"น้ำจะท่วมฟ้า  ปลาจะกินดาว"

 

 

          จากคำโบราณที่ปู่ ย่า ตา ยาย  บอกต่อๆ  กันมา สมัยตอนที่ผู้เขียนยังเด็ก  มักได้ยินประโยคเหล่านี้จากยาย เสมอ  ยายมักจะพูดให้ฟังว่า  "น้ำจะท่วมฟ้า  ปลาจะกินดาว"  "แผ่นดินจะเป็นริ้วปลา  หลังคาจะเป็นนกยาง  คนรวยจะเดินตรอก  ขี้คอกจะเดินถนน" "จะพลัดที่นา จะคาที่อยู่"  เมื่อในอดีตผู้เขียนไม่เข้าใจกับประโยคเหล่านี้  ว่าคืออะไร  แล้วก็เถียงในใจว่า  คงไม่เป็นความจริงมั้ง แม่ (จะเรียกยายว่า แม่)  

          เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม  ๒๕๕๔  ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ออกนอกบ้านเป็นวันแรก เพื่อไปรับยา โรคความดัน ให้กับ แม่ ที่โรงพยาบาลอุทัย   (ตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม ๕๔ น้ำท่วมไปไหนไม่ได้)

นี่ก็คือ โรงพยาบาลอุทัย

ภาพล่างจะเป็นร้านค้าหน้าโรงพยาบาลอุทัย

 

          นานมากแล้วที่ไม่ได้นั่งเรือเครื่อง  ที่แรกก็รู้กลัว เขาบอกกันว่า  จระเข้หลุดออกมา  เราก็กลัว  เพราะในระหว่างที่นั่งเรือ มองไปมีแต่น้ำ  แล้วก็น้ำ  ตรงไหนที่เป็นแผ่นดิน ก็จะมีเต้นท์ที่ผู้คนอพยพกันไปอยู่ แล้วก็รถยนต์  มอเตอร์ไซด์จอดหนีน้ำ  เป็นภาพที่ไม่รู้จะบรรยายยังไงค่ะ ภาพด้านล่าง อยู่ข้างๆ รถดับเพลิง เป็นหมู่บ้านจัดสรร ที่อยู่ในตัวอำเภออุทัย  มองไปก็เห็นเพียงหลังคากับตัวบ้านเพียงเล็กน้อยทั้งหมู่บ้าน

  

วัดขุนทราย  และบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ริมคลอง

บางบ้านก็หนุนแล้วหนุนอีก บางบ้านก็อยู่ไม่ได้

ความเสียหายที่เกิดกับคนไทยร่วมชาติ

หมู่บ้าน ทับทอง ตั้งอยู่เยื้องๆ กับโรงพยาบาลอุทัย 

ก็ท่วมอีกครึ่งหลังเช่นกัน

เทศบาลตำบลอุทัย ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าที่อื่นๆ  น้ำท่วมเช่นกันค่ะ 

นายกเทศบาล นายสมาน  ตรีคุณา

เปิดสถานที่ทำงานเป็นที่พักพิงให้กับประชาชน อำเภออุทัย

ได้พักพิงค่ะ 

ภาพนี้เดิมเป็นถนนค่ะ

 

อีกมุมหนึ่งจากน้ำท่วม

น้ำใจจาก รั้วของชาติ  มาช่วยเหลือ คนไทยด้วยกัน

แต่เรานึกกันหรือเปล่าคะว่า  "บ้านเขาเหล่านี้น้ำท่วมหรือเปล่า"

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

 

 

บรรยากาศงามๆ ท่ามกลางสายน้ำ