันนี้ผมไม่ต้องกินอะไรก็ได้    ผมอิ่มใจ อิ่มทิพย์ ที่ได้คิดเรื่องนี้ออก 

        ไอ้ที่ว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ นี้     จริงๆ แล้ว ไม่ยิ่งใหญ่อะไรเลย     เป็นเรื่องหญ้าปากคอก

        ผมค้นพบว่า ในมหาวิทยาลัยมหิดล มีคนเก่งๆ มากมาย  มีผลงานวิชาการยอดเยี่ยมมากมาย     แต่คนและผลงานเหล่านี้ไม่ได้ถูก "นำมาประดับเรือนแหวน"      จึงถึงแม้จะมีอยู่ก็เปรียบเสมือนเพชรในตม หรือถูกซุกซ่อนไว้     ผมจะทำหน้าที่ชักชวนกันนำเพชรมาประกอบเรือนแหวนครับ

         กล่าวอย่างนี้อาจจะผิด    เพราะคนดีกว่าเพชร    เพชรมันคงที่  แต่คนงอกงามได้     ยิ่งคนระดับศาสตราจารย์ และนักวิจัยที่มีผลงานดีเด่น  ผลงานอบรมนักศึกษาดีเด่น ยิ่งงอกงามง่าย    การ "นำเพชรมาประดับเรือนแหวน" ในความเป็นจริงเกี่ยวกับคนในมหาวิทยาลัยมหิดล     เป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องหยิบเพชรไปประกอบเรือน     แต่เป็นกิจกรรมสร้างโอกาส เปิดโอกาส  เป็นกิจกรรมของ "คุณอำนวย"      หรืออาจจะเรียกว่าเป็นกิจกรรม "แปลงสินทรัพย์เป็นทุน" ให้เข้ากับยุคสมัย ก็ได้

         สินทรัพย์  - สินทรัพย์ความรู้
         ทุน - ทุนปัญญา    เน้นที่ปัญญาปฏิบัติ
  ชีวิตที่พอเพียง  : 97. การค้นพบที่ยิ่งใหญ่

        ในชีวิตผม ผมจะมีความสุขมากเมื่อคิดวิธีทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งออก     แต่กล่าวอย่างนี้อาจจะผิด     เพราะเวลา "คิด" ออก  มันเป็นผลของการ "คิดแบบไม่คิด"      คือเป็นความคิดที่คล้ายๆ มันไหลออกมาเอง (ไม่ต้องเบ่ง)     ผมจึงเรียกว่าเป็น "เสียงกระซิบจากพระเจ้า"  หรือ "เทวดาบอก"   

        ตอนนี้ไปรับหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล     ตอนเขามาทาบทามเบื้องต้น ผมก็แปลกใจ และคิดว่าคงเป็นแค่เปรยๆ      คงจะเป็นหนึ่งในรายชื่อ     และคงไม่มาถึงเรา เพราะมีผู้ใหญ่ คนมีชื่อเสียงกว่าเราเยอะแยะ     แต่ในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องจริง     ซึ่งก็กลายเป็นโจทย์ว่า คนที่รู้น้อยอย่างผมจะไปทำประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่อย่างมหาวิทยาลัยมหิดลได้อย่างไร

        ผมโชคดีที่ใช้วิธีทดลองทำ  ปรึกษาหารือ  ดูผลการทดลอง      "กิจกรรมทำจริง" เช่นนี้แหละครับ  ที่ทำให้ "เทพเจ้าประทาน" วิธีทำงานในหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลแก่ผม     สำหรับผมเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่     เวลาผมค้นพบแบบนี้ผมจะบอกตัวเองและคนใกล้ชิดว่าวันนี้ผมไม่ต้องกินอะไรก็ได้    ผมอิ่มใจ อิ่มทิพย์ ที่ได้คิดเรื่องนี้ออก 

        ไอ้ที่ว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ นี้     จริงๆ แล้ว ไม่ยิ่งใหญ่อะไรเลย     เป็นเรื่องหญ้าปากคอก

        ผมค้นพบว่า ในมหาวิทยาลัยมหิดล มีคนเก่งๆ มากมาย  มีผลงานวิชาการยอดเยี่ยมมากมาย     แต่คนและผลงานเหล่านี้ไม่ได้ถูก "นำมาประดับเรือนแหวน"      จึงถึงแม้จะมีอยู่ก็เปรียบเสมือนเพชรในตม หรือถูกซุกซ่อนไว้     ผมจะทำหน้าที่ชักชวนกันนำเพชรมาประกอบเรือนแหวนครับ

         กล่าวอย่างนี้อาจจะผิด    เพราะคนดีกว่าเพชร    เพชรมันคงที่  แต่คนงอกงามได้     ยิ่งคนระดับศาสตราจารย์ และนักวิจัยที่มีผลงานดีเด่น  ผลงานอบรมนักศึกษาดีเด่น ยิ่งงอกงามง่าย    การ "นำเพชรมาประดับเรือนแหวน" ในความเป็นจริงเกี่ยวกับคนในมหาวิทยาลัยมหิดล     เป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องหยิบเพชรไปประกอบเรือน     แต่เป็นกิจกรรมสร้างโอกาส เปิดโอกาส  เป็นกิจกรรมของ "คุณอำนวย"      หรืออาจจะเรียกว่าเป็นกิจกรรม "แปลงสินทรัพย์เป็นทุน" ให้เข้ากับยุคสมัย ก็ได้

         สินทรัพย์  - สินทรัพย์ความรู้
         ทุน - ทุนปัญญา    เน้นที่ปัญญาปฏิบัติ
 
          สรุปว่า การค้นพบที่ (ไม่) ยิ่งใหญ่ของผมคือการ สร้าง "กิจกรรมอำนวย" ขึ้นโดยอาศัยกลไกของสภามหาวิทยาลัย     ซึ่งไม่ใช่กลไกบริหารงาน     แต่เป็นกลไกจุดประกาย และเอื้ออำนวยนั่นเอง

วิจารณ์ พานิช
๒๐ กค. ๔๙
          สรุปว่า การค้นพบที่ (ไม่) ยิ่งใหญ่ของผมคือการ สร้าง "กิจกรรมอำนวย" ขึ้นโดยอาศัยกลไกของสภามหาวิทยาลัย     ซึ่งไม่ใช่กลไกบริหารงาน     แต่เป็นกลไกจุดประกาย และเอื้ออำนวยนั่นเอง

วิจารณ์ พานิช
๒๐ กค. ๔๙