การเลือกใช้คำให้ตรงตามการสื่อสาร

แบบทดสอบที่ ๓ให้นักเรียนแต่ละคนตอบ (ตามเลขที่ของตนเอง)  

๑.การใช้คำให้ตรงความหมาย

เลขที่

ประโยค

คำศัพท์ ๑

คำศัพท์ ๒

ความหมาย

ประเทศไทยสามารถผ่าน.............

ต่างๆมาได้

วิกฤตการณ์

สถาณการณ์

 

แม้ผมจะออกจากราชการแล้ว ก็ยัง

พอมี...................อยู่บ้าง

บุญญาธิการ

บารมี

 

เขามี...............จะต้องชำระหนี้

พันธกิจ

กรณียกิจ

 

เขามีอาการ.....แล้วก็สิ้นใจ

กระสับกระส่าย

ทุรนทุราย

 

หล่อนงามเหมือนเทพธิดามา....

           -

จุติ

 

นักร้องหนุ่มร้องเพลงเสียง.......

นกการเวก

หวานปาน

ปาน

 

นักเรียนถูกครู.............

ซักถาม,สอบถาม

ซักฟอก

 

๒.การใช้คำซ้อนที่มีเสียงใกล้เคียงกัน

เขา.......ปิดบังความจริง

จงใจ

ตั้งใจ

 

ทำอะไร.......ไม่ทันกิน

เก้งก้าง

งุ่มง่าม

 

๑๐

เธอมองดู......กิริยาของเด็กหนุ่มอย่างสนใจ

ท่วงที

ท่วงท่า

 

๑๑

เพียงแต่ตวาดทีเดียวสุนัขมันก็.....

ขวัญหาย

ขวัญบิน

 

๑๒

แสงตะเกียง.......

วับแวม

วอมแวม

 

๑๓

พอเจ้าของเผลอมันก็......ข้าวของไป

ฉกฉวย

ฉกชิง

 

๑๔

หมู่บ้านนี้มีผู้คน..........มาก

หนาแน่น

แน่นหนา

 

๑๕

เสียงหัวเราะของเขา.....

ครึกโครม

ครื้นเครง

 

๑๖

วันนี้ยุง......มาก

ชุกชุม

ชุม

 

๑๗

เขาเล่าเรื่องโดยไม่.........

ปิดบัง

ปกปิด

 

๑๘

เวลา.......จึงต้องตัดสินใจโทรศัพท์

จวนแจ

จวนเจียน

 

๓.การใช้คำบอกอาการหรือใช้คำขยาย

๑๙

สาวๆบ้านนี้จะลุกจะนั่ง......ไม่เรียบร้อย

เกะกะเก้งก้าง

กะผลุบกะผลับ

...........................................................

...........................................................

๒๐

เธอร้องให้.......อยู่ข้างๆสามี

โยเย

ฟูมฟาย

กระซิกๆ

...........................................................

..........................................................

..........................................................

๒๑

 

 

มะม่วงสุก.......คาขั้วกินไม่อร่อย

งอม

หง่อม

..........................................................

 

เลขที่

ประโยค

คำบอกอาการ

คำที่ผิดควรนำไปใช้กับเหตุการณ์ใด

๒๒

ลูกสุนัขยังไม่ลืมตาคลาน....อยู่ข้างๆแม่ของมัน

ยั้วเยี้ย

ป้วนเปี้ยน

............................................................

...........................................................

๒๓

เขามีท่าทาง......เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวสวย

เงอะงะ

เด๋อด๋า

...........................................................

...........................................................

 

๔. การใช้คำไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

                ก.ใช้คำผิดกาละ .....................................................................................................................

เลขที่

คำพรรณนาหรือคำบรรยาย

ข้อความที่บอกกาลถูกต้องถูกต้อง

๒๔

ในยามเช้าตรู่ ฝูงค้างคาวแม่ไก่จะพากันบินกรูออกจากถ้ำ

 

๒๕

ดอกมะลิบานในเวลาเช้าตรู่ แลขาวโพลนไปตั้งต้น

 

๒๖

น้ำค้างเกาะค้างบนใบหญ้า เมื่อต้องแสงจันทร์ก็ทอแสงเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชร

 

                ข.ใช้คำผิดเทศะ การพรรณนาผิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่

 

คำพรรณนาหรือคำบรรยาย

ข้อความที่ใช้คำถูกต้อง

๒๗

ในที่สุดหลังจากการเดินทางอันลำบากยิ่งแล้ว

เราก็มาถึงศูนย์การค้ากลางกรุงในเวลาใกล้ค่ำ

 

๒๘

เด็กๆใช้สวิงช้อนจับปลาในคลองข้างบ้าน มีทั้ง

ปลาเข็ม ปลาสอด ปลาหมอ ปลากระเบน และปลาหมึก

 

๒๙

แนวปะการังจะเจริญเติบโต และมีอยู่เฉพาะน่านน้ำเขตหนาวของโลกเท่านั้น

 

                ค. ใช้คำผิดกลุ่ม......................................................................................................................

เลขที่

ข้อความที่ใช้ผิดกลุ่ม

ข้อความที่แก้ไข ,เหตุผล

๓๐

“เพื่อนหญิงของพี่สาวคนตัวสูงๆหล่อๆคนนั้นหรือที่กำลังจะแต่งงาน”

 

๓๑

เขาเป็นชายหนุ่มที่ไร้ค่าเหมือนดอกหญ้า

 

                ง. ใช้คำผิดพจน์.....................................................................................................................

๓๒

แมวตกลูกครอกนี้ตัวเดียว

 

๓๓

ตำรวจยิงกราดไป ๑ นัด

 

๓๔

นายดำ แจ้งตำรวจว่า ถูกนายขาวรุมทำร้าย

 

 

                จ.ใช้คำผิดแผกไปจากปกติ  พรรณนาให้ผิดแปลกไปจากความปกติที่มีอยู่

เลขที่

ข้อความ

ข้อความที่แก้ไข ,เหตุผล

๓๕

ที่นี่ . มะเขือเทศที่ยังไม่สุกจะเป็นสีเขียวงดงามกว่าที่ใด

 

๓๖

เขาเป็นคนแก่ ผมหงอก ผิวหนังเหี่ยวย่น ดูแปลกตา

 

๓๗

ถ้าใครมาชมทิวทัศน์ของหาดสงขลาในยามรุ่งอรุณจะเห็นว่าสวยงามกว่ายามใด

 

          ๕. การใช้คำให้ถูกตามลักษณะภาษาไทย ได้แก่คำลักษณะนาม คำอาการนาม และคำบุพบท

                ๕.๑ การใช้ลักษณะนาม  ไม่ใช้  ไม่แน่ใจ  ใช้ผิด

เลขที่

ข้อความ

แก้ไขใช้ลักษณะนามถูกต้อง

๓๘

ห้าโจรปล้นรถเมล์ถูกตำรวจจับแล้ว

 

๓๙

ผมมองปัญหาการขายยางพาราของรัฐบาลไทยอย่างคนภายนอกและความประสงค์อีกอันหนึ่งคือ ต้องการวิจารณ์นักเลือกตั้งทั้งหลาย

 

๔๐

บริษัทจะเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ ..รถตัวนี้มีสมรรถนะสูง

 

๔๑

กระเป๋าลูกนี้ไม่หนัก

 

๔๒

เขาอาศัยอยู่ในบ้านเคลื่อนที่หลังนั้นมาเป็นเวลานานแล้ว

 

                ๕.๒ การใช้คำอาการนาม   การ และ ความ

๔๓

.............ตายของเขาน่าจะมีเบื้องหลัง

 

.............รู้มากเห็นมากทำให้คนฉลาดขึ้น

 

ทุกคนย่อมหนี..................ตายไม่พ้น

 

...............เข้าใจเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งที่ควรยกย่อง

 

๔๔

คนมี............รู้ได้รับ...........ยกย่อง

 

................คิดเป็นขบวนการจัดข้อเท็จจริงของเรื่องราว

 

เรื่องนี้ต้องทำ.................เข้าใจให้ดี

ใช้คำจากเหตุการณ์ ต่อไปนี้เพื่อแสดงความรู้สึกที่ชัดขึ้น

๔๕

การดู เช่น

 เพ่ง พินิจ

การเห็น

 

การได้ยิน

 

การได้กลิ่น

 

สัมผัสด้วยลิ้น    จืดชืด

เค็ม............ ขม........... ฝาด.............. เปรี้ยว...........

 

แบบทดสอบที่ ๔

๕.๓ การใช้คำบุพบท การใช้คำนำหน้าคำนาม หรือคำทำหน้าที่อย่างนาม

ที่

ข้อความ

คำบุพบท

แม่ให้เงิน..........................น้อง

แก่   , แด่

ผู้ที่มีฐานะกัน

ผู้ที่เรานับถือ

เขาบริจาคเงิน................มูลนิธิ

พ่อถวายอาหาร...................พระสงฆ์

อาจารย์ใหญ่มอบช่อดอกไม้................ครูอาวุโส

ที่

ข้อความ

คำบุพบท

ประทุษร้าย...........มิตร

แก่  ใช้กับสำนวน

เห็น............บ้านเมือง

ควร..........ความผิด

เขียน.................ปากกา

ด้วย ,  กับ 

นำหน้านามเพื่อให้รู้ว่านามนั้นอาศัยกริยา

ดู...................กล้องจุลทรรศน์

ได้ยิน.................หู

ไปตลาด..............แม่

หนังสือ.................. เพื่อน

ของ  นำหน้านามที่เป็นเจ้าของ

แห่ง นำหน้านามที่เป็นนามธรรม

สมุด................ฉัน

พระราชนิพนธ์..................พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ความตาย.....................บิดา

สภาพัฒนา................ชาติ

ธนาคาร....................ประเทศไทย

ฉันวิ่ง.............บ้าน

จาก , แต่ ใช้นำหน้าคำนามที่หมายถึงแหล่งเดิม

สิ่งที่ยังต่อเชื่อมกับแหล่งที่มาใช้แต่

ถนนสายนี้ตัดมา.................จังหวัดนครศรีธรรมราช

เขามา..................ต่างจังหวัด

สุนัขตัวนี้ซื้อมา...............ต่างประเทศ  (รวยมาก)

แม่น้ำเพชรบุรีไหลมา.................. แต่จังหวัดนครราชสีมา

น้ำตกมา................ภูเขา , ฉันลงมา................ภูเขา

๖.

ทำงาน......................ลูก

เพื่อ , เผื่อ , สำหรับ

ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นสาเหตุ

และคำที่เกี่ยวกับการให้ การรับ

ฉันยืมหนังสือ.............. เพื่อน

เรียน...............ความรู้

เสื้อตัวนี้................ เธอ

ประหยัดน้ำ...............แล้ง

จัดงานนี้.............คุณ

ของ................ตู้เย็น 

ใน ใช้นำหน้าคำนามเพื่อแสดงสถานที่ หรือนำหน้าคำนามที่หมายถึงบุคคลที่เคารพนับถือ

คำที่ใช้และแล้วได้ความสมบูรณ์ใช้กับ แทนได้ ถ้าใช้และ ความหมายผิดไปต้องใช้ แก่

 

เขาสนใจ..........เครื่องมือชุดนี้

แสงอาทิตย์ให้ความอบอุ่น.......เราตลอดเวลา

ถวาย...............เจ้าต่างกรม

นักดาราศาสตร์ชี้อย่าตกใจ..............ข่าวอุกาบาตจะชนโลก

เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นข่าว..............หนังสือพิมพ์ฉบับนี้

พระราชโอรส..............พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปลาอยู่............น้ำ

 

 

 

 

 

คุณแม่..........คุณพ่อไปเชียงใหม่

ใช้และแทน แก่ ไม่ได้

ใช้ และ แทน กับ ได้

บางคำไม่ควรใช้คำว่า ของ และด้วย เป็นบุพบท

คุณแม่..........คุณพ่อไปเชียงใหม่

คุณแม่..แก่.คุณพ่อไปเชียงใหม่

เชิญรับประทานอาหารด้วยมังสวิรัติ

การเฆี่ยนตีของนักเรียน

 

๖.การใช้คำให้กะทัดรัด ชัดเจน และสละสลวย   ควรใช้คำที่คนส่วนมากรู้จักและเข้าใจกัน  ไม่ควรใช้คำที่คิดขึ้นใหม่  ได้แก่คำแสลง  ศัพท์บัญญัติ  หรือคำที่ใช้กันเฉพาะอาชีพ  คำภาษาถิ่นหรือคำต่างประเทศที่มีคำไทยใช้อยู่แล้ว 

ที่

ขอความ

คำที่ใช้ผิด-ถูก

เหตุผล}ความหมาย

จากที่ว่าการแห่งชาติสาละวิน สามารถมองเห็น....................ที่งดงามของสองฝั่งแม่น้ำ

ภูมิทัศน์

 

ทิวทัศน์

 

๑๐

คุณลุงจะ.................ในปีนี้

เกษียณ

 

เกษียณอายุ

 

๑๑

กิจการของเขาเจริญก้าวหน้าเพราะมี............สูง

 

วิสัยทัศน์

 

วิชั่น  (Vision)

 

๑๒

แค่ออกเทปชุดเดียวก็ดัง..................

เป็นนักร้องแถวหน้าเสียแล้ว

เปรี้ยงปร้าง

 

มีชื่อเสียง

 

ในการใช้คำให้จัดเจนและสละสลวยควรมีข้อระวังดังนี้

๖.๑ ใช้คำที่เป็นรูปธรรมแทนคำนามธรรม

                คำรูปธรรมคือคำที่สัมผัสได้ ทาง เสียง กลิ่น ทางกายสัมผัส ทางรส เช่น หอม เหม็น แผ่ว แหบ ห้าว นิ่ม หยาบ ขรุขระ แข็ง ขม เค็ม หวาน เปรี้ยว

                คำนามธรรม คือคำที่ให้ความหมายทางความคิด

ที่

ข้อความที่ผิด

ข้อความที่ถูกต้อง

๑๓

คืนนี้ยุงชุมมาก

 

๑๔

ไฟไหม้กรุงเทพฯสยดสยอง

 

๑๕

หล่อนเป็นคนสวย

 

๑๖

แม่ทำอาหารอร่อย

 

๑๗

ฉันเกลียดเขา

 

ที่

ข้อความที่ผิด

ข้อความที่ถูกต้อง

๑๘

แม่ใส่น้ำหอมฟุ้ง

 

๑๙

ผมไม่ติดในอัตตา

 

๖.๒ ไม่ใช้คำกำกวม  คือคำที่คลุมเครือไม่ชัดเจน  ทำให้เกิดความหมายหลายนัย

ข้อ

ข้อความที่ความหมายคลุมเครือ

คำที่มีความหมายตามนัยที่ ๑-๒

๒๐

ตึกแดงมี ๒ ชั้น

๒๑

เขาทำให้ฉันเสียอีก

๒๒

ลูกกำลังตั้งไข่

๒๓

เขาพูดยกตัวอย่างมาก

๖.๓ ระวังในการใช้คำพ้อง  

ที่

ข้อความ

คำพ้อง

ความหมาย

๒๔

คนดีคือคนที่รู้ว่า.........ใดควรทำ

................ควรละเว้น

 

รู้จักเวลา

๒๕

คนดีคือคนที่รู้ว่า.........ใดควรทำ

................ควรละเว้น

 

รู้จักหน้าที่

๒๖

คุณครับ ผมขอกลับบ้านไปเผา............

น้ามาตาม

ย่า

 

หญ้า

 

๒๗

....................ให้ไปตามช่างมาซ่อม

 

เวลา

 

ส่วนประกอบของรถ

๖.๔ ใช้คำขยายที่ขยายคำได้หลายคำ  ทำให้ตีความไปได้หลายอย่าง

ที่

ประโยค

ตีความได้ ว่า

 

เขาทาสีบ้านที่เขาซื้อเมือเดือนก่อน

๑.เขาซื้อบ้านเมื่อเดือนก่อนเพิ่งทาสี

๒.เขาทาสีบ้านเมือเดือนก่อน

๒๘

ให้นักเรียนนำเงิน ๑๕๐ บาท ค่าเรียนว่ายน้ำมาให้ครูทุกคน

๑.

๒.

๒๙

สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นปัญหาที่คุกคามคนบนโลกทีละน้อย

๑.

๒.

๓๐

เขาไปเยี่ยมย่าที่เขารักเป็นครั้งคราว

๑.

๒.

๓๑

ฉันออกกำลังกายในตอนเช้าทุกวัน

๑.

๒.

 

๖.๕  ใช้คำเกินความจำเป็น ก่อนเขียนหรือพูดต้องคำนึงถึงประโยชย์ที่ได้รับ หากไม่ได้เพิ่มความรู้สึกหรือความคิดที่กว้างขึ้นก็ควรตัดออก

ที่

ข้อความ

ข้อความที่เปลี่ยนใหม่หรือสมบูรณ์แล้ว

๓๒

เขาได้ยินกับหู

 

๓๓

แม่..เห็นมากับตาว่า ลูกขโมยเงินยาย

 

๓๔

ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

 

๓๕

ทางวิทยุต่างประเทศมักจะมีคนสำคัญๆ มาพูดให้เราฟังเสมอ

 

๓๖

แกอย่ากลัวเขา คนส่วนมากร้อยทั้งร้อย กลัวเขาเสียจริงๆ

 

๓๗

คุณรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรผิดถูก

 

แก้ไขข้อความต่อไปนี้ให้กะทัดรัดชัดเจน

ที่

ข้อความ

ข้อความที่แก้ไข

๓๘

เมื่อข้าพเจ้าก้าวเข้าไปในห้อง ก็พบว่าคนรื้อข้าวของไว้รก

 

๓๙

อาหารจัดไว้อย่างประณีตใต้แสงจันทร์

 

๔๐

ฉันโกรธพ่อมาก

 

๔๑

บรรยากาศในที่ประชุมวันนี้ตึงเครียด

 

๔๒

วันนี้ฝนตกหนักมาก

 

๔๓

มีทุนให้นักศึกษาที่ยากจน

 

๔๔

ฉันอยากจะซื้อหนังสือดีๆ สักเล่ม

 

๔๕

มีอะไรๆอีกหลายประการที่เธอยังเขียนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง