กว่าจะเขียนบันทึกนี้ก็ผ่านไปแล้วเกือบเดือนเลยค่ะ  เพราะไม่ค่อยมีเวลา(ใกล้ฤดูกาลสอบแล้วนี่คะ) พอมีโอกาสแล้ว ก็เข้ามาเขียนให้อ่านและแสดงความคิดเห็นกันค่ะ

     เนื่องจากดิฉันได้มีโอกาสได้อ่านบทความของ คุณไมเคิล ไรท "ฝรั่งมองไทย" เรื่องประจำสัปดาห์คือ"เราบัญญัติศัพท์กันดีไหม Can We Find a New Word?" ในหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 18-24 สิงหาคม 2549 ปีที่ 26 ฉบับ 1357 ได้กล่าวถึงคำว่า Power และ Authority ว่าหมายถึงอำนาจเหมือนกัน แต่ให้เเง่ที่มาต่างกันซึ่งเป็นประเด็นที่เขาได้ให้คำอธิบายอย่างน่าสนใจ จึงนำมาเสนอค่ะ

     คำว่า Power และ Authority เป็นคำสับที่คนส่วนใหญ่ทราบกันดีในความหมายภาษาไทยว่า อำนาจ แต่ว่าใช้มักใช้ไม่ค่อยจะถูกต้องตามความหมายที่แท้จริงของถ้อยคำภาษาอังกฤษและเป็นปัญหาในการตีความถ้อยคำของกฎหมายอีกด้วยค่ะ

     คุณไมเคิล ไรท ได้ให้ความหมายคำศัพท์ Power และ Authority ว่าแปลว่า อำนาจในภาษาไทยก็จริง แต่ก็ไม่ได้แยกความหมายให้ชัดเจนว่าคำทั้งสองแท้ที่จริงแล้วมีนัยที่ต่างกันและตามที่อ่านความแตกต่างของถ้อยคำศัพท์ทั้งสองจากบทความดังกล่าวพอสรุปความต่างได้ดังนี้

    " Power หมายถึงอำนาจ แต่เป็นพลังรุนแรงจากเบื้องบนที่อันตราย ในขณะที่ Authority เป็นพลังเชื่องที่เกิดจากการตกลงระหว่างคนเสมอภาคด้วยความเคารพจึงไม่มีพิษมีภัย

     Power เป็นเรื่องการบังคับ Authority เป็นเรื่องของความสมัคร และระบบการปกครองใหม่(เช่น เสรีประชาธิปไตย) ย่อมใช้ Authority มากกว่า Power"

     นอกจากนี้คุณไมเคิล ไรท ยังได้แยกความแตกต่างทางความหมายของถ้อยคำระหว่างคำว่า Authority ,Power และ อำนาจ ไว้อีกว่า

     "Power หมายถึงพลังดิบไม่มีขอบเขต ไม่รู้จักดีชั่ว ในโลกธรรมชาติ Power of Nature อาจจะถนอมมนุษยชาติให้อยู่เย็นเป็นสุขในระยะหนึ่ง แล้วอีกระยะหนึ่งเผาผลาญมนุษยชาติด้วยแผ่นดินไหว ภูเขาไฟ แล้ง ท่วม หรือโรคภัยไข้เจ็บ ว่าง่ายๆ Power ไม่รับผิดชอบเพราะไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ใครที่ไหนจะทักท้วงพลังภูเขาไฟ? ในโลกการเมืองมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ผู้เผด็จการอาจจะใช้ Power ของท่านบำรุงเมืองได้ หรืออาจจะเผาผลาญประชาชน..."

     "Authority ไม่มีในโลกธรรมชาติ...แต่มีเฉพาะในโลกมนุษย์คือสังคมและการเมือง Authority คืออำนาจชนิดที่ได้รับมอบจากสังคมจึงมีขอบเขตจำกัดและดำรงได้เพียงตราบเท่าที่สังคมยินยอม...ยกตัวอย่างเช่น ตำรวจมี Authority คุมการจราจร  ไม่ใช่เพราะฟ้าบันดาลแต่เพราะคนขับขี่เห็นดีด้วย หากไม่มีกฎและเจ้าหน้าที่ควบคุมแล้วรถราจะเดินไม่ได้เลย

     ในระบบเสรีประชาธิปไตย การปกครองทั้งหมดอยู่ใต้เงื่อนไขคล้ายๆกัน คือหากรัฐบาลจะมี Authority ปกครองบ้านเมืองก็จำเป็นจะต้องได้รับความเห็นชอบและความร่วมมือของสังคมโดยทั่วไปในโลกปัจจุบัน..."

     "อำนาจ ดูจากรูปศัพท์แล้วน่าจะมาจากภาษาเขมรโบราณ...เท่าที่ทราบเขมรโบราณมีระบบการปกครองแบบเทวราช ซึ่งหมายความว่าอำนาจการปกครองของรัฐเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เป็นมติสวรรค์มาจากเบื้องบน...ดังนี้น่าเชื่อว่า ในภาษาเขมรโบราณคำ"อำนาจ"หมายถึง Power แท้ๆและคงไม่มีความคิดเรื่อง Authority เจือปน 

     ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาสืบทอดอำนาจรัฐต่อเนื่องมาจากพระนครธม(Ankor) แล้วเกิดความขัดแย้ง(หรือประนีประนอม?)ระหว่างคติธรรมราชา(Moral Authority) กับ คติเทวราชา(Divine Power)  อย่างไรก็ตาม ในสังคมโบราณเช่น กรุงศรีอยุธยา Moral Authority ย่อมชนะ Divine Power ได้ยาก

     ในยุคสมัยใหม่(ราวค.ศ. 1850 ขึ้นมา) ชนชั้นปกครองเลือกระบบการปกครองแบบอาณานิคมที่อาศัย Power ล้วนๆแล้วถือว่า Power เป็นที่มาของ Authority ของราชการระบบการเมืองไทยหลัง ค.ศ. 1932 ล้มลุกเพราะคนโดยมากยังเข้าใจ Power ได้ดีกว่าคำว่า Authority ของระบบประชาธิปไตย

     Authority เพิ่งมาเป็นที่สนใจราววันที่ 14 ตุลาคม 1973 แล้วถูกขยี้ในวันที่ 6 ตุลาคม 1976..."

     ตามความเห็นของดิฉัน มีข้อเสนอแนะหนึ่งที่น่าสนใจจากฝรั่งตาน้ำข้าวคนนี้คือ ทำไมประเทศไทยไม่บัญญัติคำนิยามภาษาไทยใหม่เพื่ออธิบายคำว่า Authority กับ Power ซึ่งภาษาไทยเราแปลว่า "อำนาจ"เหมือนกัน ให้เกิดความแตกต่างกัน??? 

     นอกจากจะเป็นประเด็นในเรื่องการใช้และการตีความภาษา ยังเป็นประเด็นที่กระทบถึงการให้และการตีความกฎหมายอีกด้วยว่า อำนาจของนักการเมือง(โดยเฉพาะผู้นำประเทศ)มีขอบเขตแค่ไหน??และคำว่าอำนาจ(ภาษาไทย)มีความหมายว่าอะไรกันแน่??เนื่องด้วยคำทั้งสองมีการให้นิยามที่ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีความต่างกันในความหมายภาษาอังกฤษจึงไม่มีปัญหาในการตีความ

     โดยส่วนตัวของดิฉันเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของคุณไรท ค่ะว่าควรจะมีการบัญญัติคำศัพท์ใหม่ให้เกิดความแตกต่างเพื่อให้เกิดความแน่นอนในการใช้และการตีความถ้อยคำไม่ว่าจะอยู่ในบริบทใดๆ เพื่อที่จะป้องการใช้อำนาจ(Power)ในทางที่มิบังควร...อ้างว่าตนมีอำนาจ(Power)ตามกฎหมายที่จะสั่งการและบังคับบัญชาประชาชน ซึ่งควรจะใช้คำว่า Authority มากกว่า เนื่องจากAuthority แปลว่า การใช้อำนาจภายใต้กฎหมายซึ่งมาจากประชาชนมอบให้...  เพื่อไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้ช่องว่างดังกล่าวตีความสร้างอำนาจ(Power)ให้กับตนเองโดยมิชอบ   แม้ว่าถ้อยคำที่เขาเสนอให้ใช้แทนมันจะฟังดูพิลึกก็ตาม..แต่ก็เป็นการกระตุ้นต่อมคิดของเราคนไทยได้ดีทีเดียวค่ะ

      คงจะได้ความกระจ่างขึ้นกับคำศัพท์ Authority กับ Power และอำนาจแถมท้ายมาด้วย แต่นี่เป็นเพียงการมองในแง่หนึ่งเท่านั้นนะคะ ที่ฝรั่งคนหนึ่งมองไทย แต่เขาก็มองได้ไม่เลวเลย แถมมองได้ตรงประเด็นกว่าคนไทยหลายคนอีกค่ะ  ทั้งยังสร้างความกระจ่างให้กับการใช้ถ้อยคำอันสับสนอีกด้วย

     อันที่จริงรายละเอียดมีมากกว่านี้ก็เชิญหาอ่านกันได้ค่ะในหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ฉบับที่ได้กล่าวไปเเล้วข้างต้นค่ะ

     ท้ายที่สุดขอฝาก idiom คำว่า the power behind the throne แปลว่าผู้ที่มีอำนาจที่แท้จริงซึ่งชักใยอยู่เบื้องหลังบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งตนได้ตั้งขึ้นให้อำนาจตามกฎหมายในการปฎิบัติหน้าที่(แท้จริงแล้วไม่มีอำนาจสั่งการใดๆเลย)ในองค์การหรือประเทศ ตัวอย่างประโยค Their patchwork assembly of troops were preparing to take on the real power behind throne, the sinister drug baron who was using the organization as a front. แปลว่า การรวบรวมกองทหารของพวกเขาเป็นการเตรียมที่จะจัดการกับผู้ที่กุมอำนาจชักใยอยู่เบื้องหลังที่แท้จริงคือ บารอนที่ชั่วร้ายผู้ที่ใช้องค์การบังหน้า 

     หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ประโยชน์ดีๆนี้ ไม่มากก็น้อยค่ะ...