KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 141-2. ออกแบบกิจกรรม KM

        เช้าวันนี้อากาศดี คือเย็นสบาย ลมพัดเอื่อยๆ นกเขาขันไพเราะ      ได้กลิ่นดอกโมกโชยมา      ผมวิ่งออกกำลังตามปกติในวันอาทิตย์ คือครึ่งชั่วโมง      พร้อมกับฟังข่าววิทยุไปด้วย     พอ ๗ น. ก็มีข่าววิทยุแห่งประเทศไทย     ซึ่งเวลาฟังผมก็จะบอกตัวเองว่าเจ้าหน้าที่เขาไม่มีอิสระในการทำข่าวอย่างเต็มที่     เขาโดนอำนาจการเมืองและราชการครอบงำกันมาเป็นชั้นๆ     การประชาสัมพันธ์คือศิลปะในการโกหกให้คนไม่รู้ตัว     เราต้องฟังอย่างมีสติ และมีปัญญาแยกแยะ

        ผมเป็นคนไม่อ่านหนังสือพิมพ์  ไม่ดูทีวี   และฟังวิทยุก็เฉพาะตอนวิ่งออกกำลังเท่านั้น     ผมจึงเป็นคนแคบ ไม่ทันข่าว     ยังโชคดีที่มีเมียดี  เขาเป็นหูเป็นตาเปิดรับข่าวสารให้ผม     แล้วเอามาถ่ายทอดต่อ    แต่ผมก็ต้องกรองอีก เพราะว่าภรรยาผมเขาเป็นคนเก่ง และแข็ง      เขามีวิธีคิดของเขาเอง ซึ่งหลายเรื่องผมไม่เห็นด้วย     แต่เราก็เคารพ (ที่จริงทน) กัน     ไม่ล่วงเกินวิธีคิดซึ่งกันและกัน     หลังจาก "รบ" กันมาเป็นสิบปี     เราก็สงบศึก    ทั้งสองฝ่ายถอยไปตั้งมั่นนอกเส้นขนานที่ ๓๘     แล้วเราก็รักกันมากขึ้น  ยิ่งแก่ผมก็ยิ่งรักเมียมากขึ้น

         อ้าว!  ว่าจะเล่าเรื่องได้ไอเดียออกแบบกิจกรรม KM เอาไปขายหมอช้าง      กลับเถลไถลเข้าซอยไปไกล     คนแก่นี่แตะเรื่องเมียเรื่องลูกแล้วมักฝอยยาว     ขอกลับมาตั้งหลักใหม่ที่ข่าววิทยุแห่งประเทศไทย     ผมรีบท่อง "ศูนย์สุขภาพชุมชน" เมื่อได้ฟังข่าวรองเลขาธิการ สปสช. ออกมาให้ข่าวว่า สปสช. ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการ กระทรวงสาธารณสุข     พัฒนาการกระจายบริการสุขภาพให้ทั่วถึง     โดยเน้นบริการที่ศูนย์สุขภาพชุมชน  โดยได้คัดเลือกศูนย์บริการสุขภาพชุมชนดีเด่นไว้แล้ว ๑๙ แห่ง     สำหรับเป็นตัวแบบ    อะไรทำนองนี้     ผมเป็นคนที่ความจำไม่ดี    และมีนิสัยจำสาระ ไม่ติดถ้อยคำ     มีข้อมูลอีกอย่างหนึ่งคือจะใช้งบประมาณในโครงการนี้หนึ่งพันล้านบาท (อ่านให้ดี อย่าตกคำว่า 'พัน' นะครับ)
  
       ผมปิ๊งแว้บทันทีด้วยความชำนาญ     ว่านี่แหละโอกาสในการออกแบบกิจกรรม KM     แต่ผมจะทำหน้าที่คนแก่ที่ดี     คือทำหน้าที่ตั้งโจทย์ ว่าถ้าเราจะช่วยกันใช้ "สินทรัพย์ทางปัญญา" ที่ สปสช. และกรมสนับสนุนบริการหาและสะสมไว้แล้ว (คือ ๑๙ ศูนย์บริการสุขภาพชุมชน)     ในการเริ่มต้น KM เพื่อสร้างความเข้มแข็งของบริการสุขภาพชุมชนได้อย่างไร     ผมขอโยนคำถามหรือโจทย์นี้ไปให้คุณจ๋า และคุณอุ ณ สคส.   สำหรับเอามาเป็นประเด็นคุยกันใน Weekly Meeting วันที่ ๓๐ สค. นี้      และฝากโยนคำถามไปให้หมอช้าง (สุพัตรา ศรีวณิชชากร) ด้วย

       ผมปิ๊งแว้บสองแว้บนะครับ ในเช้าวันนี้     แว้บที่ ๒ คือต่อจากนี้ไปผมจะเลิกตอบคำถาม     จะเอาแต่ตั้งคำถาม  (เปลี่ยนจากตอบเป็นตั้ง)     เพราะเขาว่าคนแก่ที่แก่ถึงขนาดจะกลับไปมีพฤติกรรมคล้ายเด็ก     ผมกลัวจะเป็นเด็กขนาดทารก    จึงขอเป็นเด็กขนาดเด็กเล็ก คือถามดะ    ถามเสร็จก็วิ่งกลับไปเป็นคนแก่ใหม่ คือช่วยเป็น "พี่เลี้ยง" (coach) วิธีออกแบบกิจกรรม KM

วิจารณ์ พานิช
๒๗ สค. ๔๙