น้ำท่วม

จากประสบการณ์น้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ทั้งที่บ้าน(เช่า) และที่ทำงาน(โรงเรียนวัดกระโจมทอง) ทำให้ต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจเมื่อใกล้ถึงฤดูน้ำหลาก

ประการแรก หารือเพื่อนร่วมงานว่าเราน่าจะสอบเก็บคะแนนระหว่างภาคตั้งแต่ต้น เพื่อจะได้ไม่เจอภาวะคับขันหากน้ำท่วมโรงเรียน และหากสอบแล้ว เราก็จะยังมีการเรียนการสอนต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะปิดภาคเรียน ได้ข้อสรุปว่าเราจะดำเนินการสอบในระหว่างวันที่ ๕ - ๙ กันยายน

ประการที่สอง เมื่อน้ำเริ่มท่วมบ้านใกล้เคียง(บ้านเจ้าของบ้านที่เช่าอยู่) ก็หลบไปอยู่ที่บ้านต้วเองที่งหวัดปทุมธานี เพื่อให้เจ้าของบ้านได้ใช้พื้นที่ที่บ้านที่เราเช่าอยู่ ในการขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน เราต้องขับรถไป-กลับวันละร่วม ๒๐๐ กม. แต่ไม่เป็นไร สู้ไหว

ประการที่สาม เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก เราเตรียมย้ายข้าวของจากห้องเรียนอนุบาลซึ่งอยู่ชั้นล่าง ขึ้นไปจัดไว้ชั้นบน จัดห้องอย่างเรียบร้อย พร้อมใช้ในวันที่ ๑๓ กันยายน และมีแผนว่าจะถอดบานประตูไม้ออกเก็บ เพราะถ้าน้ำท่วมประตูจะเสียหาย โดยจะถอดเก็บในวันที่ ๑๔ กันยายน

แต่แล้ว.... น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนในคืนวันที่ ๑๓ กันยายน เรามาถึงโรงเรียนตอนเช้าได้พบกับน้ำท่วมโรงเรียน เต็ม ๑๐๐ % ของพื้นที่ ในระดับประมาณ ๑.๕๐ เมตร

นับแต่วันนั้น น้ำไม่หยุดการเพิ่มระดับเลย เมื่อน้ำท่วมใกล้ถึงชั้นสอง เราก็ช่วยกันย้ายของที่อยู่ชั้นสองขึ้นบนโต๊ะ สูงที่สุดแล้วนะ แล้วก็ต้องปล่อย เพราะน้ำท่วมต่อเนื่องจนสูงกว่าชั้นสองร่วม ๑ เมตร

บัดนี้ พื้นไม้ของอาคารหลังนี้ถูกน้ำดันตัวขึ้น เสียรูปทรง สภาพห้องต่างๆ ดูไม่ได้

ที่บ้านเช่า ต้องยกให้เจ้าของบ้านอพยพมาอยู่ เพราะน้ำท่วมบ้านของเขาในระดับกว่า ๑ เมตรจากชั้นสอง บ้านที่เราเช่าอยู่ ค่อนข้างสูง เหลืออีก ๓ ขั้นบันไดจะถึงชั้นสอง

เราไปกลับทุกวันจนหมดปัญญา เพราะในที่สุด น้ำท่วมถนนในระดับสูงมากจนรถผ่านไม่ได้เป็นระยะทางนับสิบกิโลเมตร

ยิ่งไปกว่านั้น บ้านที่ปทุมธานี ที่เราหนีน้ำไปจากอยุธยาก็ถูกน้ำท่วมไปด้วย

ทุกวันนี้ หากจะไปไหน ต้องพายเรือออกไป ผลดีก็คือ ได้ออกกำลังกายทุกวัน แม้จะเหนื่อย ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว แต่ก็ได้กำลัง

ทุกวันนี้ ไปไหนไม่ได้ไกล รอวันน้ำลด จะกลับอยุธยา คิดถึงหลานน้อยๆ ที่อยู่กับคนเลี้ยง คิดถึงโรงเรียน คิดถึงเด็กๆ คิดถึงคุณครู ภารโรง ชาวบ้าน และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยุธยา

ณ วันนี้ มีแต่ความกังวลอยู่เบื้องหน้า โรงเรียนเล็กๆของเราจะเป็นอย่างไร เรากับครูอีกสองคน ภารโรงก็ปลดเกษียณไปเมื่อ ๓๐ กันยายนนี้เอง เด็กๆก็มีแต่ตัวเล็กๆ เพียงแค่ ๓๔ คน เราจะหาเงิน/หาแรงที่ไหนมาบูรณะโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม ขอให้น้ำลดเร็วๆ เราจะได้กลับอยุธยาเสียที