หากมีโอกาสไปเชียงใหม่และได้ไปคณะแพทยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ผมมักถือโอกาสแวะไปหาพี่องอาจ ศิลปะ ของหน่วยปั้นและทำหุ่นจำลองเพื่อเป็นสื่อการศึกษาทางการแพทย์ หน่วยโสตทัศนศึกษา ของคณะแพทยศาสตร์ เพื่อไปนั่งคุย ดูผลงานกับการประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้งการริเริ่มทำสิ่งต่างๆทั้งที่อยู่ในวงจรการทำงานกับการดำเนินชีวิตส่วนตัว ที่พี่แกได้ทำ ทุกครั้งก็อดไม่ได้ที่จะต้องหาวิธีศึกษารวบรวมและเผยแพร่ไว้ตามแต่พอจะมีกำลังคิดและทำได้ไปด้วย มีหลายอย่างที่เป็นพลังชีวิตและความสร้างสรรค์ที่ฝังอยู่ในความเฉพาะตนของพี่แก ซึ่งยากที่จะหาคนถอดรหัสรวบรวมไว้เป็นบทเรียนไว้ให้ได้ หากแกเกษียณและทำงานไม่ได้แล้ว ภูมิปัญญาและความลึกซึ้งมากมายก็หมดสิ้นไปด้วย เมื่อมีโอกาสผมเลยอยากเก็บรวบรวมและเผยแพร่ไว้ เหมือนกับเรื่องราวทางด้านอื่นๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง

พี่องอาจ ศิลปะ เป็นรุ่นพี่ของผมจากสาขาเวชนิทัศน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนเวชนิทัศน์ศิริราชแล้ว ก็ไปทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลสวนดอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในจำนวนของคนที่จบสาขาเวชนิทัศน์และได้ทำงานเวชนิทัศน์ในโรงเรียนแพทย์หรือในทีมการวิจัยแบบสหวิทยาการนั้น ทั้งประเทศไทยมีอยู่ไม่ถึง ๑๐๐ คนจากเพียง ๓๐๐ กว่าคนที่มีอยู่ของทั่วประเทศ คนจบเวชนิทัศน์ อาจเรียกว่าเป็นคนทำงานศิลปะสื่อและสิ่งจัดแสดงเพื่อการศึกษาและสื่อสารทางการแพทย์ เมื่อเข้าทำงานในหน่วยงานต่างๆ ก็จะมีชื่อตำแหน่งแตกต่างกันไปตามลักษณะงาน คือ ช่างภาพการแพทย์ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา (ปัจจุบันโรงเรียนเวชนิทัศน์ได้พัฒนาหลักสูตรและปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นสถานเทคโนโลยีทางแพทยศาสตร์ศึกษา อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ ๒๙.เวชนิทัศน์ : ศิลปะสื่อเพื่อพัฒนาชีวิตและสุขภาพ)

แต่ผมมักจะเรียกรวมๆว่านักเวชนิทัศน์ ซึ่งในจำนวนที่มีการผลิตขึ้นในประเทศนั้น นักเวชนิทัศน์ที่กระจายอยู่ตามสถาบันการศึกษาและแหล่งต่างๆของประเทศเท่าที่ผมรู้จักคุ้นเคย ก็มักจะมีความฝีมือละความเชี่ยวชาญเฉพาะตน แตกต่างกันไป เหมือนกับเป็นคนทำงานศิลปะทางการแพทย์สาขาหนึ่งที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง ที่เกิดจากการทำงานและค้นพบแนวทางเฉพาะตน ติดอยู่กับฝีมือที่สั่งสม โดยนอกจากจะทำงานได้อย่างรอบตัวในทุกด้านแล้ว ก็จะมีความเชี่ยวชาญบางด้านของตนเอง เช่น บางคนเก่งทางการถ่ายสไลด์ทางศัลยศาสตร์ บางคนเก่งทางการถ่ายภาพจากกล้องอีเลคตรอน บางคนเก่งทำหุ่นจำลองทางการแพทย์ บางคนเก่งทางการเขียนภาพกราฟิค บางคนเก่งเขียนภาพปรสิต บางคนเก่งเขียนภาพทางจุลชีววิทยา บางคนเก่งเขียนการ์ตูนและทำสทื่อการศึกษาทางการแพทย์ เหล่านี้เป็นต้น พี่องอาจ ก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะตนในลักษณะนั้นเหมือนกัน ทว่า เจาะจงลงไปอย่างเฉพาะด้าน ก็เห็นจะอธิบายและสื่อให้ครบถ้วนตามความเป็นจริงของสิ่งที่แกทำไม่ได้

ผลงานทั้งหมดในห้องนี้ เป็นผลงานหลายร้อยชิ้น ผมลองถามไถ่การสร้างผลงานตลอดชีวิตของพี่แกแล้ว ก็น่าจะได้งานหลักๆหลายพันชิ้น งานทั้งหมดนี้ พี่องอาจอาจจะมีทีมผู้ช่วย ช่วยดำเนินการในบางขั้นตอนอยู่เป็นระยะๆบ้าง แต่โดยรวมแล้ว ก็แทบจะกล่าวได้ว่า ทั้งหมดในส่วนที่จะต้องลงมือปฏิบัติการในห้องนี้ หลังจากการทำงานข้อมูลและศึกษาจุดหมายต่างๆร่วมกันกับทีมครูแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย แล้วนั้น เกิดจากการคิดและทำด้วยสมองและสองมือของคนคนเดียว

ผลงานในยุคแรกเริ่ม ก่อนที่จะประสบความสำเร็จและนำมาสู่การก่อตั้งหน่วยทำหุ่นจำลองและสิ่งจัดแสดงทางการแพทย์ขึ้นของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นชุดแสดงการผ่าตัดก้อนนิ่วในไต นำเสนอผลการวิจัยและทำงานร่วมกับศาสตราจารย์นายแพทย์นิวัฒน์ ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตครูแพทย์ของคณะแพทย์ ได้ใช้เป็นสื่อการศึกษาของแพทย์หลายรุ่นและเป็นชุดสื่อจัดแสดงที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมทั้งผลการวิจัยและการทำสื่อนำเสนอเพื่อการศึกษาวิจัยชุดนี้

เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างผลงานของพี่องอาจ เป็นเครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นเองจากการใช้วัสดุและสิ่งของต่างๆที่หาได้ในประเทศและจากท้องถิ่น รวมไปจนถึงจากสิ่งของเหลือใช้ เครื่องมืออัตโนมัติทุกชิ้น ดูเหมือนกับเป็นเศษเหล็ก ทว่า ตั้งจังหวะการทำงานได้อย่างแม่นยำ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเบื้องหลังของสิ่งที่ใช้ผลิตสื่อและสิ่งจัดแสดงทางการแพทย์ ที่หลายชิ้นมีมาตรฐานสากล ผลิตใช้ในประเทศและส่งออกไปใช้ในต่างประเทศ อย่างไม่น่าจะทำได้ในประเทศไทยเพราะเทคโนโลยีและเครื่องมือไม่มี

การดัดแปลงวัสดุต่างๆมาสร้างเครื่องมือและการวางแผนในหัวทำหลายอย่างไปในเวลาเดียวกัน เป็นเบื้องหลังให้พี่แกทำงาน ๓-๔ ชิ้นพร้อมกันไปอย่างคู่ขนาน พอหล่องานชิ้นนี้เสร็จและรอให้แห้ง ก็ไปเตรียมวัสดุด้วยเครื่องมือที่สร้างขึ้นเองอีกชิ้นหนึ่ง พอเดินเครื่องแล้ว ก็เดินไปทำอีกชิ้นหนึ่ง ใน ๑ ชั่วโมงที่ผมเดินคุยพร้อมไปกับที่พี่แกเดินทำงานไปด้วยนั้น พี่องอาจทำงานได้ถึง ๔ ชิ้น ซึ่งหากเป็นคนอื่นทำเชื่อว่าจะต้องใช้คนมากกว่า ๑๐ คนและใช้เวลามากกว่า ๑ เดือน อีกทั้งไม่ได้ความแม่นยำและงดงามอย่างที่พี่แกทำอีกด้วย

รูปปั้นด้วยกระดาษหมักทำเอง เป็นพระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมราชชนกแบบลอยตัว ทั้งแม่นยำทั้งความเหมือนและสัดส่วนโครงร่าง งดงาม และสร้างสรรค์อย่างยิ่ง เพราะคงจะเป็นพระราชานุสาวรีย์พระองค์แรกที่ทำขึ้นด้วยกระดาษ

แนวคิดและความบันดาลใจของพี่เขาก็คือ งานต่างๆของคณะที่จำเป็นต้องอัญเชิญพระราชานุสาวรีย์ไปประดิษฐานเป็นส่วนหนึ่งด้วยนั้นมีอยู่ตลอดเวลาในหลายโอกาสและหลายสถานที่ แต่เดิมนั้น คณะทำงานต่างๆก็จะใช้พระบรมสาทิสลักษณ์แบบเข้ากรอบอย่างพิเศษสักหน่อยไปประดิษฐานบนขาตั้ง ซึ่งพี่แกเห็นว่ายังไม่งดงามและสมพระเกียรติพอ หากเป็นรูปปั้นแบบลอยตัวก็จะงดงามและเหมาะสมกับงานที่จัดขึ้นมากกว่า แต่การปั้นและหล่อพระราชานุสาวรีย์ ไม่ว่าจะใช้ปูนปลาสเตอร์หรือโลหะชนิดใด ก็จะทำให้มีน้ำหนักมาก อีกทั้งต้องติดตั้งบนแท่นอย่างมั่นคงแข็งแรง ต้องสิ้นค่าใช้จายสูง และเมื่อติดตั้งแล้วก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

เงื่อนไขบนความจำเป็นดังกล่าว ทำให้พี่แกนึกถึงการหมักกระดาษและนำมาใช้ปั้นพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนกดังที่ต้องการ ทำให้พระราชานุสาวรีย์ที่ได้มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก ซึ่งนอกจากจะลดค่าใช้จ่ายได้หลายแสนบาทแล้ว ก็ตรงกับความจำเป็นในการใช้งานและไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ทั้งในประเทศไทยและในโลก พี่แกตั้งใจว่า ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการใน ๒-๓ ปีข้างหน้านี้ จะทำมอบให้ไว้กับคณะและมอบเป็นมรดกของสังคมไทยอย่างน้อย ๒ องค์

           "...เมื่อไม่นานมานี้ .....พี่เพิ่งป่วยหนัก และอาจารย์หมอที่รักษาพี่ ท่านดูแลรักษาพี่จนหาย เหมือนกับให้ชีวิตได้ทำงานต่ออีกแก่พี่ พี่เลยจะทำงานชิ้นนี้มอบให้แก่คณะแพทย์ พร้อมทั้งเป็นการน้อมเคารพต่อสิ่งที่พี่ได้รับจากอาจารย์หมอและพยาบาล ที่ได้ให้ในสิ่งที่ไม่สามารถตอบแทนได้ ...งานอย่างนี้ไม่มีใครสั่งให้พี่ต้องทำ พี่ทำขึ้นเอง ว่างก็ทำ ตั้งใจว่าจะให้ได้สัก ๒ องค์ก่อนเกษียณ ... " 
พี่องอาจได้กล่าวถึงพลังข้างในอย่างหนึ่ง ให้ผมได้ทราบถึงความบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังงานชิ้นนี้

พระราชานุสาวรีย์กึ่งพระองค์แบบลอยตัวของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ฝีมือการปั้นอย่างแม่นยำและงดงามในเชิงศิลปะจากฝีมือของพี่องอาจ ทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้กับหน่วยงานสาขาการพยาบาล รวมทั้งสถาบันการศึกษาทางการพยาบาลหลายแห่งของประเทศ

หุ่นจำลองสตรี หล่อด้วยยางพารา ข้างในฝังระบบกลไกสำหรับศึกษาด้วยฝามือเพื่อฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ วัสดุหลายอย่าง เช่น การหล่อยาง การใช้ฟองน้ำ การใช้หล่อด้วยพลาสสติกเหลว เป็นวิธีคิดค้นขึ้นเองในการนำเอาวัสดุต่างๆ มาใช้สร้างงานให้ได้ตามวุตถุประสงค์ที่ต้องการนำไปใช้ อย่างยากที่จะสามารถทำได้ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศไทย

หุ่นจำลองทำจากการหลอมพลาสติกด้วยเทคนิคที่สร้างเครื่องมือและคิดค้นสูตรกับวิธีการขึ้นเอง ใช้สำหรับการสอบนักเรียนแพทย์ในการวินิจฉัยโรคหูและการตัดสินใจวางแผนการรักษา อาจารย์แพทย์ที่คิดริเริ่มโครงการนี้ มีโจทย์ให้พี่องอาจคิดสร้างสรรค์แก้ปัญหาให้หุ่นหมุนได้รอบทิศทาง

พี่องอาจคิดค้นได้ง่ายๆด้วยการไปรวบรวมเอาลูกเทนนิสเก่าๆมากดท่อ PVC ซึ่งเลื่อยให้ได้ขนาดที่ต้องการแล้วลนให้อ่อนตัวด้วยความร้อน กดลูกเทนนิสลงไปพร้อมกับทำให้อุณภูมิลดลง ทำให้กลายเป็นเบ้าเหมือนข้อต่อกระดูกเชิงกรานและล็อคให้ลูกเทนนิสยึดติดกับฐาน โดยสามารถเป็นแกนที่ทำให้หุ่นสามารถหมุนได้รอบทิศดังที่ต้องการ ผลงานหลายชิ้นในลักษณะนี้ ได้รับการสั่งผลิตจากโรงเรียนแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ สร้างคุณูปการแก่วงวิชาการทั้งต่อประเทศไทยและนานาชาติ

สิ่งต่างๆ ที่เห็นในห้องเวิร์คช็อปและสตูดิโอสำหรับทำงานของพี่องอาจนั้น ล้วนสามารถนำมาประกอบขึ้นใหม่เป็นงานชิ้นใหม่ๆได้อยู่ตลอดเวลา พี่แกบอกว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานอย่างนี้มาตลอดชีวิตนั้น เมื่อมองเห็นสิ่งของต่างๆรอบตัว แกก็มองเห็นวิธีดัดแปลง เหมือนเห็นเป็นชิ้นงานสร้างสรรค์สำหรับใช้เพื่อจุดหมายต่างๆฝังอยู่ในสิ่งนั้นๆอยู่แล้ว ดังนั้น ทุกอย่างจึงมีคุณค่าและทำให้เกิดประโยชน์ใช้สอยได้หมด ไม่มีขยะและของสูญเปล่าในทรรศนะของแกเลย

นอกจากนี้ ตลอดเวลาของการทำงาน พี่แกทำงานอย่างเป็นการปฏิบัติธรรมและเจริญสติไปบนวิถีปฏิบัติไปด้วย เมื่อเสร็จงาน ก็ได้ทั้งงานและได้พัฒนาความงอกงามในจิตใจตนเอง

ทั้งหมดนี้นั่นเอง ที่ทำให้ผมไม่ทราบว่าจะให้นิยามอย่างไรดีสำหรับกรณีของพี่องอาจ ศิลปะ,ว่าควรจะนับว่าแกเป็นนักเวชนิทัศน์ที่เก่งทางไหนดี เพราะดูเหมือนจะเก่งและเชี่ยวชาญทั้งการปั้น การหล่อ การแกะสลัก การผลิตเครื่องยนต์กลไกเพื่อเป็นเครื่องมือทำงาน การเขียนภาพ รวมทั้งการพัฒนาศาสตร์ด้านใน ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของกิจกรรมชีวิตที่ทำโดยมีห้องสวดมนต์และห้องทำกิจกรรมเจริญสติภาวนาอยู่ด้วยในบ้าน ‘ทำงานและใช้ชีวิตเพื่อเป็นการศึกษาปฏิบัติธรรม’ พี่แกให้บทสรุปต่อมรรควิถีในความเป็นทั้งหมดของชีวิต.