ทำบุญวันละน้อย ค่อย ๆ เพิ่มความดี ไม่มีใครล่วงพ้นความแก่ เจ็บ ตาย...ไปได้
ปีนี้อิ่มเอิบใจหลาย  ได้ทั้งลงแรงกาย  แรงเงิน  กระจายแล้วก็รวมใจจากซองกฐินสามัคคี ร่วมใจไทบ้านหนองตูม วังปลาฝา หนองใหญ่  ตำบลบ้านจั่น  อำเภอเมืองอุดรธานี
จนถึงคณะเจ้าภาพหลัก  ประธานฝ่ายฆราวาส  และส่งแรงใจจากชาวโรงพยาบาลสระใคร  สมทบยอดเงินและตั้งโรงทาน  วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา
ปีหนึ่ง ๆ เรารับการบอกบุญกฐินหลายซอง  ซองนี้ของน้อง  ซองนั้นของพี่  ซองโน้นของเจ้านาย  แต่ที่เพื่อนร่วมโรงพยาบาลได้ประจำ คือ ซองจากวัดป่าศรีทน
ด้วยเหตุตำบลบ้านเกิดเมืองนอน  พ่อแม่พี่น้องสืบทอดปฏิบัติเป็นลูกศิษย์ลูกหา  ยาวนานตั้งแต่สมัยหลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร  จนถึงหลวงน้าพิศ  ลูกศิษย์ก้นกุฏิหลวงปู่ เป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
ดังนั้น ทั้งตระกูล จึงมีชื่อตัวเล็ก ๆ เป็นเจ้าภาพร่วมในกฐินสามัคคีต่อเนื่องหลายปี  ตรงเสาร์อาทิตย์เสมอ  ว่างเวลาไว้สำหรับตั้งจิตแจ่มใส  พร้อมจะให้ เป็นโรงทานอาหารแก่แขกมาร่วมงานกฐิน
ปีนี้พี่สาวได้สูตรเด็ดเลือกเมนูใหม่  หมี่กะทิครูแจ๋ว  ไม่ใส่มะขามเปียก  แต่ใส่มะเขือเทศแทน  จะเป็นอย่างไร  อร่อยสู้สูตรโบราณของแม่ได้ไหม

เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จริง ๆ   ปีนี้หมี่กะทิหมดเกลี้ยงแล้ว  ปีหน้าพบกันใหม่  ทำทานวันละนิด  จิตแจ่มใส

ทำบุญวันละน้อย  ค่อย ๆ เพิ่มความดี มีเวลาทำงาน เท่ากับมีเวลาปฏิบัติธรรม
ตลอดเข้าจนออกพรรษาถึงหน้ากฐิน  เป็นช่วงเวลารวมพลังศรัทธาญาติโยม   มากน้อยตามจิตใจที่ใฝ่อยากทำนุบำรุงศาสนา  ละวางความอยากสั่งสมออกจากใจ  และความพร้อมของเศรษฐานะที่จะไม่เดือดร้อน...ถึงภายหน้า
ยิ่งชื่นชมยินดีแบบอย่างวัตรปฏิบัติพระคุณเจ้าได้สนิทใจ  ยิ่งหลั่งไหลศรัทธาแปรเป็นปัจจัย  รวบรวมมอบให้พระคุณเจ้านำไปใช้สอย  ไม่มีหักค่าใช้จ่ายมหรสพคบงัน  ไม่มีค่าจ้างหมอลำวงดนตรี
พิธีการเรียบง่ายถวายต้นเงินเป็นอันเสร็จ  คณะเล็กคณะน้อยที่นำต้นเงินมา  นับเงินเช็คยอดแล้ว ส่งกรรมการกลาง
ต่อเติมกำลังศรัทธาให้ชาวอุดรธานีและใกล้ไกล  ใฝ่อยากทำความดีในอีกรูปแบบหนึ่ง  ปีก่อน ๆ สร้างเมรุ ห้องน้ำ โรงครัว ศาลาพักศพ  ปีนี้ห้องเก็บของที่ศาลาพักศพ
หน้าที่หนึ่งของวัดในฐานะสถาบัน คือ การส่งวิญญาณที่เชื่อว่าตายแล้ว.....ดีทุกคน  ไปสู่สุขคติ
ยังมีลมหายใจ  มีแรงทำงาน  แบ่งเงินแปรเปลี่ยนเป็นบุญ.....ตายแล้วก็เอาไปด้วยไม่ได้  ร่วมก่อสร้างถาวรวัตถุของส่วนรวมไว้ก่อน  เพื่อประกอบพิธีกรรมส่งวิญญาณสู่สุขคติ  ต้องใช้แน่ ๆ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
แล้วค่อยมาใช้ภายหลังแบบประชาธิปไตยเสมอภาคแท้  เกิดมาแล้ว  ไม่มีใครล่วงพ้นความแก่ เจ็บ ตาย...ไปได้