เวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้  ระดับปฐมวัย ณ โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์
วันที่  ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๙ เวลา ๑๓.๐๐ น.
หัวเรื่อง  เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการจัดประสบการณ์เด็กปฐมวัย
สิ่งที่ได้จากกิจกรรม เรื่องเล่าเร้าพลัง โดยให้เล่าเรื่อง หรือสิ่งที่ทำแล้วมีความภูมิใจที่เกิดสิ่งเร้านั้นกับเด็ก
อ. กัญญาภัต  เลิศวิเชียรศรี (แหม่ม)  เรื่อง  การสร้างเสริมวินัย และพฤติกรรมที่ดี โดยใช้เพล่ง ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมนั้น เช่น เด็กเด็กไม่คุยเสียง จงรีบลงนั่ง ตั้งใจฟังคุณครู  เป็นต้น และจะใช้เพลงเหล่านี้เป็นประจำ จนเกิดวินัยและพฤติกรรมในทางที่ดีที่นักเรียนควรปฏิบัติเพื่อเป็นคนดี
อ.สุนันทา  ทิพย์พิทักษ์  ฝึกจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการใช้กล้ามเนื้อเล็ก การแก้ปัญหา โดยใช้กิจกรรมวาดภาพ โดยเริ่มจากเส้น และสี  ให้เทคนิคใช้เส้นและสีวาดจากง่ายๆและใกล้ตัวเด็ก โดยมีได้กำหนดเรื่องหรือภาพ  เมื่อนำผลงานมาส่ง ให้นักเรียนพูดให้ฟังว่า วาดอะไร และครูต้องเปิดใจกว้างในความคิดและผลงานที่เด็กวาด แล้วจึงค่อยแนะเพิ่มเติมแต่งภาพ โดยใช้วิธีการเช่น ถามว่า หากเราเติม ส่วนนี้ จะได้ไหม แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับภาพนี้   ผลที่ได้ เด็กสนุกกับการเรียน  มีความคิดสร้างสรรค์ และอธิบายผลงานของตนเองได้
อ.สมศรี     ฝึกการเข้าแถว  เดินแถว  ระเบียบ  การคาดคะเน  การเปรียบเทียบ การเรียงลำดับก่อนหลัง  โดยใช้การบอกสัญญาณ และข้อตกลง เมื่อได้เสียงไม้ป๊อกแป๊ก ให้เข้าแถวต่อหน้าครู โดยจับไหล่คนข้างหน้า  สอนให้สังเกต ปลายเท้าของตนเอง ตรงกับสันเท้าคนข้างหน้า  การเดินตรง ทรงให้ฝึกเดินกับพื้นตัวหนอนการวิธีการนี้ ท่านผู้อำนวยการสถานศึกษาตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเด็กจึงรู้ว่าต้องเข้าแถวที่ใด แล้วทำไมไม่ชนกัน ยังสามารถเข้าแถวได้รวดเร็วแสดงว่า เด็กต้องรู้จักสังเกต แยกแยะ จัดหมู่ เรียงลำดับได้ สรุปได้ไหมว่า เด็กอนุบาล ๑ สามารถวิเคราะห์ได้
อ.วาสนา  หลอดทอง  เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  โดยวิธี ในสัปดาห์ที่ ๑ ปล่อยอิสระ ไม่แนะนำหรือตักเตือนสิ่งใด คอยดูแลความปลอดภัยใหักับเด็ก สัปดาห์ที่ ๒ เริ่ม สอนและแนะนำ สิ่งที่ควรปฏิบัติพร้อมให้ค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการให้รางวัลหรือชมเชย คนที่ทำได้และทำความดีอีกทั้งรับฟังข้อตกลงที่ผู้ปกครองต้องการให้ปฏิบัติกับเด็กเป็นรายกรณี
อ.นิรมล   มังคละคุปต์ ฝึกมารยาทไหว้แบบต่างๆ  จุดประสงค์ในการทำเรื่องนี้ เพื่อ ให้เด็กรู้จักทักทาย การไหว้ที่สวยงามตามแบบอย่าง  โดยใช้เพลงประกอบท่าทาง ในตอนเช้าของกิจกรรมหน้าเสาธง เช่น เพลง " สวัสดีคุณครูทุกท่าน   สวัสดีเพื่อนเพื่อนทุกคน สวัสดีเพื่อนที่รักหน้ามน สวัสดึทุกคน  เมื่อพบกันเอย"  แล้วให้แสดงท่าทางประกอบ จากนั้นแนะและเน้นการไหว้ที่ถูกต้องสวยงามตามมารยาทและวัฒนธรรมของไทย การกราบพระก่อนนอน  และครูต้องทักทายเด็กก่อน จนเมื่อเด็กกล้าแล้วจะทักทายทุกคนที่รู้จักด้วยการไหว้  กำชับให้ไหว้พ่อแม่ทุกเช้าก่อนมาโรงเรียนและเย็นเมื่อกลับถึงบ้าน จนผู้ปกครองและญาติๆของนักเรียนที่ได้พบเห็นออกปากชมว่า ลูกหลาน ที่ไม่เคยทักทายด้วยการไหว้ สามารถทักทายและไหว้ได้สวยมาก
อ.จำปา   พัฒนาสิงห์  ฝึกให้เด็กกล้าแสดงออก เน้นครูเป็นที่ปรึกษา โดยการทักทายเด็กทุกคนทุกเช้า แล้วให้พูดในตอนเช้าเล่าเรื่องราวใดๆ ที่หน้าห้องโดยเริ่มจากครูเล่านิทานให้ฟังก่อน ในวันต่อๆมา เริ่มถามเด็กว่ามีใครอยากเล่าอะไรบ้างไหม และพยายามชักชวนให้นักเรียนค่อยเริ่มเล่า ปฏิบัติเช่นนี้ทุกวันอ.แดง ฝึกด้านต่างๆ โดยใช้คำคล้องจองและเพลงประกอบท่าทาง เช่น "ฉันมีหัวใจเล็กๆ  ในใจฉัน ในใจฉัน ฉันมีหัวใจเล็กๆ จะทำดี จะทำดี " เพื่อรวบรวมสมาธิก่อนร่วมกิจกรรมอื่นๆต่อไป  นำไปใช้ในการแนะนำตนเอง และเพื่อนๆได้ดี
อ.สุนทรี  คงเกิดผล   สร้างจิตนาการ ความคิด ของเด็ก โดยการพับกระดาษเล่านิทาน เช่น จะให้นักเรียนนพับหัวช้าง จะทดลองพับ แล้วนำการพับแต่ละครั้ง มาสร้างนิทาน ขณะที่เล่าเมื่อกระดาษที่พับพอจะเป็นรูปร่างบ้างก็จะถามว่า กระดาษที่พับนั้นคล้ายอะไร ให้นักเรียนตอบ เช่นคล้ายภูเขา ก็จะถามว่า เราจะขึ้นเขาได้อย่างไร  ซึ่งวิธีการนี้ คณะที่นั่งฟัง เห็นว่าเป็นเทคนิควิธีการที่ดี
อ.ปราณีต  แตงรัตนา   สร้างสมาธิ การรู้จักฟัง โดยในช่วงเวลาก่อนนอนตอนบ่ายของเด็ก จะสวดมนต์นำ แล้วให้เด็กกล่าวตาม โดยใช้บทสวดคาถาชินบัญชร ทุกวัน  โดยเน้นให้เด็กกล่าวตาม จนสมาธินิ่ง และหลับในที่สุด จากการใช้วิธีนี้ ทำให้ผู้ปกครองชื่นชมที่ลูกหลานสามารถสวดคาถาชินบัญชรได้ ซึ่งผู้ปกครองยังไม่สามารถสวดได้จนจบ
อ.จินตนา  ยงยุทธ   ฝึกให้พูดจนเป็นนิสัยกับคำว่า " ขอบคุณ สวัสดี ขอโทษ"  โดยใช้เกมลูกบอลสี กำหนดให้สีขาว เท่ากับ สวัสดีครับ/ค่ะ  สีเขียวเท่ากับ ขอบคุณครับ/ค่ะ สีแดงเท่ากับขอโทษ  เริ่มจากวันแรกๆให้นั่งล้อมวง  ใช้บอลสีขาว เมื่อคนใดได้รับบอลสีขาวให้กล่าวคำว่า " สวัสดีค่ะ/ครับ " เมื่อผ่านไปเด็กสามารถกล่าวได้ในชีวิตจริงบ้างแล้ว ก็เปลี่ยนบอล จนครบ สามสี  จากนั้น ในครั้งต่อๆไป จะใช้บอลครํ้งละ ๒ - ๓ สี พร้อมๆกัน
ข้อสรุป เทคนิค
๑. คำคล้องจอง และเพลงประกอบท่าทาง
๒.เล่านิทาน
๓.พับกระดาษเล่าเรื่อง
๔.ฝึกตั้งคำถาม
๕.การวาดภาพ
๖.ฝึกคิดจินตนาการ
๗.การสาธิต ฝึกปฏิบัติ
๘.การสวดคาถาชินบัญชร
๙.ฝึกเล่าเหตุการณ์
๑๐.การให้ความรัก
สื่อที่ใช้
๑.กระดาษและสี
๒.ไม้ป๊อกแป๊ก
๓.บทสวดคาถาชินบัญชร
๔.ลูกบอล