ผมขนงานศิลปะไปร่วมทำหมุดหมายทางสังคม กับโครงการ 'เทียนสว่าง ณ กลางใจ' ของศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม ณ ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

โครงการปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่าง ๑๔- ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เพื่อเป็นวาระเปิดศาลาธรรมภาวนาของศูนย์อย่างเป็นทางการ น้อมถวายเป็นอาจริยบูชา เนื่องใน ๑๐๐ ปีชาตกาล หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ และน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลในพระราชวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๔ พรรษา

ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม ริเริ่มและก่อตั้งขึ้นโดยครอบครัวของพี่ปรีชา ก้อนทอง และพี่วริชฌิตา ปลั่งสำราญ ซึ่งก่อนที่จะได้ก่อตั้งศูนย์นี้ขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีนี้ ท่านเป็นผู้ทำร้านหนังสือเบิกม่าน ร้านหนังสือและอาหารสุขภาพ ที่ในหมู่บ้านศาลายา หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรมจึงถือเป็นความต่อเนื่อง ที่ขยายผลการดำเนินกิจกรรม ร่วมกับเครือข่ายความสนใจร่วมกันจากแหล่งต่างๆของประเทศอีกจำนวนหนึ่ง

ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม ที่สร้างขึ้น จัดว่าเป็นแหล่งเป็นแหล่งที่มีการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเผยแพร่คำสอนและแนวปฏิบัติของหลวงพ่อเทียน จตฺตสุโซึ่งเป็นแนวทางการเจริญสติภาวนาแบบเคลื่อนไหวเพื่อการศึกษาและปฏิบัติเข้าถึงธรรมของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีที่เรียบง่าย แต่เข้าถึงแก่นแห่งธรรมและเข้าถึงความตื่นรู้ด้วยตนเองได้อย่างทางตรง

นอกจากนี้ ก็เป็นแหล่งทำกิจกรรมเคลื่อนไหวต่างๆเพื่อส่งเสริมสุขภาวะสาธารณะของชุมชนระดับต่างๆ ที่เป็นวิธีการซึ่งเน้นภูมิปัญญาปฏิบัติด้านในและผสมผสานมิติการเจริญสติภาวนา และการน้อมสู่วิถีปฏิบัติเพื่อพึ่งตนเองในชีวิตและการทำงาน ทั้งทางด้านการปฏิบัติธรรม, ชมรมชีวเกษม, การทำงานเชิงสังคม, การจัดเวทีเรียนรู้และพัฒนาทักษะปฏิบัติให้แก่ปัจเจก ผู้นำชุมชน หน่วยงานและองค์กรการพัฒนาทางสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสังคม การเป็นแแหล่งทำศิลปะ ดนตรี และงานทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางจิตวิญญาณและชีวิตด้านใน การทำสื่อและสิ่งตีพิมพ์เผยแพร่ความรู้ การเผยแพร่ เหล่านี้เป็นต้น

ร้านหนังสือเบิกม่านและเครือข่ายพันธมิตร ได้ไปก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรมแห่งนี้ขึ้น ซึ่งใช้เวลาค่อยสร้างสั่งสมเกือบ ๑๐ ปีพร้อมกับทำกิจกรรมตามความสนใจให้กับกลุ่มต่างๆไปด้วย ปีนี้จึงจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ทางเข้า ร่วมกันทำขึ้นโดยครูและรองผู้กำกับสภอ.ด่านช้างซึ่งเป็นผู้สนใจศึกษาและปฏิบัติธรรมด้วย

ลานหินโค้ง สภาพแวดล้อมร่มรื่น สงบ งาม ราวเป็นงานจัดองค์ประกอบศิลปะ วางขึ้นบนผืนดิน แวดล้อมด้วยสวนไผ่และแมกไม้ท่ามกลางอ้อมกอดแห่งขุนเขา

การเคลื่อนไหวเพื่อฝึกปฏิบัติเจริญสติภาวนา ๑๔ ท่าของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ปรมาจารย์แห่งการเจริญสติภาวนา องค์พระประธาน จำลองพุทธศิลป์จากแดนพุทธภูมิมาสู่แผ่นดินไทย แกะสลักด้วยหินศิลาแลง จากฝีมือปฏิมากรด่านเกวียน ภาคอีสานของประเทศไทย รูปปั้นแสดง ๑๔ ท่าของการเคลื่อนไหวเพื่อฝึกฝนและอยู่กับการเจริญสติภาวนา เป็นงานปั้นดินเผาฝีมือช่างท้องถิ่นด่านเกวียน จังหวัดนครราชสีมา

การจัดดอกไม้ โดยอัชช์และเพื่อน ร้านอู่ข้าวอู่ปลา ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

ผมไปร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยไปร่วมเสวนาทางวิชาการและในตอนท้ายของโครงการ ก็จะจัดกระบวนการถอดบทเรียนให้กับเครือข่ายผู้ร่วมกิจกรรมด้วย ก่อนหน้านี้ ผมกับชาวมหิดลจำนวนหนึ่ง ก็ได้จัดโครงการร่วมรำลึก ๑๐๐ ปีชาติกาลหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภด้วยเช่นกันที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ช่วยกันทำกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ของภาควิชาการเข้ากับการพัฒนาศาสตร์ด้านในของวิถีชุมชนภาวนา เพื่อร่วมกันศึกษาเรียนรู้จากการปฏิบัติพร้อมไปกับสะท้อนสู่งานเชิงสังคมเพื่อขยายผลสู่การสร้างสุขภาวะสังคมให้ได้แนวดำเนินชีวิตที่หลากหลายทัดเทียมกับความซับซ้อนต่างๆของโลกมากยิ่งๆขึ้น

ในครั้งนี้ นอกจากจะร่วมเสวนาทางวิชาการและร่วมนำเสนอการจัดการเครือข่ายที่เชื่อมโยงการเจริญสติภาวนาไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันทางด้านต่างๆแล้ว ก็ขนเอารูปเขียน ๒ ชุดไปร่วมจัดแสดงให้เป็นสภาพแวดล้อมของการเป็นศิลปะเพื่อการเจริญสติภาวนาด้วย ชุดหนึ่งเป็นงานจิตรกรรมที่นำเอาเรื่องพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในกรณีของชุมชนชาวนาบัว อำเภอพุทธมณฑล มานำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆด้วยภาพเขียนสีน้ำและสื่อประสม กับอีกชุดหนึ่ง เป็นภาพวาดลายเส้นวิถีชีวิตชุมชน

ผมเตรียมภาพเขียนและวัสดุสำหรับการติดตั้งไปตามสภาพแวดล้อมของศูนย์ปฏิบัติธรรมไป และเมื่อไปถึง ก็พบกับกลุ่มผู้สนใจเข้าร่วมโครงการศึกษาปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ ทั้งคนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ของสังคม และคนทำงานหลายสาขาที่เข้าร่วมโครงการเป็นครอบครัว

หลายคนมาร่วมอาสาคนละไม้ละมือ ช่วยกันกระจายภาพเขียนติดไปตามต้นไม้และสภาพแวดล้อมบนพื้นที่ ๘ ไร่ของศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม ร่วมทำให้เป็นสภาพแวดล้อมทางศิลปะ สำหรับการได้อยู่กับตนเองและฝึกปฏิบัติเจริฐสติภาวนาตามมุมต่างๆของศูนย์ปฏิบัติธรรรม

ขณะเดียวกัน ก็เป็นวิธีจัดแสดงงานทางศิลปะ ที่มีบทบาทอย่างเป็นธรรมชาติในการจัดวางกระบวนการชุมชนปฏิบัติ ที่รวมตัวกันช่วยคิดริเริ่มและร่วมติดตั้งงาน ให้เป็นอย่างที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งดีให้แก่ผู้อื่น จึงเหมือนกับเป็นศิลปะจัดวางชีวิตการรวมกลุ่มกันของปัจเจกจากหลากหลายที่มา ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม ซึ่งก็เป็นเหมือนกับศิลปะจัดวางสังคมสุขภาวะอันงดงามชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งเช่นกัน.