วันอังคารที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

วันนี้ตื่นมาแต่เช้าตั้งใจว่าจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่ครูจะลงมา ตื่นมาทำวัตรเช้าแล้วก็จัดแจงเตรียมตัวอาบน้ำ ครูลงมาพอดี จึงออกไปเดินข้างนอกไปทิ้งขยะและเดินภาวนา หกโมงกว่า  ๆ เราทั้งมุ่งหน้าสู่ รพร.ท่าบ่อ ขอโอกาสขับรถช่วยครู พยายามสวดอิติปิโสอยู่ภายใน  แล้วก็ขับไปเรื่อย ๆ แรก ๆยังเกร็งๆเพราะไม่ค่อยคุ้นกับรถเกียร์ออโต้ ทางที่มีลูกระนาดก็ยังกระเด็นกระดอน การนั่งรถไปกับครูเป็นสภาวะแห่งการเจริญสติ คุยกันน้อยแต่งฝ่ายต่างเจริญสติ ติ๋วเชื่อว่าครูเจริญสติได้ทุกสถานการณ์ แต่ติ๋วนั้นความเงียบช่วยให้ติ๋วเจริญสติได้ลื่นคล่อง เหมือนเด็กหัดขับรถใหม่ ระหว่างทางครูให้กำลังใจว่า

“ตะกี้สวดอิติปิโสรึเปล่า”

“เจ้าค่ะ”

“มิน่าขับได้สมูทมาก”

“เราภาวนาดีขึ้นนะ เหมือนที่ครูบาฟี่แปลชื่อเรา ภาวดี ภาวนาดี ถ้าภาวนาดี จะCapture งานได้ดี อย่าง R2R อบรมศีล ๕ ครั้งที่ผ่านมา รู้ไหม Notetaker ที่เก่งที่สุดคือ พระอานนท์”

ใจติ๋วสาธุ เพราะเคยได้ยินเรื่องนี้จากครูมาครั้งหนึ่ง เพราะท่านสามารถใช้ใจของท่าน บันทึกคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้ผู้คนมากมายได้มีโอกาสได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า

แล้วครูก็เอ่ยถึงอาจารย์ว่า “อาจารย์เป็น Note taker ที่เก่งมากคนหนึ่ง เพราะผัสสะดีมาก พอดูต้นไม้ปุ๊บรู้เลยว่ามันมีอะไร”

ใจอนุโมทนาสาธุ ใคร่ครวญกับตนเองว่า “อืม ติ๋วถูกสอนมาตั้งแต่เรียนรู้อยู่กับอาจารย์” แต่เรียนไม่ค่อยเป็นนะเนี๊ย พอเริ่มคิดจิตก็พาไถลไปทางลบ ศีลข้อ ๑ เริ่มด่างพร้อย รีบสวดอิติปิโสไปเรื่อย ๆ

การขับรถรอบนี้ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการสวดอยู่ภายในทำให้ขับรถได้นิ่มขึ้น ประคองสติกับการขับรถได้ดีค่ะครู เหมือนข้างในมันส่ายแส่น้อยลง

พอถึง รพร.ท่าบ่อ ป้าแดงเข้ามารับ เมื่อถึงเวลาครูก็พาทำกระบวนการไปเรื่อย ๆ เมื่อจะแค่มาดูครูทำงาน ช่วยอะไรไม่ค่อยได้แถมเป็นภาระ แต่ด้วยความเมตตาของครูที่อดทนสั่งสอน และให้โอกาส วันนี้ได้เห็นว่า

“เมื่อตั้งสติได้ การทำงานก็จะลื่นคล่อง จากงานที่ไม่ค่อยมั่นใจก็พอทำได้”

วันนี้กระเตื้องขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง จากที่เป็นภาระก็ช่วย Cature งานให้ครูได้ เสร็จงานครูก็ก็แนะนำว่า “เวลาพูดถึงบุคคลที่สาม ไม่ควรใช้คำว่าแก ห้ามใช้เลยแหละ แล้วการที่เราเป็น Note taker เอ่ยชื่อใคร ให้ใช้คำว่าคุณนำหน้า เป็นการให้เกียรติ”

รับกับครูเพื่อนำไปปรับปรุง การมานั่งทำงานแบบนี้ เป็นการได้ฝึกอย่างดียิ่ง เห็นใจข้างในกระเพื่อม ที่ประหลาดใจกับตนเองคือ มาเห็น vdo ค่าย RBS ที่พี่จาก รพ.ถ่ายไว้ช่วงที่ไปออกค่ายเมื่อ ปี ๒๕๕๑ เห็นภาพตนเองเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนไปเยอะมาก ๆ ทั้งข้างนอกและข้างใน ยิ่งกว่าคำว่า ไม่ใช่คนเก่า ซึ่งโดยเนื้อแท้เราก็ใหม่อยู่ทุกขณะใช่ไหมค่ะครู

                เดินทางกลับอาสาขับให้ครู เพราะระลึกว่า

“งานที่ครูทำใช้แรงมาก อยากเปิดโอกาสให้ครูได้พัก”

 ติ๋วระลึกอยู่เพียงเท่านี้ ลดสภาวะการสาดพิษออกจากตัวให้ได้มากที่สุด  ระหว่างทางรู้สึกยินดีที่เห็นพัฒนาการของตนเองว่าเจริญขึ้น จึงเล่าครู ท่านจึงบอกว่า

“วิดน้ำไปนะเจ้ากระรอกน้อย ฮ่าๆๆ”

“ทำได้ดีแล้ว แต่ยังดีไม่พอ ต้องทำไปเรื่อย ๆ จนสุดความสามารถ”

พอพูดไปเรื่อย ๆ ครูก็เตือนสติว่า “เราเคยได้ยินพี่พูดอย่างเราไหม”

“ไม่ค่ะ”

“นั่นแหละ มันจะหลง ตัวหลงว่าฉันนี่แหละเป็นนักภาวนา มันจะยาก มันละเอียด”

ครูเตือนสติให้ว่า ระวังอย่าหลง  ซึ่งข้างในติ๋วนั้นหลงไป ข้างในนี้เหมือนมันดีใจมาก ติ๋วเหมือนคนที่ไม่เคยเจอความสุขแล้วพอเจอก็กระโดดโลดเต้นดีใจ แล้วก็ขับรถถึงบ้านติ๋ว ครูก็เดินทางกลับบ้านต่อไป ติ๋วทราบว่า “ครูเหนื่อย แต่ครูก็อดทน” นี่เป็นกำลังใจงามๆให้ศิษย์ ได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างในการฝึกฝนตนเอง เจริญรอยตาม สำหรับศีลในวันนี้จัดการความขุ่นมัวและอึดอัดภายในได้เร็วขึ้น ใจสบายขึ้นค่ะ ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อยน้อยลง ศีลข้อ ๒ กับวันนี้ที่ลากิจ เพื่อมาทำงานกับครูทำให้ความรู้สึก ว่าศีลข้อนี้ด่างพร้อยน้อยลงค่ะ ถ้าลาพักผ่อนก็คงเหมือนศีลข้อ ๔ ด่างพร้อย ศีลข้อ ๓ ปลอดภัยที่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร แต่จริตจกร้าน ตอนเผลอมันยังดีดดิ้นอยู่ค่ะ ศีลข้อ ๔ ข้อนี้ยังต้องปรับปรุงอีกมากค่ะ รายงาน HiPPS ว่าจะส่งยังไม่เสร็จ ผิดศีลข้อนี้เต็ม ๆ ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้าค่ะ สติมีมากขึ้น แต่ก็ยังต้องฝึกอีก

กราบขอบพระคุณค่ะครู ที่มีวันนี้ก็เพราะครู......รักครูค่ะ