พุทธทำนายความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล

โสภณ เปียสนิท

..............................................

          เย็นย่ำสนธยา ดวงตะวันลับยอดไม้ไปนานแล้ว สายลมหนาวที่บ้านสวนโสภณ โป่งแย้พัฒนาพัดผ่านหน้าบ้านลุงผ่อนจนฝุ่นปลิวเป็นครั้งคราว ลุงผ่อนขยับขาวม้าที่พาดไหล่มาห่อห่มร่างกาย ผมเองใส่เสื้อยืดแขนสั้นแม้รู้สึกหนาวเย็นแต่ยังพอทน  ควันไฟยังลอยเคว้งคว้างตามแรงลมโยกไปย้ายมาตามปกติ ข่าวคราวน้ำท่วมกรุงเทพฯ ดังแว่วมาจากวิทยุที่เปิดไว้หลังบ้าน เหมือนลุงให้ความสนใจข่าวสารบ้านเมืองเป็นระยะ

 

          เห็นลุงเงียบไปนาน จึงถามขึ้นขณะสายตามองแน่วนิ่งไปที่กองไฟ “แล้วข้อต่อไปเป็นอย่างไร” ลุงเหมือนอยู่ในภวังค์ เร่งรวบรวมความคิดให้กลับคืน “เอ..ถึงข้อไหนแล้ว” ลุงถามเอาแบบดื้อเพราะลืมว่าพูดไปถึงข้อไหน “ข้อ4 ครับลุง” ลุงยิ้มกว้าง ดีใจที่จับเรื่องราวได้แล้ว “ทรงสุบินว่าผู้คนไม่ใช้วัวตัวใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรงเทียมแอกลากเกวียน กลับไปใช้โครุ่นๆ ที่ยังปราศจากกำลังมาลาก เมื่อมันลากเกวียนให้แล่นไมได้ มันก็สลัดแอกนั้นเสีย” “ใช้วัวตัวเล็กมันก็ลากไม่ไหวซิลุง” ผมนึกภาพเกวียนบรรทุกอ้อยของอินเดียที่บรรทุกอ้อยเสียเต็มท่วมหัวคนขับเกวียน “ลุงก็เห็นจริงอย่างเอ็งว่า” “แล้วพระพุทธองค์พยากรณ์ว่าอย่างไรครับ” “พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในภายหน้า เมื่อผู้มีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม แทนที่จะยกย่อง และ มอบหมายหน้าที่ให้กับผู้มีสติปัญญาความรู้ กลับไปมอบยศศักดิ์ให้กับคนหนุ่มที่อ่อนหัด ด้อยประสบการณ์ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดี...”

 

นึกแล้วเห็นจริงตามพยากรณ์ ปีนี้2554 เลยกึ่งพุทธกาลมา 54 ปี บ้านเมืองของเรา มีเค้าลางของความเป็นจริงอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ในความคิดของคุณผู้อ่านเห็นเป็นอย่างไร ช่างน่าพิจารณายิ่งนัก “เอ็งเห็นเป็นอย่างไร” ลุงถามโดยผมไม่ทันตั้งตัว “คือ...มันมีเค้าของความเป็นจริงอยู่เหมือนกันนาลุง” ผมตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “ตรงข้ามกับลุงเลย” ลุงทำหน้าไม่เห็นด้วย “ยังไงครับ” ผมทำหน้าไม่รู้เรื่อง “ดูข่าวการปกครองตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ไปจนถึงระดับสูงสุด ทะเลาะกัน ฆ่ากันตาย เพราะขัดผลประโยชน์ แบ่งพรรคแบ่งพวก นี่มันตรงเป๊ะเชียวนาเอ็ง” สีหน้ามั่นใจ

 

“ต่อข้อ5 เลยดีกว่าครับลุง” ผมเห็นจริงตามลุงว่า แต่อยากฟังข้อต่อไปมากกว่า “พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงฝันว่าเห็นม้าตัวหนึ่งมีปากสองข้าง ฝูงชนเอาหญ้าไปป้อนที่ปากทั้งสองข้าง มันก็กินทั้งสองข้าง” “ม้าสองปาก ไม่เคยเห็นนี่ครับ” “ข้าก็ไม่เคยเห็นเหมือนเอ็งว่านั่นแหละ แต่ได้ยินได้อ่านก็จากพระสูตรนี่แหละ” “แล้วคำพยากรณ์เล่าครับ” “พระองค์ทรงตอบว่า ในอนาคตเมื่อผู้บริหาร หรือ ผู้มีอำนาจไม่ดำรงอยู่ในธรรม ตั้งคนพาล หรือคนไม่มีศีลธรรมไว้ในตำแหน่งอันมีผลต่อผู้อื่น คนเหล่านั้นก็จะไม่นึกถึงบาปบุญคุณโทษ แต่จะตัดสินคดีต่างๆ ตามแต่ใจชอบ โดยเอาสินบนจากทั้งสองฝ่ายเป็นประมาณ” “ม้าสองปาก รับสินบนสองฝ่าย” ผมทบทวนเบาๆ คิดหาความเชื่อมโยง ลุงตอบมาทันที “ใช่ ม้ากินได้สองปาก คนที่อยู่ในวงการยุติธรรม รับเงินทั้งฝ่ายโจทย์และจำเลย” “อย่างนี้ก็ยุ่งซิลุง” “ก็ใช่นะซิ แล้วเอ็งเห็นว่าปัจจุบันเป็นไปตามนี้หรือไม่” ผมนิ่งคิด ไม่อยากตอบ ตามคติ “พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง” ทั้งที่ในใจคล้อยตามลุงไปหลายช่วงตัว

ขอยืมภาพมาจากเน็ทนะครับ (หยวนๆ)