หลังจากใช้เวลาร่วมปี ทำกระต๊อบในสวน หารถทำสวน หารถเทรลเลอร์เตรียมเคลื่อนย้ายแทรคเตอร์ วางแผนการปลูก คราวนี้ก็เตรียมทุนสำหรับปลูกยางครับ ปีแรกหนักหน่อยครับ เพราะจะแพงจากค่าพันธุ์ยาง ซึ่งมีหลายวิธีให้เลือก ถ้าเลือกวิธีที่ราคาถูก ดูแลไม่ถึง อัตตราการอดก็น้อย แบบที่แพงกว่าอัตราการรอดจะสูงกว่า ดูแลรักษาน้อยกว่า ไม่รู้จะเลือกจากวิธีไหนครับ จากตัวเลือกดังต่อไปนี้
ประหยัดสุด ปลูกลูกสองใบในแปลงจริงเลย เลี้ยงไว้ 7-9 เดือน แล้วค่อยติดตา ปลูกหลุมละ 3 ต้น แล้วค่อยติดตา ต้นทุนค่าพันธุ์ลูก 2 ใบ ต้นละ 50 สต. ค่าติดตา + พันธุ์ตายาง ต้นละ 3 บาท = 8000x3x3 = 72,000 บาท ยางที่เหลือ ประมาณ 12,000 ต้น เอาไปขายได้ต้นละ 10 บาท ได้ทุนคืน 120,000 บาท
ข้อดีคือ ต้นยางปลูกเสร็จแล้ว หยั่งรากแก้วได้ลึก เพียงดูแลให้ตางอกตามต้องการ
แพงกว่ามานิด ปลูกลูกสองใบที่บ้าน เลี้ยงไว้ 7-9 เดือน แล้วค่อยติดตาต้องติดตาเอง ถอนเอง ลงถุงเอง ต้นทุนอยูที่ไม่เกินต้นละ 5 บาท ต้องการ 8000 ต้น แต่ต้องปลูกเผื่อ 24,000 ต้น 24,000 X5 = 120,000 บาท ได้แค่ต้นพันธุ์ตาเขียวนะครับ ถ้าชำถุงเอง ต้นทุนไม่เกินต้นละ 7 บาท 24,000 X7 = 168,000 บาท ใช้จริงประมาณ 12000 ต้น ที่เหลือ 12000 ต้น ขายได้ต้นละ 10 บาท ได้ทุนคืน 120,000 บาท ต้นทุนจริง 68,000 บาท
ข้อเสียคือ ต้นยางถูกตัดราก ทำให้รากแก้วชะงักและกุด
แพงกว่ามานิด ซื้อตาเขียวมาปลูกลงดินเลย ต้นทุนอยู่ที่ไม่เกินต้นละ 10-15 บาท อัตราการรอด 70-80% ต้องการ 8,000 ต้น แต่ต้องซื้อพันธุ์ 9,600 ต้น(เผื่อซ่อมต้นที่ตาย 1600 ต้น) 9,600X15 = 144,000 บาท
ข้อเสียคือ ต้นยางถูกตัดราก ทำให้รากแก้วชะงักและกุด แต่ข้อดีคือไม่ต้องเสียเวลาการติดตา
แพงกว่ามานิด-พอๆ กัน ตาเขียวมาชำลงถุง ต้นทุนอยู่ที่ไม่เกินต้นละ 10-15 บาท อัตราการรอด 80% ต้องการ 8,000 ต้น แต่ต้องซื้อพันธุ์ 9,600 ต้น(เผื่อต้นที่ตาย20% 1600 ต้น)9,600X15 = 144,000 บาท
ข้อเสียคือ ต้นยางถูกตัดราก ทำให้รากแก้วชะงักและกุด แต่ข้อดีคือไม่ต้องเสียเวลาการติดตา
แพงที่สุด ซื้อพันธุ์ยางชำถุง ต้นละ 45-55 บาท 8,800 ต้น(เผื่อตาย ไว้ซ่อม 10% 800 ต้น)= 484,000 บาท
ยังไม่รวมต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าปุ๋ย ค่าแรงอีกสารพัด ดูจากตารางด้านล่างครับ

เยี่ยมเลยครับ ทางนี้หาเมล็ดพันธุ์ยากจังเลยครับ เขาไม่นิยมกันเลย
เราต้องการราคาต่ำสุด ประโยชน์สูงสุดครับผม
ละเอียดมากเลยครับ
นำเพลงกลิ่นโคลนสาปควายมาฝากครับ
เรียน คุณโสภณครับ
เมล็ดพันธุ์ยางพารา หาไม่ยากนะครับ แถวปัตตานีเยอะเลยครับ ท่านสามารถเอาเมล็ดยางพาราไปปลูกได้เลยครับ แล้วค่อยติดตาเปลี่ยนต้นให้เป็นยางพันธุ์ดีในภายหลัง เหมื่อนกับวิธีการแรกในบทความข้างบนนี้นะครับ แต่กว่ามันจะงอกและโตขึ้นจนได้ต้นยางที่ติดตาได้ อาจใช้เวลาเป็นปีครับ ปัญหาก็คือระหว่างที่รอเมล็ดยางงอก เป็นภาระในการดูแลสวนครับ เพราะวัชพืชจะขึ้นคลุมเสียก่อน ท้ายที่สุดอาจหาไม่เจอว่าเคยปลูกเมล็ดไว้ที่ไหนบ้าง
ด้วยเหตุที่ต้นยางขนาด 2 ใบ ที่เราเรียก "ลูก 2 ใบ" จะปลูกง่ายกว่า และไม่เสียเวลา จึงมีผู้นิยมปลูกลูกสองใบมากกว่าการปลูกด้วยเมล็ดครับ ขอย้ำนะครับ ต้นยางปลูกแล้วตายยากครับ เอาต้นที่ถอนมาลุ่นๆ มีแต่รากมาชำไว้มันยังติดเลยครับ แม้แต่การเอาตอยางที่ติดตาไม่มีดินเลยมาปลูก มันยังไม่ตายเลยครับ ยิ่งการปลูกในฤดูฝนเปอร์เซ็นโอกาสรอดมีสูงเกิน 90 % ครับ
ดังนั้นการที่คุณโสภณถามหาเมล็ดยาง ผมว่าน่าจะถามหา "ลูก 2 ใบ" น่าจะดีกว่าครับ แต่ถ้าท่านจะทำแปลงกล้ายาง โอเคครับ ผมเห็นด้วยว่าการเพาะเมล็ดเพื่อเอาตอไว้ติดตา การปลูกด้วยลูกยางจะง่ายกว่า ต้นทุนถูกกว่า ผมทราบว่าตอนนี้เขซื้อขายลูกยางที่จะเอามาทำตอสำหรับตอดตา ลูกยางกิโลกรัมละ 25 - 30 บาทครับ หนึ่ง กก. ได้ลูกยางไม่ต่ำกว่า 100 ครับ(ไม่เคยชั่ง)
ไม่รู้ตอบได้ตรงประเด็นหรือเปล่าครับ
แวะมาเรียนรู้ค่ะ พี่ชนันท์
ขอเป็นกำลังใจและขอเรียนรู้ไปด้วยนะค่ะ ^__^