วอนภารกิจต่างๆเข้ามาหาครูผู้สอนมาก ไม่ได้ค้นพบประสิทธิภาพของการเรียนการสอนของตนเอง จนต้องตั้งความสำคัญอยู่ที่นักเรียนที่เป็นผลิตผล โดยไม่ได้มุ่งหวังเอาเป็นเอาตายจากการสอบครั้งนี้

ถึงเวลาอีกครั้งหนึ่งแล้วที่ต้องออกข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549

ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ  จะดำเนินการวัดผลนักเรียนมี 2 ฉบับที่เรียกว่าภาคความรู้ 

ในวิชาภาษาอังกฤษเน้นทักษะในเรื่องภาษาเพื่อการสื่อสารและความเข้าใจภาษา

ให้สิทธิครูผู้สอนว่า  จะออกข้อสอบน้ำหนักเน้นอะไร  มีจำนวน ทั้งสิ้น 40 ข้อ  ไม่มีความเครียดในนักเรียน  เพราะครูเก็บคะแนนระหว่างภาคเรียนมาแล้วตลอดภาคเรียน  ด้วยผลงานนักเรียนเสียส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80

นักเรียนร้อยละ 70 เท่านั้นที่ให้ความร่วมมือ  เนื่องจากภารกิจที่นักเรียนมีต่อทุกๆวิชานั้นมากมาย  ดังนั้นครูผู้สอนต้องหาวิธีการเก็บคะแนนให้สอดคล้องกับเนื้อหาและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ  ฟัง พูด อ่าน และเขียน

ดังนั้นสุดท้ายมาจบที่การสอบปลายภาคเรียนด้วยคะแนน  เพียงร้อยละ 20 

ข้อสอบที่ออกในแต่ละปีการศึกษาเปลี่ยนไป  หมายถึง  ครูผู้สอนออกข้อสอบใหม่ทุกครั้ง  เพราะกลุ่มนักเรียนที่สอบนั้นเปลี่ยนไปทุกปี  ที่มีความพร้อมทางการเรียนภาษาอังกฤษแตกต่างกัน

ไม่มีอคติในการออกข้อสอบ  แต่ไม่มีเวลาในการหาค่าของความยากง่าย  คิดไว้ว่าจะทำทุกปีการศึกษา  แต่ไม่มีเวลาเลย 

วอนภารกิจต่างๆเข้ามาหาครูผู้สอนมาก  ไม่ได้ค้นพบประสิทธิภาพของการเรียนการสอนของตนเอง  จนต้องตั้งความสำคัญอยู่ที่นักเรียนที่เป็นผลิตผล  โดยไม่ได้มุ่งหวังเอาเป็นเอาตายจากการสอบครั้งนี้

วัดอะไรได้จากนักเรียน  เป็นคำถามให้กับครูผู้สอนทุกครั้ง  ได้ความรู้  ได้ทักษะ นั่นคือตามทฤษฎี

ไม่มีใครถูก  ไม่มีใครผิด  ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมต่างหาก  เหมือนกับเชิญชวนให้ครูภาษาอังกฤษทดสอบความรู้และทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ 100 ข้อ  ซึ่งในเนื้อหาของข้อสอบนั้น  วัดอะไร  นับประสาอะไร  จะมาวัดกับนักเรียนที่ไม่รู้อะไร  ให้รู้อะไรได้อย่างไร